ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วก็น่ายกย่อง ใครที่เข้ามาหายาย
จะสังเกตยายจะอ่อนน้อมถ่อมตนก่อน
พอเราเข้าไปหายายปั๊บ ยายจะพนม
มือไหว้เลย ทักทายเขาก่อน ทั้งที่ยาย
เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัด
พระธรรมกาย พระภิกษุสามเณร
เวลายายจะคุยก็ตาม ยายพนมมือ
ตลอด ทั้งๆ ที่เราไม่อยากให้ยาย
พนมมือ แต่ยายแสดงออกเพราะยาย
อยากได้บุญ เพราะว่าใครก็ตามที่
แสดงความเคารพอย่างนี้ บุคคลนั้น
จะเป็นคนเจริญ แล้วก็จะมีคุณธรรม
ภายในเหมือนอย่างยาย ความจริง
ธรรมะของยาย โอ้โฮ ถ้าจะพูดถึง
อย่างเรา ไม่ติดฝุ่นท่านเลย แต่กิริยา
ภายนอกที่ท่านแสดงออกมานั้น บ่ง
บอกให้เห็นถึงว่านี่แหละผู้ปฏิบัติธรรม
นี่แหละคนที่รักในการทำความดี
เพราะฉะนั้นยายจึงเป็นที่เคารพ เป็น
ที่ยกย่องของพวกเราทั้งหลาย ทั้ง
พระภิกษุ ทั้งสามเณร
คำว่า วัตตา หมายถึงความ
เป็นผู้ฉลาด ในการว่ากล่าวตักเตือน
ในการที่จะสอน ในการที่แนะเราให้
ทำความดี ตรงนี้ยายมีครบถ้วน
เพราะเวลาจะตักเตือนใคร ยายดูใจ
ก่อนนะ ไม่เหมือนพวกเรา ยังดูใจกัน
ไม่ได้ แต่ยายจะพูด จะคุยกับใคร
ยายดูใจก่อน แล้วก็พูด แล้วทักออกไป
เพราะฉะนั้นจึงเจาะใจคนได้ บางที
เราเดินเข้าไป ยายทักบอกว่าใจขุ่นมัว
ไม่รู้คิดเรื่องอะไร เราสะดุดเลย
เพราะฉะนั้นตรงนี้ยายเป็นผู้ฉลาด
แล้วค่า พูด ของคุณยาย
ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำพูดที่ออกมาจาก
ศูนย์กลางกาย แล้วเป็นคำพูดที่ให้
กำลังใจ โดยเฉพาะตั้งแต่หลวงพี่สอบบาลีตั้งแต่ประโยค ๑, ๒ จนถึงประโยค ๙
นักศึกษาบาลีทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร ยายจะคอยให้กำลังใจ
แล้วยายจะมาคอยดูแลทุกอย่าง เรื่องอาหารก็ดี โดยเฉพาะใกล้ๆ สอบ ถึงแม้
ชุดที่เรียนเปรียญเอกจะต้องไปอยู่วัดข้างนอก จะต้องไปเรียนในที่ส่วนรวม ยายก็
ยังเอาของที่ระลึกไปให้ มอบให้กับพระอาจารย์ใหญ่เอาของที่ระลึกไปให้ ก็คือปากกา
ปากกายายเป็นตัวแทนของยาย ยายจะบอกว่าใครที่ใช้ปากกายาย ลูกเณรก็ดี
พระของยายก็ดี ที่ได้รับปากกาไปแล้ว ขอให้สอบให้ผ่าน ขอให้เป็นหน้าเป็นตา
ของหลวงพ่อ ขอให้เป็นหน้าเป็นตาของวัดพระธรรมกาย ยายเอาใจช่วย ยายนั่ง
อธิษฐานให้ เพราะฉะนั้นหลวงพี่ได้รับปากกายาย เปรียบเสมือนว่ากำความสำเร็จ
ไว้แล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ายายทำละเอียดให้
ตอนนี้ไม่มีปากกาอีกแล้ว มีแต่ความดี เพราะฉะนั้นรุ่นหลังๆ คงจะหา
ได้ยาก แต่ปากกานี้เก็บไว้เป็นที่ระลึกทุกปี ยายจะไม่ให้ปีละด้าม หมายถึงว่าให้
ด้ามเดียว แล้วพอไส้หมดก็ไปเปลี่ยนใหม่ ถ้าได้ทุกปี สงสัยได้ตั้ง ๙ แท่ง ๙ ด้าม
บุคคลที่จะเป็นกัลยาณมิตร เป็นครูของคนได้นั้น ต้อง
เป็นที่รักของคนทั่วๆ ไป เป็นที่เคารพยกย่อง แล้วก็
(( เทิดทูนของลูกศิษย์ เป็นผู้ว่ากล่าวโดยไม่เห็นแก่เหน็ด ๆ ๆ
แก่เหนื่อย อดทนต่อคำว่ากล่าว แล้วก็สามารถที่จะ
อธิบายเรื่องยากๆ จากที่เราไม่เข้าใจให้เข้าใจได้ง่าย
ทรงธรร
อยากเป็น มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๑