ข้อความต้นฉบับในหน้า
สว่างไสวเสวยทิพยสมบัติสิ้นพุทธันดรหนึ่ง
พอจุติจากเทวโลกนั้นแล้ว ก็มาเกิดในกรุงสา
วัตถี เกิดความเลื่อมใสในยมกปาฏิหาริย์ของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงเพื่อ
ย่ำยีทิฏฐิของพวกเดียรถีย์ในครั้งนั้น จึง
ชักชวนกันบรรพชาในสำนักของพระสารีบุตร
ทง ๕๐๐ รูปได้เป็นผู้ชำนาญในปกรณ์ ๗
ก่อนกว่าภิกษุทั้งหมด
ในเวลาจบพระธรรมเทศนา
ธรรมาภิสมัยได้มีแก่เทวดา 4 หมื่นโกฏิ
พระมหามายาเทพบุตรก็ได้บรรลุธรรมเป็น
พระโสดาบัน เมื่อแสดงธรรมจบแล้ว
พระพุทธองค์ก็เสด็จกลับมนุษยโลก เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ยิ่ง
นัก ขณะที่พระองค์เสด็จลงมานั้น พวกมนุษย์ในโลก
สามารถเห็นเหล่าเทวดาในสวรรค์ด้วยตาเนื้อ มนุษย์ ทิพย์
และสัตว์นรกทั้งหลายต่างพากันเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่เคย
บังเกิดขึ้นอย่างนี้มาก่อนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเปล่ง
พระฉัพพรรณรังสีสว่างไสวไปทั่วโลกธาตุ พุทธบริษัทเมื่อ
แลดูสิริของพระไตรโลกนาถเจ้าในวันนั้นแล้ว ชื่อว่าไม่
ปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้า มิได้มีเลย
ทรงจำอภิธรรมนำพาสู่นิพพาน
อย่างที่เราได้ทราบแล้วว่า การฟังธรรมวันละนิด จะ
ทำให้จิตผ่องใส เกิดดวงปัญญาสว่างไสว สามารถพิจารณา
เห็นสิ่งต่างๆ ได้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง รู้จักแยกแยะ
ผิดชอบชั่วดี การฟังธรรมเป็นประจำแม้ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งก็
ตาม ความรู้ที่ได้ฟังมานั้น จะเป็นอุปนิสัยติดตัวไปในภพ
ชาติเบื้องหน้า เป็นเหตุให้บรรลุธรรมาภิสมัยได้ในที่สุด
เหมือนอย่างในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มี
งูเหลือมใหญ่ตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ท้ายวัดป่า ซึ่งมีพระภิกษุ
จําพรรษาอยู่หลายรูป เมื่อได้ยินเสียงของภิกษุกำลังสวด
พระอภิธรรมบทอายตนวิภังค์ทุกวัน ก็เกิดความเลื่อมใสใน
เสียงพุทธมนต์นั้น แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็มีจิตผ่องใส ฟัง
พระสาธยายธรรมจนจบ แล้วก็หลับต่อไป
ในวันที่งูเหลือมจะตาย ก็ได้ฟังพระภิกษุสาธยาย
ธรรมอยู่ มันมีสติจดจำคำว่า "อายตนะ” ได้ มีใจผ่องแผ้ว
ยินดีในธรรม ได้ถือเอาเสียงสวดมนต์นั้นเป็นอารมณ์ ตาย
แล้วจึงได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลัง
พุทธปรินิพพานไม่นาน เทพบุตรนั้น ได้จุติจากสวรรค์ มา
บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ พรั่งพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ
ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ มีความแตกฉานในไตรเพท พอ
เจริญวัยขึ้น บิดามารดาปรารถนาจะให้แต่งงาน แต่ท่าน
กลับเห็นโทษของการครองเรือน เบื่อหน่ายในฆราวาสวิสัย
จึงออกบวช เป็นนักบวชในลัทธิของพวกชีเปลือย ได้ชื่อว่า
“ชรสาณาชีวก” บำเพ็ญพรตอยู่ในป่า มีมหาชนมาเคารพ
นับถือมากมาย ได้รับการยกย่องว่า มีปัญญาเปรื่องปราชญ์
ลึกล้ำ ไม่มีใครทัดเทียมได้
มัยนั้น พระนางสิริธรรมาราชเทวี ซึ่งเป็น
อัครมเหสีของพระเจ้าพินทุสาร ได้นำพระราชโอรส คือ
อโศกราชกุมาร มานมัสการชรสาณาชีวก และให้ทำนายว่า
อนาคตของพระราชโอรสจะเป็นอย่างไร ท่านได้ทำนายว่า
“ในอนาคต พระราชโอรสนี้จักฆ่า พระราชกุมาร ต่างพระ
มารดากันถึง ๙๙ พระองค์ และจักเป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ใน
พื้นชมพูทวีป
หลังจากที่พระเจ้าพินทุสารเสด็จสวรรต อโศก-
ราชกุมารได้ครองราชย์แทน และได้ประหารราชกุมารต่าง
มารดา ผู้ก่อกบฏ ๙๙ พระองค์ เหมือนดังคำทำนายทุกอย่าง
เมื่อศึกสงครามยุติลง ก็ทรงทะนุบำรุงประชาราษฎร์ ให้อยู่
กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขเรื่อยมา วันหนึ่ง พระเจ้าอโศกได้ทูล
ถามพระมารดาว่าเหตุที่พระองค์ได้เสวยราชสมบัติอยู่ในบัดนี้
กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓