วัดราชโอรสาราม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 132

สรุปเนื้อหา

ศีลธรรม” แก่นของวัดจริงๆ แล้วคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วน อาคารสถานที่นั้นแค่เป็นสิ่งที่มารองรับและอำนวยความสะดวกในการ ศึกษาและปฏิบัติเท่านั้น วัดราชโอรสาราม หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า วัดราชโอรส เป็น พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดจอมทอง” เป็นวัด โบราณเล็กๆ ของราษฎรที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองด่าน ด้านฝั่งตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีข่าวว่า พม่าได้ตระเตรียมกำลังจะ ยกทัพเข้าตีกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้าให้จัดกองทัพออกไปสกัดกั้นกองทัพพม่าตามบริเวณที่ คาดว่าจะมีการเดินทัพเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่น เจษฎาบดินทร์ก็ทรงเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่คุมกำลังพลหนึ่งหมื่นเสด็จไป ขัดตาทัพอยู่ ณ ตำบลปากแพรกเมืองกาญจนบุรี

หัวข้อประเด็น

- วัดราชโอรสาราม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ศีลธรรม” แก่นของวัดจริงๆ แล้วคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วน อาคารสถานที่นั้นแค่เป็นสิ่งที่มารองรับและอำนวยความสะดวกในการ ศึกษาและปฏิบัติเท่านั้น วัดราชโอรสาราม หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า วัดราชโอรส เป็น พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดจอมทอง” เป็นวัด โบราณเล็กๆ ของราษฎรที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองด่าน ด้านฝั่งตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีข่าวว่า พม่าได้ตระเตรียมกำลังจะ ยกทัพเข้าตีกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้าให้จัดกองทัพออกไปสกัดกั้นกองทัพพม่าตามบริเวณที่ คาดว่าจะมีการเดินทัพเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่น เจษฎาบดินทร์ก็ทรงเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่คุมกำลังพลหนึ่งหมื่นเสด็จไป ขัดตาทัพอยู่ ณ ตำบลปากแพรกเมืองกาญจนบุรี พระองค์ฯ เสด็จยาตรา ทัพออกจากกรุงเทพฯ โดยทางเรือ เมื่อเสด็จฯ ถึงวัดจอมทอง ได้หยุดพักประทับแรมที่หน้าวัดและ ทรงกระทำพิธีเบิกโขลนทวารเพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจให้แก่ทหารใน กองทัพ ตามตำรับพิชัยสงคราม ก่อนยาตราทัพไปตั้งอยู่ ณ เมืองกาญจนบุรี แต่เมื่อไม่มีวี่แววว่าพม่าจะยกทัพเข้ามา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เลิกกองทัพเสด็จกลับพระนคร เมื่อเสด็จกลับถึงพระนครแล้วทรงเริ่มปฏิสังขรณ์ วัดจอมทอง ขึ้นใหม่ทั้งวัด ตามแบบที่พระองค์ทรงโปรดปรานด้วยเห็นว่างานปฏิสังขรณ์ ครั้งนี้เป็นการส่วนพระองค์ไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการแต่อย่างใด และได้ เสด็จมาประทับคุมงาน และตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ทรง เปลี่ยนแปลงแบบอย่างวัตถุสถานต่างๆ ในวัดนี้เป็นศิลปกรรมแบบจีน เกือบทั้งสิ้น เนื่องเพราะในขณะนั้นพระองค์ได้ทรงกำกับกรมท่าทำการ ค้าขายติดต่อกับประเทศจีน และพ่อค้าชาวจีนด้วย จึงทำให้ทรงนิยม ศิลปกรรมแบบจีนมาก เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายให้ เป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรด เกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชโอรส” อันมีความหมายว่า เป็น วัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนา วัดนี้ถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 60 ศิลปกรรมแบบจีนที่พระองค์ทรงสร้างนี้ทรงสรรค์สร้างอย่าง ประณีตวิจิตรบรรจงกลมกลืนอย่างหาที่ติมิได้ เช่น ลวดลายของปูนปั้น และรูปภาพแผลงออกไปเป็นศิลปะแบบจีน รูปทรงหลังคาพระอุโบสถ พระวิหาร พระพุทธไสยาสน์ ก็ดูแปลกตาเพราะไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ แต่ก็ยังคงรูปสิ่งเหล่านั้นไว้ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนสถานได้อย่าง วัดคืออะไรกันแน่ ตอบได้อย่างง่ายๆ สั้นๆ ว่า วัดก็คือ “โรงเรียนสอน ศีลธรรมให้กับ ประชาชน” เป็นที่ที่ผู้คนมาเพื่อ ศึกษาพระธรรมค่า สั่งสอนของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าและ น้อมนำความรู้ที่ได้ไป ปฏิบัติ อันจะก่อให้ เกิดความสุขและ ความเจริญรุ่งเรือง ICA แก๊ซวต กัลยา มิตร มิถุนายน ๒๕๕๓ | ๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More