ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถึง...คุณแม่ที่เคารพยิ่ง
สวัสดีค่ะ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ ลูกสบายดี ช่วง
นี้อากาศร้อนขึ้นนะคะ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเพราะ
เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดีที่ไม่ได้ร้อนมากจนเกินไป เมื่อไม่
นานมานี้ ลูกได้ยินข่าวว่า ประเทศอินเดียอากาศร้อนมากๆ
ทำให้พวกสัตว์เลี้ยงอย่าง วัว ควาย ตายกันหมด ชาวบ้าน
จึงต้องแล่เนื้อออกขาย ขายหมดทั้งเนื้อ หนัง และอะไรที่
ขายได้ เหลือแต่กระดูก และยังคาดว่า อากาศจะร้อนขึ้นอีก
ฟังแล้วสลดใจนะคะ ทั้งคนและสัตว์ต้องเดือดร้อนพอกันเลย
แต่สัตว์ทนได้น้อยกว่าหรือไม่ก็ตากแดดมากกว่าจึงตายก่อน
ลูกคิดว่า โชคดีที่คนไทยไม่ต้องประสบปัญหาเช่นนี้ ถึงจะ
พูดกันเป็นแถวว่าอากาศร้อน แต่ยังไม่มีใครตายเพราะ
อากาศร้อนสักที เพราะฉะนั้น เวลาที่อากาศร้อน ลูกจึงคิด
ว่า ดีที่ไม่ร้อนเท่าอินเดีย แล้วทำให้ลูกนึกต่อไปได้ว่า บางครั้ง
อะไรที่มันดูเป็นเรื่องต้องอดทน
ของเรา แต่พอไปเจอเรื่องที่มัน
หนักกว่าจริงๆ เรื่องของเราก็
กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลย
ความรู้สึกเช่นนี้คงคล้ายๆ กับ
เรื่องประสบการณ์ของทหารเรือ
คนหนึ่งที่ลูกเคยอ่านในหนังสือ
ลูกขอยกมาให้คุณแม่ฟังด้วยนะคะ
เล่าแบบย่อๆ เขาบันทึกไว้ว่า
“ผมได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เมื่อเดือน
มีนาคม ค.ศ. 1945 ผมได้รับบทเรียนภายใต้ท้องทะเล ๒๗๖
ฟุต นอกฝั่งอินโดจีนในตอนเช้ามืด เราดำเรือลงใต้พื้นทะเล
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี และขณะที่เราเตรียมตัว
จะโจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของญี่ปุ่น ปรากฏว่าทันที
ทันใดนั้นเองเรือลำนี้กลับเบนหัวพุ่งตรงมาหาเรา
(เครื่องบินญี่ปุ่นลำหนึ่งจับตำแหน่งได้ว่าเรือดำน้ำฝ่ายตรง
ข้ามอยู่ใต้พื้นทะเล ๖๐ ฟุต จึงส่งวิทยุไปบอกตำแหน่งกับ
เรือวางทุ่นระเบิด) เราจึงดำน้ำลงไปลึก ๑๕๐ ฟุต เพื่อหลบ
จากการค้นพบและหลบจากระเบิดน้ำลึก เราปิดทุกอย่าง
จมไปติดพื้นดินใต้ทะเลซึ่งลึก ๒๗๖ ฟุต ทุกคนรู้สึกใจหาย
ใจคว่ำ เพราะลูกระเบิดน้ำลึกจะอันตรายไม่มากถ้าเรือดำน้ำ
อยู่ใต้น้ำลึกถึง ๑,๐๐๐ ฟุต แต่ถ้าเรืออยู่ใต้น้ำต่ำกว่า ๕๐๐
ฟุต จะอันตรายที่สุด และเราถูกโจมตีในระยะ ๒๗๖ ฟุตเท่านั้น
เรือของญี่ปุ่นทิ้งระเบิดเรื่อยๆ ตลอดเวลา ถ้าลูกระเบิดสัก
ลูกหนึ่งเกิดระเบิดในระยะห่างจากเรือดำน้ำ ๑๗ ฟุต แรง
ระเบิดจะทำให้เรือทะลุเป็นรู และนั่นหมายถึงวาระสุดท้าย
ของเรา ทุกคนได้รับคำสั่งให้นอนเงียบๆ ที่บังก์ (ที่นอนเป็น
ชั้นๆ ในเรือ) และทำใจให้สงบไว้ ผมเองตกใจจนหายใจ
ไม่ค่อยออก เรากำลังรอความตาย” ผมรำพึงเช่นนี้ครั้งแล้ว
ครั้งเล่า แม้อากาศในเรือจะร้อนจัดเนื่องจากปิดพัดลมและ
เครื่องทำอากาศเย็น แต่ผมกลับรู้สึกหนาวจนตัวสั่นและฟัน
กระทบกัน การโจมตีด้วยระเบิดน้ำลึกดำเนินอยู่ ๑๕ ชั่วโมง
จึงหยุดลง ทั้งนี้เพราะเรือวางทุ่นระเบิดลำนั้นใช้ระเบิดเสีย
จนหมดเกลี้ยง แล้วจึงเดินทาง
ต่อไป ตลอดเวลา ๑๕ ชั่วโมง
ที่ถูกโจมตีผมรู้สึกว่ามันนานคล้าย
๑๕ ล้านปี ระหว่างนั้นผมนึก
สำรวจชีวิตของตนเองที่ผ่านมา
แล้ว นึกจนกระทั่งว่าผมเคยโง่
พอที่จะทุกข์ร้อนในสิ่งที่ไม่
สำคัญมากมายอะไร
ก่อนจะมาเป็นทหารเรือผมเป็นเสมียนที่ธนาคาร
แห่งหนึ่ง ผมเคยเป็นทุกข์ที่เวลาทำงานยาวเกินไป เงินเดือนต่ำ
ก้าวหน้าน้อย ผมทุกข์ใจเนื่องจากไม่สามารถมีบ้านเป็นของ
ตนเอง ไม่สามารถมีรถยนต์ใหม่ๆ ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้ภรรยา
ผมเกลียดเจ้านายของผม เขาเป็นคนจู้จี้ และมักบ่นว่าเสมอ
ผมนึกไปถึงว่า เวลากลับบ้านในตอนค่ำผมมักอารมณ์
ไม่ค่อยดีและพาลทะเลาะกับภรรยาในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
นอกจากนี้ผมยังมีแผลเป็นที่หน้าผากเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์
ซึ่งผมนึกถึงมันด้วยความไม่สบายใจตลอดมา เมื่อก่อนนี้ผม
มักจะเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีความสลักสำคัญที่น่ากลุ้มใจ
เป็นทุกข์เสียจริงๆ แต่ครั้นระเบิดน้ำลึกแสดงการขู่คำราม
เพื่อให้เรือดำน้ำอยู่ในสภาพเงียบที่สุด หลังจากนี้เพียง ๓ ในลักษณะพญามัจจุราชที่จ้องจะตะครุบชีวิตในวินาทีได
นาทีเท่านั้น เราเหมือนตกนรกดีๆ นี่เอง มีระเบิดน้ำลึก 5 วินาทีหนึ่ง ผมกลับตระหนักความจริงว่าทุกข์เมื่อก่อนนี้
ลูกระเบิด รอบเรือของเรา ซึ่งแรงระเบิดผลักเรือดำน้ำให้ เพียงแต่เป็นสิ่งขี้ปะติ้วเท่านั้นเอง ผมปฏิญาณว่าถ้าผมรอด
๑๐๔ | ก๋อย เมมิตร มิถุนายน ๒๕๔๗