ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๑๐ |
พระเถระ
พวกโจรล้อมพระโมคคัลลานะไว้ ตั้งใจจะฆ่าเสีย
แต่พระเถระได้กระทำปาฏิหาริย์ออกทางช่องลูกกุญแจไป
อีกคราวพวกโจรก็มาล้อมอีกพระเถระก็ทำลายมณฑลช่อฟ้า
เหาะไปสู่อากาศหนีไปได้อีก
แต่ท้ายสุด พระโมคคัลลานะเห็นว่าจะหนีกรรมใน
อดีตไม่พ้น จึงให้พวกโจรจับได้ พวกโจรจึงทุบจนกระดูก
แตกยับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พระเถระประสานกระดูกแล้ว
เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาเมื่อกราบทูลลาแล้ว จึงปรินิพพาน
ต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรู ทรงทราบความจริง ทรง
มีรับสั่งให้จับพวกเดียรถีย์ และพวกโจรฝังไว้ในหลุม
ประมาณสะดือที่พระลานหลวง ให้กลบด้วยฟางและก่อไฟเผา
ครั้นเผาไหม้แล้วให้ไถด้วยไถเหล็กแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็ก
ชนน้อย
(ทัณฑวรรควรรณนา เรื่องพระมหาโมคคัลลานเถระ)
ด้วยกรรมที่เดียรถีย์และโจร ประทุษร้ายต่อผู้ไม่
ประทุษร้าย คือพระโมคคัลลานะ จึงทำให้ต้องจบชีวิตอย่าง
ทุกข์ทรมาน น่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องไปเสวย
ทุกข์ในนรกอีกนานแสนนาน
และด้วยกรรมในอดีตชาติที่พระโมคคัลลานะ
ประทุษร้ายต่อผู้ไม่ประทุษร้ายคือทุบตีบิดา มารดา จนถึง
แก่ชีวิต ทำให้ต้องหมกไหม้ในนรกหลายแสนปี ด้วยวิบากที่
ยังเหลือ จึงต้องถูกทุบตีถึงตายอีกแม้ในภพชาติสุดท้ายนี้ก็ตาม
ประทุษร้ายพระสารีบุตร
สมัยหนึ่งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ
พระวิหารเวฬุวัน สมัยนั้นพระสารีบุตรเพิ่งปลงผมใหม่ๆ
นั่งสมาธิอยู่กลางแจ้งในคืนเดือนหงาย
คืนนั้นมียักษ์ ๒ ตน เหาะผ่านมา ยักษ์ตนหนึ่ง
เห็นศีรษะของพระสารีบุตรแล้วเกิดความอยากทุบเกิดขึ้น
เพื่อนยักษ์อีกตนห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ยักษ์นั้นจึงเข้าไปทุบ
ศีรษะพระเถระ
ก็ในขณะนั้นนั่นเองความเร่าร้อนใหญ่ได้เกิดขึ้นใน
แผ่นดินจึงเปิดช่อง เปลวไฟที่พลุ่งขึ้นจากอเวจีมหานรก ได้
จับยักษ์นั้นลงไป
(ชุณหสูตร ขุททกนิกาย อุทาน)
ด้วยกรรมที่ยักษ์ประทุษร้ายต่อผู้ไม่ประทุษร้าย คือ
พระสารีบุตร จึงต้องเสวยทุกข์ในอเวจีมหานรกอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประทุษร้ายพระโพธิสัตว์
ในอดีตกาล พระเจ้ากลา ครองราชสมบัติเมือง
พาราณสี วันหนึ่งพระเจ้ากลาทรงมึนเมาน้ำจัณฑ์มีนาง
สนมห้อมล้อม เสด็จไปยังพระราชอุทยาน บรรทมเหนือตัก
ของหญิงคนหนึ่งหญิงนักฟ้อนทั้งหลายเห็นพระราชาหลับแล้ว
จึงเดินชมพระราชอุทยานได้เห็นพระโพธิสัตว์ ขันติวาที่ดาบส)
จึงเข้าไปฟังธรรม
ครั้นพระราชาทรงตื่นบรรทมแล้วไม่พบหญิงเหล่านั้น
ทรงกริ้วถือพระขรรค์ไปหาพระดาบส ตรัสถามว่า “สมณะ
แกมีวาทะอย่างไร” ดาบสตอบว่า “เรามีปกติกล่าว
สรรเสริญขันติ ว่าเป็นเยี่ยม
พระราชาเกเร ได้สั่งเพชฌฆาตจับดาบสฉุดลงพื้น
เอาแส้หนามเฆี่ยน ๒,๐๐๐ ครั้ง ในข้างทั้ง ๔ คือ ข้างหน้า
ข้างหลัง และด้านข้างทั้ง ๒ จนผิวของพระโพธิสัตว์ขาด
หนังขาด เนื้อขาด โลหิตไหล พระราชาจึงตรัสถามอีกว่า
“เจ้ามีวาทะอย่างไร” ดาบสตอบว่า “อาตมายกย่องขันติ ก็
พระองค์สำคัญผิดคิดว่าขันติอยู่ในระหว่างหนังของอาตมา
ขันติอยู่ที่ใจต่างหาก"
เมื่อพระราชาได้ฟังดังนั้นแทนที่จะได้คิด กลับสั่ง
เพชฌฆาตตัดมือ และเท้าทั้งสองของดาบส พระราชาตรัส
ถามเหมือนเดิมอีก พระดาบสก็ทูลตอบในทำนองเดิม
พระราชาก็ให้ตัดหูและจมูกอีก พระราชาตรัสถามอีก เมื่อ
ได้คำตอบเหมือนเดิม จึงเอาพระบาทกระทืบยอดอกดาบส
แล้วเสด็จหลีกไป
ครั้นพระเจ้ากลาปุเสด็จออกจากพระราชอุทยาน
ลับคลองจักษุของพระโพธิสัตว์เท่านั้น มหาปฐพีอันหนา
ร่างกายยักษ์นั้น ยักษ์ได้ตกลงจากอากาศสู่พื้นดิน แล้วมหา ๒๔๐,๐๐๐ โยชน์นี้ก็แตกออก เปลวไฟจากอเวจีนรกแลบ
ปฐพีหนา ๒๔๐,๐๐๐ โยชน์ ซึ่งสามารถรองรับขุนเขาสิเนรุ
อันสูง ๑๖๘,๐๐๐ โยชน์ได้ แต่ไม่อาจรองรับสัตว์ทั่วนั้นได้
ออกมาจับพระราชาสู่อเวจีมหานรก
(ขันติวาทชาดก จตุกกนิบาต ชาดก)