ความไม่ประมาทในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 12 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 108

สรุปเนื้อหา

คำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาคือคำสอน โลดแล่นไปตามกระแสจิตและกระแสโลก เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ เรื่องความไม่ประมาท แม้พระพุทธเจ้าก่อนที่จะเสด็จ ปรินิพพานก็ตรัสไว้เป็นปัจฉิมโอวาทว่า “ท่านทั้งหลายจงยัง กิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” ดังนี้ เท่ากับว่าทรงสรุปธรรมะคำสอนของพระองค์ไว้ที่ความไม่ มีแต่จะทำให้ตาย คือตายไปจากความดีงามต่างๆ ซึ่งตน ควรจะได้ทำและควรจะได้รับเป็นผลตอบแทนและอาจทำให้ ประมาทนี่เอง ท่านเปรียบไว้เหมือนกับรอยเท้าของสัตว์บก ตัวตายไปจริงๆ ด้วย เช่น ขับรถด้วยความประมาท ทำงานด้วยความประมาท พูดด้วยความประมาท เป็นต้น ซึ่งล้วนนำความวิบัติมาให้ทั้งสิ้น คนที่ประมาทแล้วอย่างนี้ ทุกประเภทในโลกปัจจุบันย่อมรวมลงอยู่ในรอยเท้าช้างทั้งสิ้น แม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแ

หัวข้อประเด็น

- ความไม่ประมาทในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาคือคำสอน โลดแล่นไปตามกระแสจิตและกระแสโลก เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ เรื่องความไม่ประมาท แม้พระพุทธเจ้าก่อนที่จะเสด็จ ปรินิพพานก็ตรัสไว้เป็นปัจฉิมโอวาทว่า “ท่านทั้งหลายจงยัง กิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” ดังนี้ เท่ากับว่าทรงสรุปธรรมะคำสอนของพระองค์ไว้ที่ความไม่ มีแต่จะทำให้ตาย คือตายไปจากความดีงามต่างๆ ซึ่งตน ควรจะได้ทำและควรจะได้รับเป็นผลตอบแทนและอาจทำให้ ประมาทนี่เอง ท่านเปรียบไว้เหมือนกับรอยเท้าของสัตว์บก ตัวตายไปจริงๆ ด้วย เช่น ขับรถด้วยความประมาท ทำงานด้วยความประมาท พูดด้วยความประมาท เป็นต้น ซึ่งล้วนนำความวิบัติมาให้ทั้งสิ้น คนที่ประมาทแล้วอย่างนี้ ทุกประเภทในโลกปัจจุบันย่อมรวมลงอยู่ในรอยเท้าช้างทั้งสิ้น แม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว เพราะคนที่ คือรอยเท้าช้างมีความยิ่งใหญ่กว่ารอยเท้าของสัตว์ทั้งปวง ธรรมะทั้งหมดก็รวมอยู่ในความไม่ประมาทนี้ ความไม่ ประมาทคือความไม่อยู่อย่างปราศจากสติ หรือจะกล่าวว่า ประมาทกับสติเป็นอย่างเดียวกัน เป็นตัวสติก็ได้ ในทางปฏิบัติความไม่ หมายถึงความไม่เผลอ ไม่หลงลืม นึก ได้อยู่เสมอ การที่คนเรามีความ ตายแล้ว ไม่ทำความดีงามไม่ทำประโยชน์อะไรได้อีกแล้ว คนตายแล้วแต่ยังไม่ตาย ก็เพราะมีชีวิตอยู่อย่างไม่ ประมาท ส่วนคนเป็นที่ตายแล้วก็เพราะมีชีวิตอยู่อย่างประมาท ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย คือเป็นเหตุให้ คนเราไม่เผลอไม่มัวเมาในชีวิต เตือนให้เห็นว่า ระมัดระวังก่อนทำก่อนพูดอะไร ไม่ให้ 66 ชีวิตเป็นอย่างไร จะต้องรีบทำอะไรให้เป็น 99 เกิดความพลั้งเผลอผิดพลาด เตือนใจ ตัวเองได้เสมอว่าสิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ ควรทำ เป็นเรื่องของความไม่ประมาท หรือสติทั้งสิ้น ประโยชน์ไว้บ้าง เมื่อเห็นแล้วก็เตือนให้รีบ ละเว้นความชั่วกระทำแต่ความดี ท่านว่าความไม่ประมาทเป็น ทางไม่ตาย คือเป็นเหตุให้คนเราไม่ เผลอไม่มัวเมาในชีวิต เตือนให้เห็นว่า ชีวิตเป็นอย่างไร จะต้องรีบทำอะไรให้ เป็นประโยชน์ไว้บ้าง เมื่อเห็นแล้วก็ เตือนให้รีบละเว้นความชั่วกระทำแต่ ความดี และพยายามละความโลภ ความโกรธ ความหลงให้หมดไป เมื่อ ทำได้ชีวิตก็บริสุทธิ์ และสามารถบรรลุ ถึงอมตบทคือพระนิพพานได้ในที่สุด สำหรับคนที่ไม่ ประมาทหรือคนที่มีสติอยู่เสมอย่อมสามารถประกอบกิจต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่นได้มาก เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ผู้คนก็ยกย่องสรรเสริญ แม้สิ้นชีพไปแล้ว ผู้คนก็ยัง กล่าวขวัญถึง ผู้ไม่ประมาทแม้จะตายไปแล้ว ก็ชื่อว่ายังไม่ ตายเพราะเครื่องหมายความดีที่ตนทำไว้ยังคงอยู่ ส่วนความประมาทก็คือความเผลอสติ ความ มัวเมาอยู่ในชีวิตไม่เห็นสัจธรรมของชีวิต เมื่อเผลอไผล จึง ผู้มีปัญญาชอบอยู่ด้วยความไม่ประมาท คนพาลชอบอยู่ด้วย ความประมาท ชีวิตเป็นของเรา เราจะให้อยู่อย่างไรก็ได้ แต่ก็ต้องพิจารณาดูให้ถ่องแท้ เพราะถ้าใช้ชีวิตผิดพลาดไป ก็เสียทีที่ได้เกิดมามีชีวิตกับเขาหนหนึ่ง โอกาสที่จะแก้ตัว ใหม่อาจไม่มีเลย กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More