ข้อความต้นฉบับในหน้า
อีกมากมายราวกับปาฏิหาริย์ บางทีรถของเราอาจจะถูกรุม
ล้อม จนไม่อาจเคลื่อนตัวได้ ทุกคนจึงต้องทำใจแข็งไว้ แต่
ระยิบระยับสวยงาม ทั้งดาวบนดินและดาวบนฟ้าต่าง
ทอแสงส่งประกาย ประดับประดาให้โลกของเรางดงาม
เมื่อได้สบตากับเด็กเหล่านั้นความสงสารก็ท่วมท้นขึ้นในจิตใจ ราวกับอัญมณีที่ประดับอยู่บนมงกุฎของพระราชา
อยากจะช่วยเหลือพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่ให้เศษสตางค์ประ
ทั้งชีวิตไปวันๆ เท่านั้น อยากจะสอน
ให้เขารู้จักการทำมาหากิน สอนให้
รู้จักการทำทาน รู้จักการหาบุญ ชีวิต
จะได้พ้นจากความอดอยากเสียที
นาคาก๊อต เมืองเล็กบนเขาสูง
รถบัสคันเล็กที่นั่งได้เพียง ๑๗
คนต่อคัน พาคณะของเรามุ่งหน้าสู่
เมืองนาคาก๊อต (Nagarkot) ซึ่งอยู่ทาง
ตะวันออกของเมืองกาฐมาณฑุ เป็น
เมืองที่อยู่บนภูเขาสูง เพื่อไปชมวิว
เช้าวันพุธที่ ๑๘ ตุลาคม อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน
อุณหภูมิลดลงจากเมื่อคืนเหลือเพียง 4
องศาเซลเซียสเท่านั้น สำหรับ
คนเมืองร้อนอย่างเรา ทำเอาหนาว
สะท้านทีเดียว แต่ความงดงามของ
ขุนเขาเบื้องหน้าทำให้ลืมความ
เยือกเย็นไปได้ชั่วขณะเทือกเขาหิมาลัย
ชื่อที่มีความหมายว่าหิมะไม่เคยละลาย
เป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงก้องโลก คน
นับพันล้านคนเชื่อว่าเป็นที่สถิตแห่ง
เทพ และยอดเขาเอเวอเรสต์ (Everest)
ที่ชาวเนปาลเรียกว่า สการ์มาตา
เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ความสูง
ทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัย รถแล่น
ไปตามถนนแคบๆ ลดเลี้ยวไปตาม
๔,๘๔๘ เมตร ท้าทายความสามารถ
ไหล่เขา ท่ามกลางความมืด สองข้าง รับอรุณด้วยการนั่งสมาธิบนดาดฟ้าที่พัก ใน ความกล้าหาญของมนุษย์มาทุกยุค
ทางไม่ได้สว่างไสวด้วยแสงไฟเหมือน เมืองนาคาก็อต
ในตัวเมือง บางช่วงที่มีรถสวนมา
คนขับทั้งสองฝ่ายจะต้องหยุดรถก่อน
แล้วค่อยเคลื่อนตัวสวนกัน โดยมี
ผู้ช่วยของแต่ละฝ่ายลงมาช่วยกะระยะ
66
ให้ เขาจะส่งสัญญาณโดยการเคาะข้าง
ตัวถังรถ ถ้าเสียงเคาะยังดังอยู่ ก็
แสดงว่าให้รถเคลื่อนตัวไปได้ ผู้โดยสาร
ทุกคนต่างเอาใจช่วยกันเต็มที่ เพราะ
ถ้าพลาดจากขอบถนนไป ก็คือ เหว
ทุกสมัย ความงามของเทือกเขา
จุดเด่นของพระราชวังนี้คือมีหน้าต่างเรียงราย
อยู่ถึง ๕๕ บาน แต่ละบานทำด้วยไม้สีเข้มจน
เกือบดำ แกะสลักลวดลายละเอียด งดงาม ทาง
เข้าขนาบข้างด้วยหนุมานและนรสิงห์
“ยิ่งสูงยิ่งหนาว” จริงอย่างที่ใครๆ เขาว่ากัน เมือง
นาคาก๊อตเป็นเมืองที่อยู่บนภูเขาสูง สูงจากพื้นล่างถึง ๒,๐๐๐
เมตร อุณหภูมิลดต่ำลงขณะที่รถแล่นลัดเลาะไปตามไหล่
เขาที่สูงชันขึ้นเรื่อยๆ ยามที่เราแหงนหน้ามองท้องฟ้าเรา
จะเห็นดวงดาวระยิบระยับ ดารดาษไปทั่ว ไม่เคยเห็น
ดวงดาวมากมายอย่างนี้มาก่อนเลย ดูเหมือนดวงดาวอยู่ใกล้ๆ
คล้ายจะคว้าไว้ได้อย่างนั้น เมื่อละสายตาจากผืนฟ้ามองลง
ไปเบื้องล่าง เราได้เห็นแสงไฟจากตัวเมืองกาฐมาณฑุ
99
ตระหง่านอยู่เบื้องหน้านั้นเกินกว่า จะสรรหาถ้อยคำใดๆ
มาพรรณนา ยิ่งเมื่อแสงแรกของอรุณสาดต้องทิวเขา
ปรากฏเป็นทิวเขาสีทองอร่าม มีท้องฟ้าสีครามเป็นฉาก มี
ม่านหมอกบางๆ พลิ้วไหวไปมายามต้องลม ภูเขาทองคำ
งดงามยิ่งนัก
เสียงชัตเตอร์จากกล้องของตากล้องมือสมัครเล่น
ตั้งอยู่ไม่ขาดระยะ เสียงนั้นปลุกให้ตื่นจากภวังค์ หันมอง
ผู้คนนับร้อยคนที่ตื่นแต่เช้าตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า
กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๗