ความเป็นหนึ่งเดียวในพุทธสภาวะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 12 หน้า 46
หน้าที่ 46 / 108

สรุปเนื้อหา

ภพภูมิ มีสภาวะนี้อยู่ภายในเหมือนกันหมดทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเหมือนจะเป็นเครื่องบอกว่า มนุษย์ทั้งหลายล้วนมาจาก ที่เดียวกันและจะกลับไปสู่ที่เดียวกัน ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะเป็น ใคร สูงต่ำดำขาว หรือมีความเชื่ออยู่ในศาสนาใดๆ ก็ตาม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการสื่อสารที่พยายามจะบอกว่า “มนุษย์ ทุกคนล้วนเป็นพี่เป็นน้องเป็นมิตรสหายของกันและกัน” ฉะนั้น จึงป่วยการที่มนุษย์นํ้า นฟาดฟันหรือ เอาชนะกันด้วยสงครามที่เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งทาง ความคิด ทางเศรษฐกิจ และทางความแตกต่างกันในด้าน ของสังคมและวัฒนธรรม เพราะมนุษย์ทั้งหลายล้วนเป็น พี่น้องกัน เป็นสหายซึ่งกันและกัน ความเป็นสหาย ความ เป็นมิตร ความเป็นพี่น้องนั้นคือความเหมือนกัน ร่วมกัน ใน “พุทธสภาวะ" หรือ สภาวะที่ทำให้มนุษย์เข้าสู่พื้นฐานแห่ง ความเป็นจริงอันสมบูรณ

หัวข้อประเด็น

- ความเป็นหนึ่งเดียวในพุทธสภาวะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภพภูมิ มีสภาวะนี้อยู่ภายในเหมือนกันหมดทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเหมือนจะเป็นเครื่องบอกว่า มนุษย์ทั้งหลายล้วนมาจาก ที่เดียวกันและจะกลับไปสู่ที่เดียวกัน ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะเป็น ใคร สูงต่ำดำขาว หรือมีความเชื่ออยู่ในศาสนาใดๆ ก็ตาม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการสื่อสารที่พยายามจะบอกว่า “มนุษย์ ทุกคนล้วนเป็นพี่เป็นน้องเป็นมิตรสหายของกันและกัน” ฉะนั้น จึงป่วยการที่มนุษย์นํ้า นฟาดฟันหรือ เอาชนะกันด้วยสงครามที่เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งทาง ความคิด ทางเศรษฐกิจ และทางความแตกต่างกันในด้าน ของสังคมและวัฒนธรรม เพราะมนุษย์ทั้งหลายล้วนเป็น พี่น้องกัน เป็นสหายซึ่งกันและกัน ความเป็นสหาย ความ เป็นมิตร ความเป็นพี่น้องนั้นคือความเหมือนกัน ร่วมกัน ใน “พุทธสภาวะ" หรือ สภาวะที่ทำให้มนุษย์เข้าสู่พื้นฐานแห่ง ความเป็นจริงอันสมบูรณ์ ความเป็นจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไปด้วยกาละ ด้วยเวลา ด้วยความเชื่อ ด้วยเทคโนโลยี ด้วยวัฒนธรรมอารยธรรม ด้วยความเสื่อมหรือด้วยความ เจริญใดๆ เพราะ “พุทธสภาวะ คือ สภาวะของจิตอันมั่นคงไม่หวั่นไหว ไปกับโลกธรรมทั้งปวง คือสภาวะของความเป็นที่พึ่งแห่งตน และผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ คือสภาวะที่รูปกายไม่อาจถูกทำลาย ได้ด้วยการทำร้ายใดๆ นอกจากการเป็นไปแห่งความ ร่วงโรยของสังขาร และแม้นเมื่อรูปกายจำเป็นต้องเสื่อม สลายตามกฎแห่งวัฏสงสารแต่พุทธสภาวะคือพระธรรมกาย กลับดำรงได้เป็นนิรันดร์ เพราะพุทธสภาวะแม้จะอยู่ในการ รองรับของขันธ์แต่จะไม่มีวันเสื่อมสลายไปกับขันธ์ กล่าวคือ พุทธสภาวะ คือสภาวะที่ไม่อยู่ในวิสัยอันไม่จีรังของ สังสารวัฏนั่นเอง” และพุทธสภาวะหรือพระธรรมกายนั้น สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในเรือนกายของมนุษย์ ทิพย์ พรหมและอรูปพรหม แต่จะไม่เสื่อมสลายไปตามความ เสื่อมสลายที่เกิดกับกายเหล่านั้นเลย พุทธสภาวะมีสถานีซึ่งเป็นที่สถิตอยู่ ณ จุด ศูนย์กลางกายของทุกๆ เรือนกาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ทิพย์ พรหมหรืออรูปพรหม เข้าถึงได้ด้วยการจรดใจเข้าไปสู่ ด้วยการทําความรู้สึกกับจุดศูนย์กลางกายนั้นหรือด้วยการ นึกถึงจุดนั้นอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นอารมณ์ที่พัฒนาจาก อารมณ์จรเป็นอารมณ์ถาวรซึ่งถือเป็นบรรทัดเบื้องต้นที่สุด ๔ | กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ของการเข้าสู่พุทธสภาวะ (พระธรรมกาย) ที่มีปากประตูอยู่ ณ จุดศูนย์กลางกายนั้น แต่นับเนื่องกาลเวลามาเป็นพันปีก็ไม่มีปราชญ์ ของโลกคนใดล่วงรู้ถึงรูปลักษณ์อันแท้จริงของพุทธสภาวะที่ ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะสมณโคดมเป็นพระสัพพัญญูสัมมา สัมพุทธเจ้า นอกจากคิดเอาคาดเดาเอาจากสิ่งที่ตนพอ สัมผัสได้จากการทำสมาธิว่า ธรรมกาย เป็นความสว่างบ้าง ธรรมกายเป็นดวงสว่างบ้าง ธรรมกายคือกายผู้รู้ที่อยู่ ภายในบ้าง ส่วนความศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ที่ประกอบเป็น ธรรมกาย เป็นคุณสมบัติของธรรมกายนั้นล้วนแต่เป็นเรื่อง ที่แปลต่อ ๆ กันมาทั้งสิ้น แต่ทราบกันเป็นเอกฉันท์คือ ธรรมกายอยู่ท่ามกลางใจ ท่ามกลางกายของตน เข้าถึงได้ ด้วยหนทางสายเอกสายเดียว คือ หนทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมมรรค เท่านั้น กระนั้น ปราชญ์เชิงพุทธทุกองค์ ทุกคน ต่างมี ความเชื่อมั่นในเรื่องของ “ธรรมกาย” และเรื่องของ “ทาง สายกลาง” ปราชญ์ที่เขียนเรื่องนี้ไว้มากที่สุด คือ ท่าน นาคารชุน แต่มิได้หมายความว่าท่านเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา เพียงแต่ท่านพยายามจะให้ความหมาย จะจารึกไว้ จะถ่ายทอด เพื่อประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลังและเพื่อจะดำรงไว้ซึ่ง พระพุทธศาสนา สิ่งที่ท่านยืนยันคือ ธรรมกาย นั้นมีจริง เป็นของจริงและเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา จนกระทั่งพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) ได้อุทิศชีวิต นำ “ธรรมกาย” กลับคืนมาอีกครั้งดังที่เราท่านทั้งหลายได้ ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งถ้า “พระธรรมกาย และ วิชชาธรรมกาย" ที่หลวงพ่อเข้าถึงและสั่งสอนศิษยานุศิษย์มาช้านานมิใช่ของ จริงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคงไม่เป็นที่เคารพสูงสุดดัง เช่นทุกวันนี้ ดังนั้น ถ้าจะกล่าวอ้างอิงถึงคำสอนของ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) ก็จะได้ใจความว่า “ธรรมกายนั้น เป็นกายมหาบุรุษ เกตุบัวตูมใสแจ่ม นั่งขัดสมาธิอยู่กลาง กายของเรา" เข้าถึงได้ด้วยการวางใจ รวมใจ ให้หยุดนิ่ง หยุดในหยุดเข้าไปในกลางอย่างไม่ถอนถอย ผ่านดวงผ่าน กายรุดเรื่อยเข้าไป ธรรมกายเริ่มต้นตั้งแต่กายธรรมโคตรภู
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More