การตรัสรู้และปณิธานของพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 6 หน้า 69
หน้าที่ 69 / 132

สรุปเนื้อหา

ธรรม” แล้ว ก็ไม่เห็นว่าสิ่งอื่นจะเปลื้องตนให้พ้นจากวัฏสงสาร ได้ ดังนั้นพระองค์จึงหยั่งพระราชหฤทัยลงเที่ยงแท้ถือเอา พระพุทธภูมิปณิธานว่า “เราได้ตรัสรู้ซึ่งพระโพธิญาณแล้ว ก็จักทำสัตว์ ทั้งหลายให้รู้ด้วย เราพ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารเมื่อใด ก็จัก สัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารเมื่อนั้นด้วย” ครั้นทรงกระทำปณิธานปรารถนาเฉพาะพระพุทธ ภูมิในพระราชหฤทัยด้วยประการฉะนั้นแล้ว ก็ทรงสละ ราชสมบัติ ดำรงเพศเป็นพระดาบสบำเพ็ญพรตปฏิบัติชอบ อยู่ตราบสิ้นอายุขัยแล้วก็ได้ขึ้นไปบังเกิดในสวรรค์เทวโลก เสวยสุขอยู่สิ้นกาลนาน และองค์สมเด็จพระนราธิบดีสัต ตุตาปราชา กลับชาติมาเกิดคือองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าศรีศากยมุนีโคดมบรมครูเจ้า ของชาวเราพุทธ บริษัททั้งหลาย พญามงคลคชสาร กลับชาติมาเกิดในชาติ สุดท้าย คือพระมหากัสสปเ

หัวข้อประเด็น

- การตรัสรู้และปณิธานของพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรม” แล้ว ก็ไม่เห็นว่าสิ่งอื่นจะเปลื้องตนให้พ้นจากวัฏสงสาร ได้ ดังนั้นพระองค์จึงหยั่งพระราชหฤทัยลงเที่ยงแท้ถือเอา พระพุทธภูมิปณิธานว่า “เราได้ตรัสรู้ซึ่งพระโพธิญาณแล้ว ก็จักทำสัตว์ ทั้งหลายให้รู้ด้วย เราพ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารเมื่อใด ก็จัก สัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารเมื่อนั้นด้วย” ครั้นทรงกระทำปณิธานปรารถนาเฉพาะพระพุทธ ภูมิในพระราชหฤทัยด้วยประการฉะนั้นแล้ว ก็ทรงสละ ราชสมบัติ ดำรงเพศเป็นพระดาบสบำเพ็ญพรตปฏิบัติชอบ อยู่ตราบสิ้นอายุขัยแล้วก็ได้ขึ้นไปบังเกิดในสวรรค์เทวโลก เสวยสุขอยู่สิ้นกาลนาน และองค์สมเด็จพระนราธิบดีสัต ตุตาปราชา กลับชาติมาเกิดคือองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าศรีศากยมุนีโคดมบรมครูเจ้า ของชาวเราพุทธ บริษัททั้งหลาย พญามงคลคชสาร กลับชาติมาเกิดในชาติ สุดท้าย คือพระมหากัสสปเถระเจ้าสังฆวุฒาจารย์ ซึ่งเป็น พระมหาเถระอรหันต์สำคัญที่สุดองค์หนึ่งในศาสนาพุทธ ส่วน นายหัตถาจารย์ กลับชาติมาเกิดในชาติสุดท้าย จักได้ตรัสเป็น สมเด็จพระมิ่งมงกุฎศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจัก และเมื่อพระศรีอาริยเมตไตรยได้ตรัสรู้ประกาศพระศาสนาแล้ว อริยสงฆ์ทั้งหลาย ในขณะนั้น เปลวอัคคีก็จะบันดาลมีเกิด คราวหนึ่งพระองค์จักเสด็จไปที่ภูเขากุกกุฏสัมปาดบรรพต ขึ้นในซากอสุภะของพระเถรเจ้า แล้วค่อยลามเลียลุกไหม้ มาตรัสในอนาคตกาล หลังจากศาสนาของสมเด็จพระศรี ศากยมุนีโคดมบรมครูเจ้า เสื่อมสลายสูญไปจากโลกนี้แล้ว ฎีกาตรัสแนะนำดังนี้แล้ว สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย ทรงสรรเสริญคุณแห่งพระมหากัสสปเถรเจ้าต่อหน้าพระ อันเป็นที่บรรจุศพของพระมหากัสสปเถรเจ้า แล้วพระองค์ จักทรงยื่นพระหัตถ์เบื้องขวาซ้อนเอาซากศพของพระสังฆ ศพให้สิ้นซากปราศจากเถ้าถ่านอยู่บนฝ่าพระหัตถ์ของ สมเด็จพระสรรเพชญศรีอาริยเมตไตรยเป็นอัศจรรย์ หากแม้นบุคคลใดที่ได้เกิดอยู่ภายใต้ร่มแห่งบวร วุฒาจารย์อรหันต์กัสสปะนั้น ขึ้นชูไว้บนฝ่าพระหัตถ์ อัน ประกอบด้วยจักรลักษณะแล้ว จะมีพุทธฎีกาตรัสแก่พระ อริยสงฆ์ทั้งหลายว่า “ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! เธอจงพา กันมองดูซึ่งซากศพนี้ นี่คือศพของผู้เป็นพี่ชายของตถาคต ซึ่งเป็นสาวกใหญ่ในศาสนาของสมเด็จพระมิ่งมงกุฏศรีศากย โคดมบรมครูเจ้า(สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย เคยบวช เป็นพระภิกษุในสมัยพุทธกาลมีนามว่า อชิตภิกษุ เป็นภิกษุ ที่มีพรรษาน้อย ฉะนั้น พระองค์จึงเรียกพระมหากัสสปเถร เจ้าด้วยคำกล่าวออกนามว่า พี่ชายของตถาคต ในกาลครั้ง นั้น) มีนามว่า พระอริยกัสสปเถระ เป็นผู้ทรงคุณพิเศษโดย ถือธุดงควัตร จนตราบเท่าดับขันธปรินิพพาน” เมื่อมีพุทธ พระพุทธศาสนา ได้สดับตรับฟังพระธรรมแล้ว นับได้ว่า เป็นผู้มีบุญประเสริฐยิ่งนัก เหมือนดั่งพุทธพจน์ที่พระพุทธ องค์ทรงตรัสไว้ว่า ผู้ดื่มในรสพระธรรม ย่อมมีใจ ผ่องแผ้วเป็นสุข บัณฑิตย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยเจ้า ประกาศแล้ว ในกาลทุกเมื่อ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๔๓ | ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More