ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปรารภเหตุแสดงพระอภิธรรม
หลังจากที่พระบรมศาสดาทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์
ปราบพวกเดียรถีย์ ณ โคนต้นคัณฑามพฤกษ์ไม้มะม่วงหอม
เสร็จ ทรงดำริว่า พระพุทธเจ้าในอดีตทั้งหลาย ทรงกระทำ
ยมกปาฏิหาริย์แล้ว เข้าจำพรรษา ณ ที่ไหนหนอ? ทรงทราบว่า
ณ ภพดาวดึงส์ จึงยกพระบาทขวาเหยียบเหนือยอดภูเขา
ยุคันธร ทรงยกพระบาทอีกข้างหนึ่งเหยียบเหนือยอดเขาสิเนรุ
ช่วงพระบาท ๒ ช่วง ได้ก้าวออกเหมือนกับการย่าง
พระบาทตามปกติ เวลาที่พระองค์ทรงยกพระบาทขึ้น ภูเขา
เหล่านั้นก็มาสู่ที่ใกล้พระบาทรับไว้ เมื่อทรงเหยียบแล้ว
ภูเขาก็ตั้งประดิษฐานในที่เดิม
ท้าวสักกเทวราชทอดพระเนตรเห็นพระผู้มีพระ
ภาคเจ้า จึงเสด็จลุกขึ้นจาก บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ รีบเสด็จ
ไปต้อนรับพร้อมด้วยหมู่เทพดา พวกเทวดาต่างพากันคิดว่า
ท้าวสักกะแวดล้อมไปด้วยหมู่เทพ ประทับนั่งบน
บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ยาว ๖๐ โยชน์ แต่เมื่อพระพุทธเจ้า
ประทับนั่งแล้ว คนอื่นไม่สามารถจะวางแม้แต่มือลง ณ พระ
แท่นนี้ได้ ฝ่ายพระบรมศาสดาทรงทราบวาระจิตของเหล่า
เมื่อเทพบุตรพุทธมารดาซึ่งเสวยทิพยสมบัติใน
สวรรค์ชั้นดุสิต ทราบว่าพระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรม
จึงเสด็จจากดุสิตบุรีพร้อมด้วยเทพบริวารมากมาย เพื่อมา
ฟังธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มแสดงอภิธรรมปิฎก
ตั้งแต่ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อยากตา ธมฺมา เป็นต้น
ไป เพื่อโปรดทวยเทพในหมื่นจักรวาล ทำให้มีผู้เทพบุตร
เทพธิดาบรรลุธรรมกันนับไม่ถ้วน
ส่วนพุทธบริษัทประมาณ ๑๒ โยชน์ เมื่อทราบว่า
พระทศพลเข้าจำพรรษาที่ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ในภพ
ดาวดึงส์ เป็นเวลา ๓ เดือน และขณะนี้พระองค์ก็กำลังเริ่ม
แสดงอภิธรรมปิฎกให้เหล่าทวยเทพฟัง จึงตัดสินใจตั้ง
หลักแหล่งอยู่ตรงนั้นตลอด ๓ เดือน เพื่อรอรับพระพุทธองค์
แต่ด้วยจิตที่เลื่อมใสในรัตนะอันเลิศนั้น ท่านจุล
ลอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้บริจาคทานแก่บริษัทประมาณ ๑๒
โยชน์ ตลอด ๓ เดือน มีฟ้าเป็นกุ้ง ฝนฟ้าไม่ตก อากาศ
แจ่มใสตลอดเวลา ทุกคนต่างก็ฟังอภิธรรมที่พระมหาโมค
คัลลานะได้รับฟังมาจากพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง พรรษา
นั้นจึงเป็นพรรษาแห่งการฟังอภิธรรมล้วนๆ โดยเฉพาะ
ทวยเทพ จึงใช้พุทธานุภาพประทับนั่งล้นบัณฑุกัมพล ลูกศิษย์ของพระสารีบุตร ๕๐๐ รูป ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรงจำใน
ศิลาอาสน์หมดเลย บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์จึงดูเหมือนเล็ก อภิธรรมมากที่สุด ในที่สุดก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
นิดเดียว
เพราะท่านเคยสั่งสมเรื่องการฟังอภิธรรมมามาก
อานิสงส์การฟังสวดอภิธรรม
66
ด้วยจิตที่เลื่อมใสในเสียงการฟังพระสวด
พระอภิธรรมในครั้งนั้นทำให้ไปบังเกิดใน
เทวโลก มีวิมานสว่างไสวเสวยทิพยสมบัติสิ้น
พุทธันดรหนึ่ง
ได้ยินว่า ในสมัยของพระผู้มีพระ
ภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ ภิกษุทั้ง
99 ๕๐๐ รูปนั้น ท่านได้อัตภาพเป็น
ค้างคาวหนู อาศัยอยู่ที่เงื้อมเขาแห่งหนึ่ง
ในถ้ำนั้น มีพระเถระ ๒ รูปเดินจงกรม
แล้วท่องบ่นพระอภิธรรมไปด้วย
ค้างคาวหนูได้ฟังบ่อย ๆ ถึงกับถือเอา
นิมิตในเสียงนั้น ทำให้จดจำได้ แต่ไม่รู้ว่า
“ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าขันธ์ ธรรมเหล่านี้
ชื่อว่าธาตุ” เพราะสักว่าถือเอานิมิตใน
เสียงเท่านั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสในเสียง
การฟังพระสวดพระอภิธรรมในครั้งนั้น
ทำให้ไปบังเกิดในเทวโลก มีวิมาน
๔๐ | กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓