ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฉบับภาษาบาลีในสุตตนิบาต แต่การเรียงคาถา ตลอดจน
การใช้คำและลักษณะการประพันธ์ของภาษาคันธารี
แตกต่างจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตมาก
เนื้อหาของพระสูตรนอแรดที่เขียนด้วยภาษาคันธารี
นี้มีอยู่ว่า เปรียบได้กับช้างมีพลังท่องเที่ยวตามใจชอบในป่า
ตามลำพังได้ เพราะฉะนั้น เราจึงควรท่องเที่ยวไป
ตามลำพังเหมือนนอแรด ให้หลุดพ้นจากความโลภ ความ
ผิดพลาด และความหลง [หลุดพ้นจากเจตนาทั้งปวงใน
โลกนี้ และไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ทุกแห่ง จงระวังอย่าให้
เกิดความขัดแย้ง ให้ทำความรู้สึกพอใจกับสิ่งหนึ่งเพียงสิ่ง
เดียวหรือสิ่งอื่นใด จงเผชิญ] อันตรายโดยปราศจากความกลัว
ข้อความในพระสูตรนอแรด มีดังนี้
ณโค วิ ยุษณี วิวไชต
สงฺทกโธ ปทุม อุรโฎ
+++++ + [ร.] +++
+++++++++++
โลลิโอ ณิกโห ณิกษโย
โมโห นิธิโต กษมร]กโษ
+++++++((*)ค ภวิตว
เอโก จเร ชรดวิษณ]++
จตุโท (อิ" (โฮ] [อ]ปฏิโห กุริจ
สังคมณี อิตริทเรณ
++++++ห()ต อซ์พิ
เอโก จเร พระวิษณุค +
naga vi yuşani vivajaita
samjadakanudho patumam urado
+ + + + + + + {t} + + +
++
++++++++
niloluo nikuho nikaşayo
nimoho nidhamto kaşaya/mra/ks[0]
+++++++g(e*) bhavitva
eko car(e) khargavişa[na] ++
catu[d](i)[so] [a]padiho kuhica
santusamaya itaridarena
++++++hlilta achamibi
eko care khargavişaṇaga +
ซาโลมอนเห็นว่าน่าจะเป็นพระสูตรนอแรดมากกว่า
| เกษตร นาย พ.ศ. ๒๕๕
ช้างทรงพลัง ไหล่กว้าง มีจุดลายที่หลีกตัวออกจาก
โขลง
อาจเคลื่อนไหวไปมา (ตามใจชอบในป่า ด้วยเหตุนี้
เราจึงควรท่องเที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด
หลุดพ้นจากความโลภ ความลวง ขจัดความ
ผิดพลาดและความหลง
(ไม่มีเจตนาใดๆ ในโลก] เราจึงควรท่องไปคนเดียว
{เหมือน}นอแรด
เนื้อหาส่วนที่สี่ในจารึกเปลือกไม้เบิร์ช คือ อวทาน
และคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเขียนเป็นชุดติดต่อกันด้วยเนื้อหา
ต่างๆ กันที่จัดอยู่ในกลุ่ม “อวทาน” ที่ส่วนใหญ่เหมือน
อวทานของภาษาสันสกฤตและภาษาอื่นๆ เมื่อดูท่วงทำนอง
การเขียนและวลี แต่เนื้อหาไม่เหมือนกับคัมภีร์ที่เขียนด้วย
ลีลาและถ้อยคำอย่างเดียวกัน เช่น เรื่องอวทานของฌาทมิตร
สารถทาส และอาชีวก ส่วนกลุ่มอวทานกลุ่มอื่นๆ ของ
เปลือกไม้พูดถึงบุคคลในพระพุทธศาสนาที่เราคุ้นเคยกันดี
เช่น ควัมปติ มหากัศยป และอโศก แต่เนื้อหายังไม่ตรงกับ
ฉบับพิมพ์ฉบับอื่นๆ ทีเดียว
คำว่า “อวทาน” ในภาษาคันธารีมีความหมาย
กว้างกว่าภาษาอื่น ๆ และไม่ได้มีความหมายเฉพาะ
พระพุทธศาสนาเท่านั้น ซาโลมอนเห็นว่า อวทาน ของ
แคว้นคันธาระ หมายถึง “ตำนานการเสียสละตน” หรือ
“การทำงานอันประเสริฐ” แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
บุคคลสำคัญในสมัยพระพุทธศากยมุนีและผู้ที่อยู่ในสมัย
คันธาระที่มีชาวอินเดียเชื้อสายไซเธียนปกครองซึ่งอยู่ใน
ช่วงพุทธศักราช ๖๐๐ อวทานภาษาคันธารีไม่ได้เล่าเรื่อง
กรรมและผลของกรรมอย่างอวทานในภาษาอื่นๆ เช่น
สันสกฤต หรือ อปทานของบาลี เป็นต้น
ส่วนที่สองของอวทานเป็น “โปรโยคี” (สันสกฤต
ปูรวโยคะ) มีเรื่องเล่าน่าสนุกต่อเนื่องกันเป็นตอน ๆ เรื่อง
อดีตชาติของบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนา มี อาชญา
ตกอุณฑินยะ (อนาทโกฏิญะ) พระอานนท์ และพระโพธิสัตว์
ส่วนนี้กลับไปเหมือนอวทานในภาษาสันสกฤตมากกว่าตัว
อวทานในคันธารีเองเสียอีก
เนื้อหาสุดท้ายของจารึกเปลือกไม้ที่ซาโลมอน