ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระราชาทรงกริ้วมากและขับไล่
พราหมณ์ ผู้ขาดความเคารพออกไป
เสียจากพระราชวัง พราหมณ์ต้อง
เสื่อมจากเกียรติยศ ชื่อเสียงเงินทอง
ต่างๆ ดังที่เคยได้รับในอดีตไปเสียสิ้น
แม้พราหมณ์จะกลับไปกราบ
กราน อ้อนวอนอาจารย์ที่เป็นจัณฑาลนั้น
ให้สอนวิชาเสกมะม่วงให้ใหม่ ท่านก็ไม่
ยอมสอนให้อีกเพราะชังว่าพราหมณ์ผู้นี้
ไม่มีความเคารพ ถือทิฏฐิมานะใน
วรรณะของตน จนขาดความกตัญญูต่อ
ผู้มีพระคุณทั้งๆ ที่ได้สอนสั่งกันไว้แต่แรก
พราหมณ์จึงได้รับความเดือดร้อนอย่าง
แสนสาหัส
ความเคารพเป็นคุณธรรมอัน
ประเสริฐ อันสัปปุรุษต้องมีไว้ประจำตน
เป็นทางไหลมาแห่งสรรพวิชาความรู้
ความยอมรับนับถือ รวมถึงเกียรติยศ
ชื่อเสียงเงินทองทรัพย์ศฤงคารอันจะ
เกิดขึ้นตามมา พระภิกษุสามเณรอาศัย
พระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง ทำให้ได้ทั้ง
ข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย
หยูกยารักษาโรค และความสะดวก
สบายต่างๆ แต่เมื่อเราได้ปัจจัย ๔ มา
แล้ว ถ้าไม่บริโภคใช้สอยด้วยความเคารพ
ทั้งไม่นำพละกำลังเรี่ยวแรงอันเกิดจาก
การบริโภคปัจจัย ๔ นี้ไปศึกษา
พระธรรมวินัยด้วยความเคารพ ทั้งยัง
ไม่แสดงธรรมด้วยความเคารพ ในไม่
ช้าพระธรรมคำสั่งสอนหรือพุทธมนต์ก็
จะเสื่อมไป เหมือนอย่างที่วิชาเสก
มะม่วงเสื่อมหายไป เพราะพราหมณ์ไม่
เคารพอาจารย์นั่นเอง
พระธรรมเป็นของจริงต้องคู่
กับคนจริง ลูกสามเณรต้องตั้งใจศึกษา
พระธรรมวินัยด้วยความเคารพอย่าง
จริงจัง ให้ซาบซึ้งในพระปัญญาธิคุณ
พระบริสุทธิคุณ และพระกรุณาธิคุณ
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตระหนักในความล้ำค่าของพระพุทธ
วจนะ พระธรรมจึงจะเข้ามาอยู่ในใจ
ทำให้ลูกพระลูกเณรของหลวงพ่อ
สามารถพัฒนาคุณธรรมให้สูงส่งขึ้นได้
จริง หากลูกไม่ทำเช่นนี้ ถึงบวชเป็น
สามเณร ก็ได้ชื่อว่า บวชเล่นๆ เป็นได้
แค่กากเณร แม้ได้บวชเป็นพระ ก็เป็น
พระเล่นๆ เป็นได้แค่กากพระ ชะต
ชีวิตก็จะไม่ต่างจากพราหมณ์เสก
มะม่วงนั่นแหละ คือชาตินี้จะเอาดีไม่ได้
เพราะฉะนั้น พระภิกษุสามเณรรูปใด ที่
รู้ตัวว่าตนเองยังมีความประพฤติ
ย่อหย่อนในการแสดงความเคารพต่อ
การศึกษาพระธรรมวินัย ก็ให้รีบแก้ไข
๗๐ | กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๔๓
ปรับปรุงตัวเสีย ชีวิตจะได้มีแต่ความ
เจริญก้าวหน้าสืบต่อไป