บทเรียนจากประสบการณ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 107
หน้าที่ 107 / 132

สรุปเนื้อหา

ตายมาได้ ผมจะไม่ทุกข์ร้อนต่อสิ่งใดๆ อีกแล้ว จะไม่เป็น อย่างนั้นอีกโดยเด็ดขาดหากผมรอดตายมาเห็นดวงอาทิตย์ และดวงดาวอีกครั้ง...” นับว่านายทหารเรือท่านนี้โชคดีนะคะที่รอดมาได้ และยังได้บทเรียนที่ดีอีกด้วย ลูกว่าบางทีเรามักจะอดทนกับ เรื่องใหญ่ๆ ได้ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราไม่ค่อยปล่อยให้ ตัวเองยอมให้มันผ่านไป ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าติดอยู่ในใจมากๆ มันก็ไม่เป็นผลดีกับใครเลยโดยเฉพาะตัวเอง เหมือนเป็น สนิมของใจ และไม่ว่าเรื่องเล็กหรือไม่เล็กหากเทียบกับ ความตายที่จะมาถึงแล้ว พยายามไม่นึกถึงเสียดีกว่า หาก ทหารเรือท่านนี้ทำความดีมาโดยตลอด เวลาที่ตกอยู่ใน ภาวะแห่งความเป็นความตาย เขาจะ นึกถึงความดีที่เคยได้ทำมามากกว่าที่จะ นึกถึงความผิดพลาดในอดีต เพราะเขา รอดตายมันจึงเป็นบทเรียนที่ดีเรื่องหนึ่ง ให้แก่เขานะคะ แ

หัวข้อประเด็น

- บทเรียนจากประสบการณ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตายมาได้ ผมจะไม่ทุกข์ร้อนต่อสิ่งใดๆ อีกแล้ว จะไม่เป็น อย่างนั้นอีกโดยเด็ดขาดหากผมรอดตายมาเห็นดวงอาทิตย์ และดวงดาวอีกครั้ง...” นับว่านายทหารเรือท่านนี้โชคดีนะคะที่รอดมาได้ และยังได้บทเรียนที่ดีอีกด้วย ลูกว่าบางทีเรามักจะอดทนกับ เรื่องใหญ่ๆ ได้ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราไม่ค่อยปล่อยให้ ตัวเองยอมให้มันผ่านไป ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าติดอยู่ในใจมากๆ มันก็ไม่เป็นผลดีกับใครเลยโดยเฉพาะตัวเอง เหมือนเป็น สนิมของใจ และไม่ว่าเรื่องเล็กหรือไม่เล็กหากเทียบกับ ความตายที่จะมาถึงแล้ว พยายามไม่นึกถึงเสียดีกว่า หาก ทหารเรือท่านนี้ทำความดีมาโดยตลอด เวลาที่ตกอยู่ใน ภาวะแห่งความเป็นความตาย เขาจะ นึกถึงความดีที่เคยได้ทำมามากกว่าที่จะ นึกถึงความผิดพลาดในอดีต เพราะเขา รอดตายมันจึงเป็นบทเรียนที่ดีเรื่องหนึ่ง ให้แก่เขานะคะ แต่ถ้าเขาไม่รอดมันก็ดู เป็นเรื่องสายเกินไปและน่าเสียดาย ลูกคิด ว่า นอกจากจะตัดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องที่ ทำให้เกิดทุกข์ออกไป น่าจะเติมเข้าไปอีก หน่อยว่า เพื่อจะได้เอาเวลาที่เสียไปนั้นมา ทำความดีให้มากขึ้น ถ้าตกอยู่ในภาวะไม่ เป็นก็ตายจะได้ไม่เสียดายอะไรหลายอย่าง ที่ได้ทำลงไป อย่างไรก็ตาม ลูกคิดว่า ทหารเรือท่านนี้เป็น บุคคลที่มีปัญญา เพราะในเหตุการณ์เดียวกันนี้ บางคน อาจจะตกใจกลัวเพียงอย่างเดียว เมื่อรอดชีวิตมาได้ก็เหลือ อยู่แต่ในความรู้สึกว่าเหตุการณ์นั้นเหมือนฝันร้าย โชคร้าย เคราะห์ร้าย แต่สำหรับทหารเรือท่านนี้กลับพลิกให้เป็น ประสบการณ์หนึ่งที่ให้บทเรียนที่ดีในการดำรงชีวิต คุณแม่ เห็นด้วยกับลูกไหมคะว่า เขาเป็นคนมีปัญญาอย่างน่านับถือ ทีเดียว ลูกรู้สึกว่า มีหลายคนทีเดียวที่สนใจในเรื่องทำ อย่างไรจึงจะไม่ทุกข์ จึงจะใช้เวลาได้คุ้มค่า จึงจะประสบ ความสำเร็จ ซึ่งแต่ละคนคงบอกไม่เหมือนกัน ลูกคิดว่า น่า จะขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญว่าให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร และอีกอย่างอาจจะเป็นความพอใจ หากเราให้ความสำคัญ กับทรัพย์สินเงินทองในแง่ที่ว่ายิ่งสะสมได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี อย่างนี้ถ้าเป็นเศรษฐีก็คงประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเป็นคน ขายเต้าฮวยก็อดประสบความสำเร็จ ลูกเคยคิดๆ ว่า เราจะ รู้ว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญต่อเมื่อเรามองเห็นความจริง และ บางทีเวลาตอนที่เรายังมีชีวิตในโลกอาจไม่มากพอที่ทำให้ มองเห็น เพราะการรับรู้ของเรามันติดอยู่กับสิ่งที่มองเห็น ได้ง่ายที่ทำให้เพลิดเพลิน แต่ถ้าเราได้เห็นความจริงว่าสิ่งที่ เรามีในโลกนี้ เราไม่สามารถยึดติดไว้ได้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ ของเราอย่างแท้จริง ทั้งทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงหรือ อะไรต่างๆ วันนี้อาจจะเป็นของเรา แต่ต่อไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้ มีการเปลี่ยนแปลงได้ หากยึดไว้มากๆ วันใดวันหนึ่งที่มีการ เปลี่ยนแปลงเราอาจจะทำใจได้ยาก อย่างน้อยก็ยากกว่าคน ที่เห็นความจริงข้อนี้ สมมติว่า มีคน ๒ คน มีดอกไม้สวยมากเหมือนกัน คนแรกรู้และ ยอมรับว่า วันหนึ่งดอกไม้ต้องเหี่ยวเฉา โรยราไป คนที่สองพอรู้เหมือนกันแต่ไม่ อยากนึกถึงและยอมรับ เมื่อถึงวันที่ ดอกไม้เริ่มโรยรา คนแรกก็จะปล่อยไป ส่วนคนที่สองในเมื่อฝังใจเสียแล้วจึง พยายามหาวิธีต่างๆ เพื่อคงสภาพไว้อยาก ให้เป็นเหมือนเดิม ยิ่งพยายามก็ยิ่งทุกข์ใจ ถ้าเป็นลูกๆ ก็ขอที่จะเป็นคนแรกดีกว่านะคะ เป็นคนที่สองคงซอกช้ำน่าดู เมื่อเรารู้และนึกถึงบ่อยๆ ว่า ของในโลกนี้เอา ติดตัวไปด้วยไม่ได้ และรู้ว่าสิ่งที่จะติดตัวไปได้คือบุญบารมี เราก็จะให้ความสำคัญกับการสร้างบารมี สำหรับลูกยิ่งสร้าง ได้มาก ก็ยิ่งนับว่าประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ใครก็ตาม คนกวาดถนน คนขายเต้าฮวย หากเป็นนักสร้าง บารมีที่ทุ่มสุดตัวลูกถือว่า ประสบความสำเร็จทั้งนั้น เพราะ เขาทำเวลาทำชีวิตของเขาให้มีค่า ได้ใช้ความสามารถที่มี อยู่ในตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณแม่เชื่อไหมคะว่า มนุษย์มีความสามารถไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับลูกๆ เชื่อเต็มที่ เลยค่ะ เพราะถ้าดูไกลๆ ก็ดูยานอวกาศน่าทึ่งมากนะคะ แต่ ถ้าดูใกล้ตัวแบบเห็นชัดๆ ก็ต้องดูมหาธรรมกายเจดีย์ น่า อัศจรรย์ใจจนพูดออกแต่บอกไม่ถูกว่าน่าทึ่ง และน่ายกย่อง แค่ไหน วันฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ที่ผ่านมา ลูกรู้สึกปลื้ม ปีติ มันเหมือนกับเราได้ทำสิ่งที่หลายๆ คนคิดว่า ไม่น่าจะ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๔๓ ๑๐๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More