การจัดสัมมนาและการเลิกอบายมุข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 132

สรุปเนื้อหา

พ่อจัดสัมมนา ๑๔ หมู่บ้าน แต่มีคนช่วยแค่ ๒ หมู่บ้าน พ่อบอกว่า ถ้ามีอยู่คนนึง พรุ่งนี้จะขาย ปลาแล้ว ไปฟังพี่สมเดชเข้า เออ ไม่ขายดีกว่า สร้างบาป แค่นี้เราก็ได้บุญแล้ว ๓๐๐ คน ได้ซัก คนก็ชื่นใจ อีกอย่าง “ยาบ้า” ถ้าทำแล้วอีกซัก ๑,๐๐๐ คน เขาต้องติดยา ไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหา อาชญากรรมสังคมทรามอีกเท่าไร เพราะพวกนี้มันแพร่เร็วมาก ในการจัดสัมมนาก็ไม่ใช่ง่ายๆ ตอนกลางวัน จัดงาน กลางคืนฉายสไลด์ แล้วห้องที่จัดงาน เป็นกระจกทั้งนั้น พอพ่อเอาพลาสติกไปหุ้ม ลมก็ตีโป่งหลุด แล้วก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์อุดเลย คิดดูกี่พันรู พ่อ ผมและพวกลุงๆ น้าๆ นั่งทำกันในคืนนั้นทั้งคืน หลังจัดงาน บางคนชมว่าดี บาง คนก็ไม่ชม บางคนก็ว่า พ่อบอกว่า เราต้องอดทน....แต่ก็ดี เรารู้จักผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๑๔ หมู่บ้านแล้ว พ่อบอกอีกว่า วันหลังถ้าเราจ

หัวข้อประเด็น

- การจัดสัมมนาและการเลิกอบายมุข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พ่อจัดสัมมนา ๑๔ หมู่บ้าน แต่มีคนช่วยแค่ ๒ หมู่บ้าน พ่อบอกว่า ถ้ามีอยู่คนนึง พรุ่งนี้จะขาย ปลาแล้ว ไปฟังพี่สมเดชเข้า เออ ไม่ขายดีกว่า สร้างบาป แค่นี้เราก็ได้บุญแล้ว ๓๐๐ คน ได้ซัก คนก็ชื่นใจ อีกอย่าง “ยาบ้า” ถ้าทำแล้วอีกซัก ๑,๐๐๐ คน เขาต้องติดยา ไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหา อาชญากรรมสังคมทรามอีกเท่าไร เพราะพวกนี้มันแพร่เร็วมาก ในการจัดสัมมนาก็ไม่ใช่ง่ายๆ ตอนกลางวัน จัดงาน กลางคืนฉายสไลด์ แล้วห้องที่จัดงาน เป็นกระจกทั้งนั้น พอพ่อเอาพลาสติกไปหุ้ม ลมก็ตีโป่งหลุด แล้วก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์อุดเลย คิดดูกี่พันรู พ่อ ผมและพวกลุงๆ น้าๆ นั่งทำกันในคืนนั้นทั้งคืน หลังจัดงาน บางคนชมว่าดี บาง คนก็ไม่ชม บางคนก็ว่า พ่อบอกว่า เราต้องอดทน....แต่ก็ดี เรารู้จักผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๑๔ หมู่บ้านแล้ว พ่อบอกอีกว่า วันหลังถ้าเราจัดงาน รถ ๓๐ คัน เป็นของเราแน่นอน เราได้สร้างบุญเยอะ ภพหน้า เราจะได้ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้อีก ในขณะที่พ่อเริ่มชักชวน เป็นต้นบุญให้กับคนอื่น ย้อนกลับมาในตระกูลเรา พ่ออยากให้พี่ๆ น้องๆ เลิกอบายมุขกันให้หมด อยากให้ตระกูล “แตงทอง” เป็นสัมมาทิฏฐิ พ่อมีความคิดนี้ตั้ง แต่แรกแล้ว แต่รอเวลาที่จะทำเท่านั้น คนแรกที่พ่อนึกถึง คือ ลุงเสน่ห์ พี่ชายคนโตของพ่อ พ่อ บอกว่า หากมีพ่อและลุงเสน่ห์ เป็นเสาหลักที่เลิกอบายมุขได้ น้องๆ ก็จะเลิกตามมา หลังจากที่ลุงเสน่ห์มาวัดในงานบวชผมแล้ว เขาศรัทธาวัดมากขึ้น ประทับใจที่คนมา วัดเป็นหมื่นเป็นแสน แต่เวลาทำพิธี ไม่มีเสียงคุย เงียบ น่าเลื่อมใส ที่สำคัญหลวงพ่อเป็นธงชัย สำหรับเขา พ่อผมชวนลุงมาวัดบ่อยขึ้น และลุงก็ใช้การสวดมนต์ นั่งสมาธิช่วย จนลุงสามารถ ตัดใจเลิกได้เด็ดขาด จากที่ดื่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ ก่อนผมเกิดอีก จนบัดนี้ครอบครัวของลุงเสน่ห์ ลูกและภรรยา ก็สงบสุขแล้ว ผมว่าธรรมะของพระศาสนาเป็นยาขนานเอกทีเดียว คนต่อมา คือ น้าสมร เชื่อไหมว่า พ่อผมโทรไปหาน้า ชวนให้เลิกเหล้า เลิกเบียร์จนน้า แกบอกลูกสาวว่า "ถ้าลุงสมเดชโทรมา บอกว่า แม่ไม่อยู่นะ” พ่อผมยังไม่ละความพยายาม จนวัน หนึ่ง พ่อชวนน้าสมรมาวัดได้ น้าได้กราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย แล้วศรัทธาหลวงพ่อมากๆ น้าบอกว่า พอเห็นท่านแล้ว ไม่นึกอยากจะทำความผิดอะไรเลย อยากเลิกทุกอย่าง เหมือนเราทำ ผิดมานาน ตั้งแต่นั้นน้าจึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเลิกให้ได้ น้าบอกว่า ตอนจะเลิก มือไม้สั่นเทา บ้านกันทามมิตร เริ่มติดหนักแล้ว.... เป็นแอลกอฮอลิซึม แต่จะเตือนสติตัวเอง อยู่ตลอดเวลา “เราอย่ากินนะ เราจะผิดต่อหลวงพ่อ เราอย่า ผิดกับหลวงพ่อเป็นอันขาด” น้าสมรติดเหล้าอย่างงอมแงม เป็นเวลา 4 ปีกว่าแล้ว ตอนหลังค่อยๆ ใช้เวลาลดและเลิกได้ในที่สุด ลูกๆ รวมทั้ง พ่อบ้านบอกว่า ดีใจมาก ชีวิตนี้เหมือนเกิดใหม่เลย พอมาถึง “การเปิดบ้านกัลยาณมิตร” ครอบครัว ของน้าสมร ก็เปิดเป็นจำนวนหนึ่งใน ๑,๐๐๐ หลัง เป็นหลังที่ ๖๙ และที่ทำให้น้าสมรดีใจด้วยก็ตรงที่ การเปิดบ้านในครั้งนี้ ทำให้สามีและลูกที่ไม่ค่อยได้มาวัด กลายเป็นคนที่รักการ ๒๔ | ล าณมิตร มิถุนายน ๒๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More