การนำประสบการณ์กลับบ้าน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 132

สรุปเนื้อหา

Mr. Alfredo ผมจะนำสิ่งต่างๆ กลับไปยังบ้านเมืองของผมโดย มาจากประสบการณ์ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือคำว่า “พันธสัญญา” ผมคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยถ้าผู้คนไม่มีพันธสัญญาต่อ ตนเอง และเมื่อคุณเห็นมหาชน ๒๕๐,๐๐๐ คน ผมหมายถึง นั่นคือ พันธสัญญา และผมคิดว่าในอีกหลายกลุ่มในสังคมจะ เป็นกลุ่มด้านศาสนา หรือด้านลัทธิความเชื่ออื่นๆ กลุ่มเยาว ชนและผู้ใหญ่ต่างก็ไร้ซึ่งพันธสัญญา ทุกๆ คนต่างถาม คำถามต่างๆ นานา เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเฝ้าถามทุกสิ่งทุก อย่าง และปัญหาอยู่ตรงที่ว่าถ้าคุณไม่ตอบคุณก็จะทำให้เกิด ความว่างเปล่าหรือช่องว่างที่พร่องอยู่ ดังนั้น พันธสัญญาจึง เป็นประการแรก ประการที่สองซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานมากก็คือ การแบ่งปันแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ผมคิดว่าประชาชน ทั้งหลายอยู่ในแนวทางแห่งความเสมอภาพร่วมกัน ไม่มีใคร

หัวข้อประเด็น

- การนำประสบการณ์กลับบ้าน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

Mr. Alfredo ผมจะนำสิ่งต่างๆ กลับไปยังบ้านเมืองของผมโดย มาจากประสบการณ์ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือคำว่า “พันธสัญญา” ผมคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยถ้าผู้คนไม่มีพันธสัญญาต่อ ตนเอง และเมื่อคุณเห็นมหาชน ๒๕๐,๐๐๐ คน ผมหมายถึง นั่นคือ พันธสัญญา และผมคิดว่าในอีกหลายกลุ่มในสังคมจะ เป็นกลุ่มด้านศาสนา หรือด้านลัทธิความเชื่ออื่นๆ กลุ่มเยาว ชนและผู้ใหญ่ต่างก็ไร้ซึ่งพันธสัญญา ทุกๆ คนต่างถาม คำถามต่างๆ นานา เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเฝ้าถามทุกสิ่งทุก อย่าง และปัญหาอยู่ตรงที่ว่าถ้าคุณไม่ตอบคุณก็จะทำให้เกิด ความว่างเปล่าหรือช่องว่างที่พร่องอยู่ ดังนั้น พันธสัญญาจึง เป็นประการแรก ประการที่สองซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานมากก็คือ การแบ่งปันแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ผมคิดว่าประชาชน ทั้งหลายอยู่ในแนวทางแห่งความเสมอภาพร่วมกัน ไม่มีใคร สูงกว่า หรือต่ำกว่า ไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญในโลกที่ซึ่งเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิ มนุษยชน และการแบ่งแยกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ประการที่สาม ผมคิดว่ามันตรงกับคำว่า “การปฏิรูป” ผมคิดว่าที่ผมได้มา ณ ที่นี้ก็เพียงเพื่อการปฏิรูปทางจิตวิญญาณ และผมคิดว่าเป็น สิ่งที่สำคัญซึ่งจะเป็นกระแสคลื่นที่ขยายออกไปสู่การปฏิรูป ของทุกๆ คน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการปฏิรูป และผมได้ กล่าวไปแล้วว่าเป็นเรื่องพื้นฐานมาก คำว่า “ความปรองดอง สมานฉันท์" ผมคิดว่าเราไม่อาจช่วยหรือเชื่อมั่นในลัทธิ ศาสนาศรัทธาความเชื่อ หรือการเคลื่อนไหวในด้านจิตวิญญาณ ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่เหล่านั้นได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก เพราะเราประสบปัญหาความขัดแย้งมามากเกินพอแล้ว และผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เมื่อคุณได้เห็นคน ๒๕๐,๐๐๐ คน มานั่งรวมกันอย่างสงบที่นั่น และต่างก็แบ่งปันสิ่งต่างๆ มากมาย ผมคิดว่าวิเศษมาก และผมขอขอบคุณแขก และ เจ้าภาพที่จัดงานสำหรับการเชื้อเชิญผมให้มาร่วมงาน ณ ที่ นี่โดยผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดคือ ผมใคร่ขอขอบคุณรอยยิ้มจากเยาวชน มากมายที่ผ่านไปผ่านมา และผู้คนจำนวนมากที่ได้พูดคุยกับ ผมและพยายามเต็มที่ที่จะพาผมเข้าไปสู่เวทีการพบปะและ การพูดคุยสนทนาระหว่างกัน ผมทำได้เพียงแต่ให้สัญญาว่า ผมจะกลับมาอีก ขอบคุณมากครับ ท่านลามะ กังเชน ว่าไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถจะแนะนำได้ เราได้รับพรอัน ประเสริฐสำหรับมหาธรรมกายเจดีย์นี้ 8. Is there anything that you have received or experience from joining our activies. What would you like to bring back home to share with other people? If we have inner peace, then it will go into our families, our society, our friends and so on. The most important thing is inner peace. Buddha taught about interdependance of phenomenon. So this is some- thing which is the truth. If we have inner peace inside where we are going to have it, also the result of interdependance of the outside. If I have negative inside, we will also have negative outside. ๔. จากการที่ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีสิ่งใดบ้างที่ท่าน ได้รับหรือเป็นประสบการณ์ที่อยากจะนำกลับไปแบ่งปันให้ กับคนอื่นๆ ในประเทศของท่าน? ถ้าเรามีสันติสุขภายใน สันติสุขนั้นก็จะขยายไปยัง ครอบครัว สังคม เพื่อนฝูง และผู้คนต่างๆ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือสันติสุขภายใน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์ต่างๆ ว่าล้วนมีผลเกี่ยวเนื่องถึงกันหมด นี่ เป็นสัจธรรม ถ้าเรามีสันติสุขภายใน ณ ที่ที่เรากำลังได้ เข้าถึงสันติสุขนั้นก็จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก ด้วย แต่ถ้าสภาพภายในใจของเราไม่ดี ก็จะส่งผลให้สภาพ แวดล้อมภายนอกพลอยไม่ดีไปด้วย กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๕๒ | ๓๗)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More