เทศกาลสงกรานต์และพญานาค วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 53
หน้าที่ 53 / 132

สรุปเนื้อหา

เทศกาลสงกรานต์ มีนาคเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยเมือง เกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำทำไร่ทำนา โดยมีความเชื่อกัน ว่านาคนั้นมีหน้าที่ให้น้ำ ปีไหนน้ำจะมากจะน้อยขึ้นอยู่ กับจำนวนนาคที่ให้น้ำว่ามีกี่ตัว โดยช่วงเวลาขึ้นปีใหม่ ของไทยเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนนักษัตร เปลี่ยนศักราช มี การพยากรณ์เรื่องดินฟ้าอากาศไว้ตลอดโดยประกาศ ออกมาเป็นประกาศสงกรานต์ สำหรับปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ มีประกาศ สงกรานต์ ดังนี้ ปีมะโรง (ธาตุทอง เทวดาผู้ชาย) โทศก จุลศักราช ๑๓๖๒ ทางจันทรคติ เป็น ปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็น อธิกสุรทิน วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ตรง กับ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๘ นาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า กิริณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ ขวาทรงขอ พระหัต

หัวข้อประเด็น

- เทศกาลสงกรานต์และพญานาค

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เทศกาลสงกรานต์ มีนาคเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยเมือง เกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำทำไร่ทำนา โดยมีความเชื่อกัน ว่านาคนั้นมีหน้าที่ให้น้ำ ปีไหนน้ำจะมากจะน้อยขึ้นอยู่ กับจำนวนนาคที่ให้น้ำว่ามีกี่ตัว โดยช่วงเวลาขึ้นปีใหม่ ของไทยเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนนักษัตร เปลี่ยนศักราช มี การพยากรณ์เรื่องดินฟ้าอากาศไว้ตลอดโดยประกาศ ออกมาเป็นประกาศสงกรานต์ สำหรับปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ มีประกาศ สงกรานต์ ดังนี้ ปีมะโรง (ธาตุทอง เทวดาผู้ชาย) โทศก จุลศักราช ๑๓๖๒ ทางจันทรคติ เป็น ปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็น อธิกสุรทิน วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ตรง กับ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๘ นาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า กิริณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ ขวาทรงขอ พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จมาเหนือหลัง กุญชร(ช้าง) เป็นพาหนะ วันที่ ๑๕ เมษายน เวลา ๒๑ นาฬิกา ๑๒ นาที ๓๖ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ๑๓๖๒ ปีนี้วันอาทิตย์ เป็น ธงชัย วันจันทร์ เป็น อธิบดี วันเสาร์ เป็น อุบาทว์ วันพุธ เป็นโลกาวินาศ ปีนี้วันเสาร์ เป็น อธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า นาคให้น้ำ 5 ตัว b เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ ชื่อ “ปาปะ” 0 ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผล ๑ ส่วน เสีย 4 ส่วน เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย พญานาค - มังกร - งู ตำนานสิบสองนักษัตรได้กำหนดให้สัตว์สิบสอง ชนิดเป็นเครื่องหมายประจำปี เช่น ปีนี้ปีมะโรง หมาย ถึง งูใหญ่ หรือปีมังกรของจีน สำหรับมังกรแล้วคติ ความเชื่อของชาวจีน เชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นสูง เป็น สัญลักษณ์ของฮ่องเต้ แต่ไทยเราเชื่อว่าพญามังกรก็คือ พญานาคนั่นเอง ต่างกันตรงที่พญามังกรมีขาแต่พญา นาคไม่มีขา ปีมะเส็ง หมายถึง งูเล็ก มีฤทธิ์มีอานุภาพ น้อยกว่ามากเมื่อเทียบศักดากับพญานาคหรือมังกร ตามตำราพรหมชาติจะพยากรณ์บุคลิกลักษณะ อุปนิสัยใจคอ ความถนัด มิตร-ศัตรูและเนื้อคู่ไว้เสร็จสรรพ เป็นกรอบในการดำเนินชีวิต นั่นก็ว่าไปตามคติความ เชื่ออย่างพราหมณ์ ที่เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้สร้าง ซึ่ง ความเชื่อของพุทธของพราหมณ์สำหรับคนไทยเรามัก จะแยกกันไม่ค่อยออกเพราะปนกันมานาน ประเทศไทยมีพญานาคเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ ยิ่งใหญ่ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา พม่า ก็ ยกย่องพญานาคเช่นกัน แต่สำหรับมังกรแล้วเป็นสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ในหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ และ ประเทศในยุโรปอีกหลายประเทศ แต่สำหรับงูแล้ว เห็นจะมีเพียงพม่าที่มีลัทธิบูชางู ในประเทศอินเดียอาจ มีบ้าง แต่ส่วนมากแล้วจะถูกจับมาหากินกับพวกแขก เป่าปี่มากกว่า ในเมืองไทยเคยมีความเชื่อว่ากินดึงแล้ว ทำให้สุขภาพแข็งแรงเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เกิด อาชีพจับงูมาขายเพื่อการนั้น แต่ก็ถูกต่อต้านจากพวก คุ้มครองสัตว์เพราะเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์และการ ฆ่าที่ทารุณ ปัจจุบันจึงไม่มีให้เห็นสักเท่าไหร่ กำเนิดนาค นาคนั้นเป็นกำเนิดเดรัจฉานหรือเป็นเทวดาน่า สงสัย เพราะไปได้ถึงดาวดึงส์ เช่น ท้าววิรูปักษ์พา พวกนาคไปเฝ้าท้าวสักกะเทวราช ไหนจะเรื่องภพของ นาคที่วิจิตรตระการตาอีก แต่เรื่องนี้พระพุทธองค์ทรง วินิจฉัยให้เป็นเดรัจฉานไม่สามารถบรรลุมรรคผล นิพพานได้ เพราะว่ามีลำตัวไปตามขวาง ไปด้วยอก กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๕๓ | ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More