ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในความมืด
เสียงเหล็กกระทบกัน ระรัวถี่ยิบจากนาฬิกาปลุกเรือนเดิม เดินทางผ่านอากาศเข้าไปกระทบกระดูกก้อน ทั้ง โกลน
ของเขาอย่างจัง ดังพอที่จะทำให้เขา เอื้อมมือไปตบหัวมันแรงๆ ๑ ที่ “กริ๊ก” เข็มสั้นอยู่ที่เลข ๕ เข็มยาวอยู่ที่เลข ๑๒ ฉาก
ชีวิตถูกเปิดขึ้น...
ชวิน ซันกายขึ้นบนเตียงหนานุ่มอย่างเกียจคร้าน
อ้าปากหาวหวอด เอื้อมมือไปหยิบรีโมทมาปิดโทรทัศน์ที่
ชวิน ตั้งสติทันที รีบลุกด้วยความรวดเร็ว จัดแจง
เก็บที่นอนหมอนกุ้ง จัดใส่ไม้เป็นมุมฉาก เรียบร้อยเป็น
เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เขาบิดขี้เกียจช้าๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น สัดเป็นส่วน ชรินสดชื่นเต็มที่ เขารีบเดินไปเข้าห้องน้ำ
แบกสังขารเช้าห้องน้ำไป
“วันนี้มีอะไรให้ท่าอีกมาก”
เด็กหนุ่มวัย ๑๕ ปี ยืนมองเงาตัวเองในกระจก
ชุดนักเรียนสีขาวสะอาด บนหน้าอกปักอักษรย่อชื่อ
โรงเรียนชั้นนา เขายิ้มจางๆ มองนาฬิกาข้อมือ ชรินรีบ
กระโจนลงมาชั้นล่าง วิ่งออกจากบ้าน เดี่ยวรถเมล์จะแน่น
เสียก่อน"
วันนี้ วันจันทร์ คนบนรถเมล์แน่นแต่เช้า ถึงอย่าง
นั้น ก็ยังมีที่ว่างพอให้เขาได้นั่งอย่างไม่อึดอัดนัก ชวินแทบ
หลับตาลงทันทีเมื่อหลังพิงเบาะ แต่ควันจากท่อไอเสีย ก็
หมั่นมาปลุกให้เขาตื่นเป็นระยะ ๆ ชรินยกมือขึ้นป่องจมูก
ก่อนเข้าสู่นทรารมณ์อีกครั้งด้วยความเคยชิน
เขาคิด
สามเณรวัย ๑๕ ปี ห่มดองครองผ้าอยู่หน้ากุฏิ
จีวรสีส้มสดแลสดใสตั้งแต่อรุณยังไม่หันเบิกฟ้า สามเณร
ชรินยิ้มจางๆ หยิบหนังสือเล่มเล็กๆ ขึ้นมาเปิดอ่าน พร้อมๆ
กับเดินไปห้องปฏิบัติธรรม “เดี่ยว จะทำวัตรไม่หัน"
เณรชริน เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเช้า พร้อมเพรียง
กันกับเพื่อนหลายร้อยรูปเสียงสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย
มอบกลิ่นอายแห่งความอบอุ่นศักดิ์สิทธิ์แผ่ไปทั่วอาณาบริเวณ
พอสวดมนต์เสร็จ เหล่าสามเณรจึงนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม
ดักตวงบุญจากใจหยุดนิ่งกันอย่างเต็มที่
ดวงตะวันใกล้เป็นอิสระจากเส้นขอบฟ้า ชวินกำลัง...
...เลือกซื้อขนมปังทาเนยอยู่หน้าโรงเรียน เขามี
เวลาไม่มาก ยังมีสิ่งที่ต้องสะสางให้เรียบร้อยโดยเร็ว ทั้ง
รายงานประจำ วิชาแบบฝึกหัดอีก ๑๒๗ ข้อที่ค้างไว้
“วุ่นวายดีแท้” ชรินรำพึงคนเดียวที่โต๊ะหิน ใต้ต้นไทร ในมุม
เล็กๆ ของโรงเรียนใหญ่
ชรินรีบกลืนขนมปังลงคอ แล้วฟุบลงไปบนกอง
รายงาน "ไม่ไหวแล้ว”
ชรินลืมตาขึ้น พร้อมๆ กับเสียงร้องเพลงชาติของ
นักเรียนหลายพัน เด็กหนุ่มย่องไปเข้าแถว แล้วก็ชวน
เพื่อนคุยจ้อ ราวกะไม่ได้พบกันนานปี จนรุ่นพี่หันหน้ามา
ทำตาขวาง “โทษทีครับ เฮีย" เขาตอบเสียงกะล่อน พอ
เสร็จก็เดินขึ้นตึกชั้น ๔ เพื่อเตรียมพบกับวิชาแรกของสัปดาห์
....กวาดลานวัดอย่างสบายอารมณ์ ชรินชอบมาก
ที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเช้าไปเต็มปอด แล้วออกแรง
ทำความสะอาดเสนาสนะ ปัดกวาดเช็ดถูในทุกๆ วันก่อนไป
ฉันเช้า “ได้เหงื่อ ได้งาน ได้ความสำราญใจ” ชรินรำพึงคน
เดียวใต้ต้นไทร ในมุมเล็กๆ ของอารามใหญ่
ชรินนั่งพิจารณาภัตตาหารก่อนลงมือฉันพร้อมๆ
กับคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ “เพื่อเป็นเรี่ยวแรงในการศึกษาธรรมะ
เพื่อเป็นกำลังในการสร้างความดีสืบต่อไป”
ชรินลืมตาขึ้น หลังจากให้พรเสร็จ เขายังไม่ยอม
วางหนังสือเล่มเล็กที่ถือมาตั้งแต่เช้า จนหลวงพี่ที่ท่านเดิน
ผ่านไปทัก “ขยันจังนะ ว่าที่พระมหา, ชรินยิ้มรับ “บ่ายนี้
หลายวิชาครับ" เขาเดินกลับกุฏิพร้อมเพื่อนสหธรรมิก
กลุ่มเดิม
Telesian กลาคม พ.ศ. ๒iou ๖๗