ข้อความต้นฉบับในหน้า
คุณหมอรู้ได้เพราะมีการตรวจหาระดับน้ำตาล ๒
ชนิดประกอบกันในการพิจารณารักษา
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดมีหลายชนิด แต่
ทั่วไปมี ๒ วิธีที่ใช้ในโรงพยาบาล
๑. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร
และน้ำอย่างน้อย 4 ชั่วโมง [Fasting Plasma Glucose
(FPG) ค่าปกติ ไม่ควรเกิน ๑๒๖ mg%] ตามประกาศของ
American Diabetic Association ปี 1998
๒. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสะสม
[Glycosylate hemoglobin (HbA1c) คนปกติจะอยู่ระหว่าง
๔-๖% คนที่เป็นเบาหวานคุมน้ำตาลได้ดีระดับ HbA1C
ควรอยู่ต่ำกว่า ๗%] เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดตลอดทั้งวัน
และตลอดทั้งเดือนว่ามากน้อยขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเราจะพยายามอดอาหารก่อนหน้าที่จะมา
เจาะเลือดตรวจเพียง ๒-๓ วัน เพื่อทำให้ค่า FPG ดี แต่ค่า
HbA1c จะฟ้องออกมา ซึ่งค่า HbA1c นี้จะไม่เจาะตรวจบ่อย
ประมาณ ๓ เดือนต่อครั้งเท่านั้น เพื่อใช้ประกอบ ตัวหลักคือ
ค่า FPG ที่เราจะใช้ดูว่าระดับน้ำตาลในเลือดของเรามี
ประมาณเท่าไร เป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน และเราจะ
ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหาร เพื่อไม่
ให้มีแคลอรีหรือพลังงานมากเกินไปจนทำให้มีระดับน้ำตาล
ในเลือดสูงหรือต่ำาเกินไป
หรือถ้าเรามีเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดชนิด
พกพาก็สามารถตรวจดูระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง
เช่นสมมติ ถ้าเราอยากทราบว่าภายหลังรับประทานทุเรียน
หรือลองกองสัก ๑ กิโลกรัมนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดเรามี
เท่าไร สูงแค่ไหนเมื่อเทียบกับรับประทานฝรั่งหรือชมพู่ ๑
กิโลกรัมเท่ากัน หรือระหว่างรับประทานแกงเขียวหวานไก่
ราดข้าวโดยราดน้ำแกงมากๆ กับรับประทานแต่ไก่กับ
มะเขือโดยราดน้ำแกงน้อยๆ ภายหลังรับประทานแล้วระดับ
น้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นประมาณเท่าไรก็สามารถทำได้ จะ
ได้เพิ่มความระมัดระวังไม่เผลอตัวเผลอใจรับประทาน
อาหารจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นานๆ
ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นานๆ จะเกิดอันตรายเช่นไร?
นอกจากอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตจากระดับน้ำตาล
ที่สูงหรือต่ำมากเกินไปแล้ว อันตรายต่อร่างกายของคนที่
เป็นเบาหวานที่ไม่ควบคุมยังมีอีกหลายอย่าง แต่ละอย่าง
ล้วนแล้วแต่แย่ๆ ทั้งนั้นเลย ที่เป็นอยู่กันก็มี จอประสาทตา
เสื่อม (Retinopathy) ทำให้ตาบอด ประสาทส่วนปลายเสื่อม
(Peripheral neuropathy) ทำให้รับความรู้สึกได้ช้า หรือชา
โอกาสเกิดอุบัติเหตุ เช่น เตะ เดินชนได้ง่ายทำให้เท้าเป็น
แผลอักเสบและหายช้า ลุกลามจนต้องตัดอวัยวะส่วนนั้น
ออกเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ หรือมีพยาธิสภาพที่ไตหรือไตวาย
(Nephropathy) ซึ่งที่จริงแล้วค่ารักษาเฉพาะโรค
เบาหวานมีเพียง ๑๐% เท่านั้น แต่อีก ๙๐% เป็นค่ารักษา
ดูแลภาวะแทรกซ้อนที่เกิดตามมาจากการที่ไม่ควบคุม
น้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ นี่เป็นเพียงการ
สูญเสียทางเศรษฐกิจเท่านั้นยังไม่นับการสูญเสียเวลาที่ต้อง
เดินทางไปโรงพยาบาล รอพบแพทย์ รอรับยา การขาด
งานหรือลางานมาโรงพยาบาล อีกทั้งต้องเพิ่มการเอาใจใส่
ในสภาวะจิตใจ อารมณ์ของตนเองและคนในครอบครัวอีกด้วย
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ มีการคาดประมาณว่าจะมี
ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ๑๕๔ ล้านคนทั่วโลก และจะเพิ่มเป็น
๓๐๐ ล้านคนในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ นอกจากนี้ผลการสำรวจยัง
พบว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่เป็นเบาหวานจะเป็นคนใน
ทวีปเอเชีย นั่นหมายความว่า ทุก ๑ ใน ๒ คน ของคนที่
เป็นโรคเบาหวานจะเป็นคนเอเชีย สำหรับในประเทศไทย
จากการสำรวจของสถาบันวิจัยสาธารณสุขไทยร่วมกับ
สมาคมวิชาชีพทางการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข พบ
๘๐ | กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓