พิษแห่งราคะดำกฤษณา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 132

สรุปเนื้อหา

พิษซึมซาบฉุนเฉียวเรี่ยวแรงรวดเร็วยิ่ง เกินกว่าพิษแห่ง จตุรพิธภุชงค์ คือ พิษแห่งพญานาคราชทั้งสี่ชาติสี่ตระกูล เป็นไหนๆ เพราะเหตุนี้พระองค์จึงมีสามารถหยุดยั้งด้วยกำลัง พระแสงขอได้ พระเจ้าข้า” “แล้วไฉนพญาคชสารนี้ จึงกลับมาโดยลำพังใจ ของตนเอง” พระราชาทรงถามขึ้นหลังจากที่ฟัง หัตถาจารย์อธิบายเป็นเวลานาน “การที่พญาคชสารกลับมาในครั้งนี้ ใช่ว่าจะมาโดย เจตนาก็หาไม่ แต่เป็นเพราะกำลังอำนาจมนตรามหาโอสถของ ข้าพระพุทธเจ้า!" เมื่อทรงสดับดังนั้นแล้ว พระองค์จึงตรัสสั่งให้นาย หัตถาจารย์แสดงกำลังมนต์มหาโอสถให้ทรงทอดพระเนตร ส่วนนายหัตถาจารย์ก็ได้ให้บริวารไปนำเอาก้อนเหล็กก้อน ถึงแก่ความตาย จึงดำรัสสั่งให้นายหัตถาจารย์บอกให้พญา ช้างทิ้งก้อนเหล็กนั้นเสีย ทรงหวนคิดถึงอำนาจราคะดำ กฤษณาของพญาช้าง พร้อมกับคำซักอุปมาอธิ

หัวข้อประเด็น

- พิษแห่งราคะดำกฤษณา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พิษซึมซาบฉุนเฉียวเรี่ยวแรงรวดเร็วยิ่ง เกินกว่าพิษแห่ง จตุรพิธภุชงค์ คือ พิษแห่งพญานาคราชทั้งสี่ชาติสี่ตระกูล เป็นไหนๆ เพราะเหตุนี้พระองค์จึงมีสามารถหยุดยั้งด้วยกำลัง พระแสงขอได้ พระเจ้าข้า” “แล้วไฉนพญาคชสารนี้ จึงกลับมาโดยลำพังใจ ของตนเอง” พระราชาทรงถามขึ้นหลังจากที่ฟัง หัตถาจารย์อธิบายเป็นเวลานาน “การที่พญาคชสารกลับมาในครั้งนี้ ใช่ว่าจะมาโดย เจตนาก็หาไม่ แต่เป็นเพราะกำลังอำนาจมนตรามหาโอสถของ ข้าพระพุทธเจ้า!" เมื่อทรงสดับดังนั้นแล้ว พระองค์จึงตรัสสั่งให้นาย หัตถาจารย์แสดงกำลังมนต์มหาโอสถให้ทรงทอดพระเนตร ส่วนนายหัตถาจารย์ก็ได้ให้บริวารไปนำเอาก้อนเหล็กก้อน ถึงแก่ความตาย จึงดำรัสสั่งให้นายหัตถาจารย์บอกให้พญา ช้างทิ้งก้อนเหล็กนั้นเสีย ทรงหวนคิดถึงอำนาจราคะดำ กฤษณาของพญาช้าง พร้อมกับคำซักอุปมาอธิบายของ นายหัตถาจารย์ ทรงยิ่งสังเวชในใจหนักหนา จึงทรงเปล่ง สังเวชเวทีว่า “โอหนอ น่าสมเพชหนักหนา ด้วยฝูงสัตว์มาติด ต้องข้องขัดอยู่ด้วยราคะดำกฤษณา อันมีพิษพิลึกน่า สะพรึงกลัวร้ายกาจยิ่งนัก ราคะคือความกำหนัดนี้ย่อมมี มหันตโทษมหาศาล เพราะเพลิงราคะมีกำลังหยาบช้ากล้าแข็ง ร้อนรุ่มสุมทรวงสัตว์ทั้งหลายอยู่อย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายจึง ต้องถูกกิเลสราคะย่ำยีบีฑา นำทุกข์มาทุ่มถมให้จมอยู่ในอู่ แอ่งอ่าวโลกโอฆสงสารไม่มีวันสิ้นสุดลงได้ เพราะราคะ กิเลสนี้แล สัตว์ทั้งหลายจึงต้องไปตกหมกไหม้อยู่ในมหา นรกทั้งแปดขุม และสัตว์ทั้งหลายบางหมู่ต้องไปเกิดอยู่ใน กำเนิดเดียรัจฉาน สัตว์ทั้งหลายต้องบ่ายหน้าไปสู่อบายภูมิ ก็เพราะราคะดำกฤษณานี้เป็นประการสำคัญ สัตว์ทั้งหลาย ที่เบียดเบียนบีฑาซึ่งกันและกันก็เพราะอำนาจดำกฤษณา ทำให้ต้องระทมตรมทุกข์ถึงซึ่งความพินาศนานัปการ ไม่ เว้นแม้แต่บุตรธิดา มารดาบิดา ภรรยาสามีที่รักเป็นหนักหนา ก็ยังต้องเบียดเบียนบีฑาฆ่ากันเพราะอำนาจดำนี้มานักต่อนัก ใหญ่มา แล้วให้ช่างทองเอาใส่เตาสูบ เผาด้วยเพลิงให้ก้อน เหล็กนั้นสุกแดงแล้วจึงเอาคีมคีบออกจากเตา เรียกพญา ช้างเข้ามาแล้วร่ายมนต์ พลางบังคับให้คชสารจับเอาก้อน เหล็กแดงนั้นด้วยคำกำชับสั่งว่า “ดูกรพญานาคินทร์ผู้ประเสริฐ จงหยิบเอาก้อน เหล็กนั้น ณ บัดนี้ แม้นเรายังไม่ได้บอกให้วาง ท่านจงอย่า ได้วางเลยเป็นอันขาด” ครั้นพญาช้างได้ฟังคำสั่งบังคับ ก็ยื่นงวงออกมา จับเอาก้อนเหล็กที่ลุกเป็นไฟ แม้ว่าจะร้อนง่วงเหลือหลาย จนงวงไหม้เป็นเปลวควันขึ้นก็ดี ก็ไม่อาจจะทิ้งก้อนเหล็ก นั้นเสียได้ด้วยกลัวต่ออำนาจมนตราของนายหัตถาจารย์ มิใยถึงคนอื่นที่มิใช่ญาติเล่า ก็ยิ่งฆ่ากันมีอำนาจดำกฤษณา นี้เป็นเหตุพื้นฐาน บางครายอมจ่ายทรัพย์สินไปในทางไร้ ประโยชน์ บางทียอมเสื่อมจากยศและเกียรติคุณ บางทีย่อม ประกอบกรรมอกุศลทำให้สิ้นสุข และเมื่อจิตใจเบือนจาก กุศลย่อมไปสู่ทุคติภพ บางทีให้ลุอำนาจแก่ ความโลภ โกรธ หลง จนต้องเจริญโทษทุกภพทุกชาติที่เกิด ให้ถือกำเนิดใน อบายภูมิทั้งสี่ เพียงเท่านี้ก็หาไม่ บางคราย่อมทำตนให้ พินาศจากศีลสมาทาน บางกาลทำให้คนเสื่อมจากฌาน ภาวนาสมาธิจิตเป็นนิจกาล ราคะกิเลสจึงเป็นเหตุให้เกิด ทุกข์มหันตโทษให้เสวยทุกขเวทนา เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลาย ต้องมีความเศร้าหมองต่างๆ มากมาย เมื่อตรัสเช่นนั้นแล้ว ก็มอบรางวัลให้แก่นาย หัตถาจารย์เป็นอันมาก แล้วคำนึงในพระราชหฤทัยว่า “สัตว์ ทั้งหลายในโลกนี้จักพ้นจากอำนาจราคะดำกฤษณาอันเป็น เป็นกำลัง เมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นงวงพญาช้างถูก ทุกขภัยในวัฏฏะนี้ได้ด้วยประการใด?” แล้วจึงเห็นแจ้งใน เพลิงไหม้เช่นนั้น ก็ทรงสงสารเวทนาและเกรงพญาช้างจะ พระราชหฤทัยว่า ธรรมทั้งหลายอื่นนอกจาก “พุทธกรณ ๖๖ | กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕etin
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More