การประทุษร้ายและการกำจัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 114
หน้าที่ 114 / 132

สรุปเนื้อหา

การจองจําได้ เราเรียกผู้นั้นซึ่งมีกำลัง คือ ขันติมีหมู่พลว่าเป็นพราหมณ์ (พราหมณวรรค ขุ.ธ.) ชนผู้เห็นแจ้งทั้งหลาย รู้ชัดด้วย ดีซึ่งโทสะ อันเป็นเหตุให้สัตว์ผู้ประทุษร้าย ไปสู่ทุคติแล้วละได้ ครั้นละได้แล้ว ย่อมไม่ มาสู่โลกนี้อีกในกาลไหนๆ (โทสสูตร ขุ.อิติ.) ผู้ประทุษร้ายต่อบุคคลผู้ไม่ประทุษร้าย ย่อมเข้าถึง วิบัติของผู้ประทุษร้าย ความพินาศฉิบหายด้วยเหตุ ๑๐ ประการ ๑. เวทน์ ผรุส์ ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส ๒. ชานี ได้รับความเสื่อมจากทรัพย์ ๓. สรีรสฺส เภทน์ มีสังขารพิการ ทุพพลภาพ หรืออาจถึงแก่ชีวิต ๔. ครุก อาพาธ์ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอย่างหนัก ๕. จิตตกเขป มีจิตใจฟุ้งซ่าน วิกลจริต 5. ราชโต อุปสคค์ ต้องราชอาญา ๗. อนุภกขาน ทารุณ ถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องร้ายแรง ๔. ปริกขย์ ญาติน ความย่อยยับแห่งเครือญาต

หัวข้อประเด็น

- การประทุษร้ายและการกำจัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การจองจําได้ เราเรียกผู้นั้นซึ่งมีกำลัง คือ ขันติมีหมู่พลว่าเป็นพราหมณ์ (พราหมณวรรค ขุ.ธ.) ชนผู้เห็นแจ้งทั้งหลาย รู้ชัดด้วย ดีซึ่งโทสะ อันเป็นเหตุให้สัตว์ผู้ประทุษร้าย ไปสู่ทุคติแล้วละได้ ครั้นละได้แล้ว ย่อมไม่ มาสู่โลกนี้อีกในกาลไหนๆ (โทสสูตร ขุ.อิติ.) ผู้ประทุษร้ายต่อบุคคลผู้ไม่ประทุษร้าย ย่อมเข้าถึง วิบัติของผู้ประทุษร้าย ความพินาศฉิบหายด้วยเหตุ ๑๐ ประการ ๑. เวทน์ ผรุส์ ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส ๒. ชานี ได้รับความเสื่อมจากทรัพย์ ๓. สรีรสฺส เภทน์ มีสังขารพิการ ทุพพลภาพ หรืออาจถึงแก่ชีวิต ๔. ครุก อาพาธ์ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอย่างหนัก ๕. จิตตกเขป มีจิตใจฟุ้งซ่าน วิกลจริต 5. ราชโต อุปสคค์ ต้องราชอาญา ๗. อนุภกขาน ทารุณ ถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องร้ายแรง ๔. ปริกขย์ ญาติน ความย่อยยับแห่งเครือญาติ ๔. โภคาน์ ปภงคุณ ทรัพย์สมบัติวิบัติ หรือ อถ วาสุส อคารานิ อคติ ฑาติ ชาวโก บ้านเรือนพินาศเพราะอัคคีภัยเผาผลาญ ๑๐. กายสฺส เทา ทุปปญฺโญ นิรย์ โส อุปฺปชฺชติ เมื่อละโลกไปย่อมเสวยทุกข์ในนรก วิธีก่าจัดการประทุษร้าย (ทัณฑวรรควรรณนา ขุ.ธ.) เหตุแห่งการประทุษร้ายมีหลายสาเหตุในที่นี้จะสรุป ลงหมวดธรรมอย่างหนึ่งคือ เป็นเพราะมีอภิชฌา (ความเพ่ง อยากได้) พยาบาท(ความปองร้าย) และมิจฉาทิฏฐิ (ความ เห็นผิด) เพราะความเพ่งอยากได้ จึงประทุษร้ายผู้อื่น เพราะความพยาบาทปองร้าย จึงประทุษร้ายผู้อื่น เพราะ ๑๑๒ กัลยา มิตร มิถุนายน ๒๕๕๗ ความเห็นผิดรู้ผิดจึงประทุษร้ายผู้อื่น พระมงคลเทพมุนี(พระเดช พระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ) กล่าวถึงวิธีกำจัด อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ ว่าต้องอดทน อดใจ ทำใจหยุด นิ่ง จึงจะกำจัดได้ ดังโอวาท ตอนหนึ่งว่า “ท่านสอนพวกเราให้อดใจ ให้ อดทน คืออดใจ อดใจเวลาความโลภหรือ อภิชฌาเกิดขึ้น หยุดนิ่งเสีย รู้นี่รสชาติ อภิชฌา อยากจะได้สมบัติของคนอื่นเป็น ของๆ ตน อยากกว้างขวางใหญ่โตไปข้าง หน้า ต้องหยุดเสีย อดทนหรืออดใจเสีย ประเดี๋ยวก็ดับไป อ้ายความอยากนั้นดับไป ดับไปด้วยอะไร ด้วยความอดทน คืออดใจนั่นแหละ ความโกรธประทุษร้ายเกิดขึ้น นิ่งเสีย อดเสีย ไม่ ให้หลุดออกมาได้ ให้อยู่ในใจของตัวเอง ไม่ให้คนได้ยิน ไม่ ให้คนอื่นรู้กิริยาท่าทางที่เดียว ไม่แสดงกิริยามารยาทให้ทะ เลิกทะลัก แปลกประหลาดอย่างผีเข้าสิงทีเดียว ไม่รู้ทีเดียว นิ่งเสียประเดี๋ยวหนึ่งความโกรธ ประทุษร้ายหายไป ดับไป พยาบาทนั้นหายไป มิจฉาทิฏฐิเกิดขึ้น มิจฉาทิฏฐินั้นแปลว่าเห็นผิด รู้ อะไรไม่จริงสักอย่างเลอะๆ เทอะๆ เกิดขึ้น หยุดเสีย ไม่ช้า เท่าไร ประเดี๋ยวก็ดับไป..." การทำใจให้หยุด นิ่ง เฉย ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นี่เอง ทำให้จิตใจสงบระงับจากกิเลสทั้งหลายได้ เมื่อ จิตใจสะอาด บริสุทธิ์ อันเป็นผลจากการเจริญสมาธิภาวนา นี้ ย่อมได้ชื่อว่า ไม่ประทุษร้ายตนเอง และไม่ประทุษร้าย ผู้อื่นเลย อ้างอิง ๑. พระสูตรและอรรถกถาแปล : มหามกุฏราชวิทยาลัย ๒. โอวาทปาฏิโมกข์ (๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๗) : พระมงคลเทพมุนี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More