ความอดทนและการแก้ไขปัญหา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 132

สรุปเนื้อหา

ขึ้นต้นด้วย ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ความอดทนเป็นเครื่องเผาผลาญบาป เป็น เครื่องเผาผลาญอุปสรรคอย่างยิ่ง พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ข้อที่หนึ่ง พระองค์ให้อดทน ทนทุกอย่าง ทนทั้งด่า ทนทั้งป่วย ทนทั้งไข้ ทนสารพัด ทนเข้าไป เถอะ รวมกระทั่งทนกิเลสตัวเองด้วย นั่น คือคาถาแก้ปัญหา และคาถาแก้ปัญหาข้อที่ ๒. นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา ท่านผู้รู้ หรือ พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า พระนิพพาน เป็นเยี่ยม มาทนหาพระแสงอะไร เออ ทนๆ ไปเถอะ ถ้าไม่ทนไปมีเรื่องกับเขาเดี๋ยวก็ติด ตะราง หรือไปฆ่าเขาเข้าเขาก็ตาย เราก็ ติดตะราง ไม่คุ้มอีก ทนไปทำไม ทน ทำความดีเข้าไป ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีให้ เยอะๆ จนกระทั่งคนดีเห็นนั่นแหละ จนกระทั่งเขาเห็นด้วย หรือไม่มีใครเห็นเรา ก็เห็น แล้วไม่มีความชั่ว ทำไปๆ จะได้ หมดกิเ

หัวข้อประเด็น

- ความอดทนและการแก้ไขปัญหา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ขึ้นต้นด้วย ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ความอดทนเป็นเครื่องเผาผลาญบาป เป็น เครื่องเผาผลาญอุปสรรคอย่างยิ่ง พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ข้อที่หนึ่ง พระองค์ให้อดทน ทนทุกอย่าง ทนทั้งด่า ทนทั้งป่วย ทนทั้งไข้ ทนสารพัด ทนเข้าไป เถอะ รวมกระทั่งทนกิเลสตัวเองด้วย นั่น คือคาถาแก้ปัญหา และคาถาแก้ปัญหาข้อที่ ๒. นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา ท่านผู้รู้ หรือ พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า พระนิพพาน เป็นเยี่ยม มาทนหาพระแสงอะไร เออ ทนๆ ไปเถอะ ถ้าไม่ทนไปมีเรื่องกับเขาเดี๋ยวก็ติด ตะราง หรือไปฆ่าเขาเข้าเขาก็ตาย เราก็ ติดตะราง ไม่คุ้มอีก ทนไปทำไม ทน ทำความดีเข้าไป ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีให้ เยอะๆ จนกระทั่งคนดีเห็นนั่นแหละ จนกระทั่งเขาเห็นด้วย หรือไม่มีใครเห็นเรา ก็เห็น แล้วไม่มีความชั่ว ทำไปๆ จะได้ หมดกิเลสไปนิพพาน มีข้อเตือนใจอยู่คือ สมเด็จฯกรม พระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเป็นพระอนุชา น้องชายต่างมารดากับรัชกาลที่ ๕ เคยเป็น ในชีวิตพระไม่ว่า เรื่องอะไรเกิดขึ้น ก่อนอื่นทนก่อน ขณะที่ทนไปก็แก้ไข ขณะที่ทนไปก็แก้ไข ปัญหาด้วยสติ ด้วยปัญญา อย่าใช้ อารมณ์ อย่าทำให้ เสียศีล เพราะถ้าเรา เสียศีลเมื่อไหร่ เขา เอาเรื่องกับเราทันที เสนาฯกระทรวงมหาดไทย กระทรวง ศึกษาฯก็เคยเป็น ต่อมาเกษียณ รัชกาลที่ ๕ พอสวรรคตไปแล้ว รัชกาลที่ 5 ก็ขอเชิญ ท่านให้มาช่วยทำงานพิเศษๆ หลายโครงการ เมื่ออยู่ในลักษณะทำงานพิเศษก็เลยไม่ค่อย มีอำนาจอะไร เพราะไม่ได้เป็นเสนาบดีแล้ว ขนาดนั้นก็ไม่วายมีคนอิจฉา เพราะฝีมือดี ผลงานมีมาก คนอิจฉา มีคนกล่าวร้าย ป้ายสีท่านเยอะ วันหนึ่งมีเสียงกล่าวร้ายป้ายสีมาก มีการทำบัตรสนเท่ห์ แจกจ่ายโจมตีท่านเยอะ ลูกสาวของท่านคือ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย วันหนึ่งก็ปรารภขึ้นมาว่า เสด็จพ่อทำไมไม่ ฟ้องศาล จัดการกับพวกที่ด่าล่ะคะ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพตอบ ชัดเจน เออ ลูกก็พิลึก พ่อเดินของพ่อมา ดีๆ แล้วหมามันเห่าพ่อ ลูกนึกยังไงจะให้ พ่อไปกัดกับหมา พ่อเดินของพ่อไปก็ไม่ เดือดร้อนอะไรนักหนา ก็ทนๆ เสียงหมา เห่ามันก็แค่นั้นแหละ แต่นี่จะให้พ่อไปกัด กับหมาจริงๆ หรือ ว่าแล้วก็หัวเราะหึๆ แล้วก็ทำงานของท่านต่อ ในชีวิตพระไม่ว่าเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก่อนอื่นทนก่อน ขณะที่ทนไปก็แก้ไขปัญหา ด้วยสติ ด้วยปัญญา อย่าใช้อารมณ์ อย่า ทำให้เสียศีล เพราะถ้าเราเสียศีลเมื่อไหร่ เขาเอาเรื่องกับเราทันที เราเป็นพระ เพราะฉะนั้น มีปัญหาก็แก้กันไป ทนกันไป แก้กันโดยธรรมโดยวินัย หนักหนาสาหัส เข้าก็อาจจะต้องแก้กันด้วยกฎหมาย คือ พึ่งกฎหมายบ้านเมือง พึ่งศาลกันมั่ง แต่ อย่าให้ตัวเราเองผิดศีลเป็นอันขาดคงได้เท่านี้ ๘๔ | กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More