ข้อความต้นฉบับในหน้า
หากการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญทาง
พระพุทธศาสนา ที่อยู่ในประเทศอินเดียและ
เนปาล คือ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง เพื่อ
การสักการะบูชา เกิดความปีติ เลื่อมใส
เพิ่มพูนศรัทธาในพระรัตนตรัย
รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอัน
ยิ่งใหญ่ขององค์สมเด็จพระ
สังเวชนียสถาน ๔ เป็นไฉน สังเวชนียสถาน
เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วย
ระลึกว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ ๑ สังเวช
นียสถานเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา
ด้วยระลึกว่า พระตถาคตตรัสรู้
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ ๑
สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็น
สัมมาสัมพุทธเจ้า เดินตามรอย
บาทพระพุทธองค์ ตั้งใจ
ประพฤติปฏิบัติธรรมตามที่
พระองค์ทรงสั่งสอนไว้ มุ่งหวัง
เอาพระนิพพานเป็นแก่นสาร
ของชีวิต การเดินทางไกลครั้งนี้
คงเป็นการเดินทางที่จะช่วย
ย่นย่อระยะทางแห่งวัฏสงสารให้
สั้นลงและเอื้อประโยชน์สูงสุดให้
กับชีวิต แม้จะเดินทางรอบโลก
สักพันครั้งก็ไม่อาจเทียบได้
เพราะอย่างน้อยที่สุดการได้ไป
สักการะสังเวชนียสถานด้วย
ความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อละ
จากโลกนี้ไปแล้วย่อมได้ไปเกิด
ในสุคติโลกสวรรค์ดังที่กล่าวไว้
ในพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย
มหาวรรค เล่มที่ หน้า ๓๐๙
๑๓
ดังนี้
ของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึก
ว่า พระตถาคตยังธรรมจักรอัน
ยวดยิ่งให้เป็นไปแล้วในที่นี้
สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็น
ของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึก
ว่า พระตถาคตเสด็จปรินิพพาน
ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้
0
อานนท์ สังเวชนียสถาน ๔
แห่งเหล่านั้นแล เป็นที่ควรเห็น
ของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ภิกษุ
ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้มี
ศรัทธาจักมาด้วยระลึกถึงว่า
พระตถาคตประสูติในที่นี้บ้าง
พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมา
สัมโพธิญาณในที่นี้บ้าง
พระตถาคตยังธรรมจักรอัน
ยวดยิ่งให้เป็นไปในที่นี้บ้าง
พระตถาคตเสด็จปรินิพพาน
แล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน-
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ในกาลก่อน พวกภิกษุอยู่
จำพรรษาในทิศทั้งหลาย
พากันมาเพื่อเห็นพระตถาคต
พวกข้าพระองค์ ย่อมได้เห็นได้เข้าไปนั่งใกล้
ภิกษุผู้ให้เจริญใจเหล่านั้น พวกข้าพระองค์
โดยล่วงไปแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า จักไม่ได้เห็น
จักไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกษุผู้ให้เจริญใจ"
“ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔
แห่งเหล่านี้เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา
ธาตุในที่นี้บ้าง ดูก่อนอานนท์
ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์
มีจิตเลื่อมใส จักกระทำกาละ
ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่
ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ศีลปาณมิตร กับวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๓