ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นคนสุดท้าย ออกมาแล้วคุณยาย
ท่านก็ได้จริงๆ พอได้ปั๊ป คนอื่นเขาก็
มาแสดงความยินดีกันใหญ่ คุณยาย
ท่านเฉยๆ พอกลับมาที่พัก รุ่งขึ้นคุณ
ยายทองสุกท่านขอ จะเอาไปถวายพระ
คุณยายท่านถวายเลย ไม่ได้ติดอะไร
ที่อธิษฐานให้ได้ เพียงเพื่อเป็นการ
พิสูจน์ถึงวิชชาเท่านั้น ไม่ได้ติดวัตถุ
อะไร เฉยๆ อยู่ง่าย กินง่ายทุกอย่าง
ใจมุ่งเอาวิชชาอย่างเดียว
๒. สละอารมณ์ เรื่องความ
ติดในอารมณ์ หรือใครจะมาล่วงเกิน
อย่างไร ท่านก็ไม่ถือสา ไปอยู่วัด
ปากน้ำใหม่ๆ ตอนทานข้าว แม่ครัว
ตักข้าวให้แล้วกระแทกทั้ง เสือกไปให้
ตรงหน้า ท่านรับมา นึกในใจ แม่ครัว
เขาคงจะเหนื่อยนะ เออ...นี่มันข้าว
หลวงพ่อ เราก็ทาน ให้มีกำลัง จะได้
ไปทำวิชชาต่อ ไม่ได้ถือสาเลย เรา
ลองนึกดู เป็นเรา ไปถึงที่แจกอาหาร
มีคนกระแทกตั้งให้ เป็นไง สงสัยนึก
ในใจ มื้อนี้อดสักมื้อ ไม่ทานก็ได้
คุณ
ยายท่านไม่ติดอารมณ์เหล่านี้ ตอนฟัง
ตอนนึกเหมือนง่าย เจอเข้าจริงๆ
บางทีไม่ง่ายเหมือนนึกหรอก แต่ถ้า
เกิดใครตั้งใจฝึกตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
ดีแล้ว เราก็จะสามารถทำได้ตาม
แบบอย่างคุณยายของเราเหมือนกัน
ถึงคราวนั่งธรรมะ บางทีข้างๆ เขาเปิดสเตอริโอ
เปิดวิทยุเสียงดัง คนนั่งด้วยกัน บางทีคนก็หงุดหงิด จะไป
ห้ามเขาให้เขาปิดเสียหน่อย คุณยายบอก ปล่อยเขาเถอะ
เดี๋ยวเขาไม่พอใจ จะเป็นปากเป็นเสียงเปล่าๆ มีกรรม
ผูกพันอะไรมา ให้มันจบเสียตรงนี้ อย่าสร้างกรรมผูกพันกัน
ไปอีก ให้มันจบอยู่แค่นี้ เฉยๆ พอเราไม่ใส่ใจ ก็ไม่เกิดเป็น
เรื่องเป็นราวอะไร เสียงดังก็ไม่ได้รบกวนอะไร ถ้าเราไม่ได้
ใส่ใจอะไร ไม่ติดในอารมณ์อะไร อารมณ์โกรธ อารมณ์โลก
อารมณ์หลง ไม่เอาเลย ท่านมีพระนิพพานอารมณ์อย่างเดียว
คนเรามีอะไรเป็นอารมณ์ก็จะมีโอกาสกระทบกับสิ่งนั้น เช่น คนบางคนมี
ทรัพย์เป็นอารมณ์ อยากได้ทรัพย์มาก มีทรัพย์เป็นอารมณ์ บางคนถือเกียรติยศ
ศักดิ์ศรีเป็นอารมณ์ คนไหนมาทำอะไรกระทบกับทรัพย์ของเขา กระทบต่อ
เกียรติยศศักดิ์ศรีเขาแล้ว เขาก็จะฮึดฮัดเป็นฟืนไฟขึ้นมา แต่คุณยายของเราท่าน
ยกใจท่านสูงพ้นจากเรื่องเหล่านี้ไปเสียแล้ว มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ เพราะเหตุ
นี้ทำให้ท่านฝึกตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ธรรมะเชี่ยวชาญตลอด เพราะว่าสิ่งที่จะเป็น
ตะกอนของใจ คอยเหนี่ยวรั้งใจไว้ ไม่มี ใจก็บริสุทธิ์สะอาด แล้วก็พุ่งตรงต่อ
หนทางนิพพานอย่างเดียว เพราะฉะนั้นพวกเรากัลยาณมิตรลูกหลานยายทุกคน
เราดูคุณยายอาจารย์เราเองเป็นแบบอย่างแล้ว ขอให้ตั้งใจฝึกตัวเองไปให้มีคุณธรรม
ไม่ติดในอารมณ์ต่างๆ เหมือนคุณยายอาจารย์ของเราเถอะ
สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ๔ ประการนี้ ถ้าเราฝึกได้แล้ว ประการแรกแน่ๆ
ที่ได้ คือเราจะเป็นผู้ที่เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว ไปสู่โลกหน้า จะเป็นผู้ที่ไม่เศร้าโศก
อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ตรัสไว้ ตัวเราเองจะเจริญด้วยคุณธรรมยิ่งๆ
ขึ้นไป มีความแตกฉานเชี่ยวชาญในวิชชาธรรมกายเหมือนคุณยายของเรา
ธรรมะจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทีเดียว และเมื่อทุกคนเป็นอย่างนี้ หมู่คณะของเรา
เองก็จะงดงาม อีกหน่อยจะมีคนมาวัดเป็นแสนเป็นล้าน ถึง ๑๐ ล้าน ร้อยล้าน
พันล้านก็แล้วแต่ ทั้งหมดก็จะอยู่กันอย่างสามัคคีกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เป็นหมู่คณะที่เป็นแบบอย่างให้กับชาวโลกได้ การเผยแผ่ธรรมะ เผยแผ่พระพุทธ
ศาสนา วิชชาธรรมกายก็จะเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งนี้
คงจะเป็นการบูชาคุณยายที่สูงสุด เป็นสิ่งที่ทำให้คุณยายอาจารย์ของเราเองท่านมี
ความปีติยินดีมากที่สุด เราดูคุณยายอาจารย์ของเรา นึกถึงท่านครั้งใด ให้นึกถึง
คุณธรรมของท่าน แล้วก็ตั้งใจปฏิบัติ โดยยึดเอาท่านเป็นแบบอย่าง สิ่งนี้เป็นการ
บูชาที่สูงสุด
กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒๙