ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้ลงที่เพราะถึงพร้อมด้วยลักษณะของผู้คงที่พึงทราบความว่า
ก็ด้วยคำว่า บุดดศัพท์ ในพระคาถานี้นั่นแล ชื่อว่าเป็นอัน
พระเถระพยากรณ์พระอรหัดผลแล้ว เพราะแสดงถึงความที่
ดนเป็นผู้เกิดตามพระบรมศาสดา
อ: ไ ภควโต รูปกะธมมาพพิมปกคิทชนิด
[๓๗! “รูเป สเล สมาธิมห
อยู่ คาโน วุคา
ว:คุคิยา อสมสโม
ปณแาย จ.ธสาทโส
ธมฺมจกทปปวดูดเฉด
คำว่า “ธรรมกาย” ในคัมภีร์อรรถกถาชุททกนิกาย
พุทธวงศ์ ชื่อ มธุรัตถวิลาสินี (รจนาโดยพระพุทธทัตตะเถระ
ซึ่งอยู่ในคราวเดียวกันกับพระพุทธโฆสาจารย์) เล่มที่ ๕๐
ข้อ ๓๗ - ๓๔ หน้า ๓๔ ว่า
อิทานิ ภควโต รูปกายธมฺมกายสมฺปตฺติทสฺสนฺตฺถ์
“รูเป สีเล สมาธิมฺหิ ปญฺฌาย จ อสาทิโส
วิมุตฺดียา อสมสโม
ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเนติ
ธ 0 คาถา วุตฺตา.
แปลว่า : บัดนี้ เพื่อแสดงความถึงพร้อมแห่ง รูปกายและ
ธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านพระสังคีติกาจารย์ จึง
กล่าวคาถานี้ว่า
“พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่มีผู้เสมอเหมือนในพระรูป
ในศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุตติ ทรงเสมอกับพระพุทธเจ้า ที่
ไม่มีใครเสมอในการประกาศพระธรรมจักร ฯ”
ขยายความ
จากข้อความในอรรถกถาที่ยกมาข้างต้น
คำว่า ความถึงพร้อมแห่งธรรมกาย มีศีลขันธ์เป็นต้น
(สีลกฺขนฺธาทิธมฺมกายสมปฤติยา) ตามมติของพระ
อรรถกถาจารย์ท่านกล่าวหมายถึง ความถึงพร้อมแห่ง
พระธรรมขันธ์ ๕ คือ ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์
วิมุตติขันธ์ และวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ ว่าโดยพิสดารก็ได้
พระธรรมขันธ์ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ทั้งหมดนี้ประชุม
รวมลงในธรรมกายหรือมีในธรรมกายของพระผู้มีพระภาค
ทั้งสิ้น เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้ามีธรรมขันธ์เป็นกายหรือมี
ธรรมขันธ์เป็นสรีระที่แท้จริง ดังพระฎีกาจารย์กล่าวไว้ใน
สารัตถทีปนิฎีกา ๔ ปริวารวรรณนาว่า
“พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระธรรมขันธ์ กล่าวคือ
ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณ
หัสสนขันธ์ เป็นพระสรีระกาย”
ค่าวว่า กาย มีความหมายว่า เป็นที่รวม ดังเช่น
รูปกาย(กายที่มีรูป) เป็นที่รวมแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ และ
ธรรมทั้งหลายมีผมเป็นต้น เหมือนตัวของช้างตัวของรถ
เป็นต้นฉันใด ธรรมกาย ย่อมเป็นที่รวมแห่งธรรมขันธ์ ๔ มี
ศีลขันธ์เป็นต้นฉันนั้นเหมือนกัน
ดังนั้น ท่านผู้มีปรีชาปัญญาทั้งหลาย หากพบ
คำว่าธรรมขันธ์มีกล่าวไว้ในที่ใดในคัมภีร์พระพุทธศาสนา
จึงพึงเข้าใจเถิดว่า
ท่านหมายเอาความถึงพร้อมแห่ง
พระธรรมกาย หรือ หากได้ยินว่าท่านผู้ใดเข้าถึงหรือถึง
พร้อมด้วยธรรมขันธ์ ๕ ก็พึงเข้าใจเถิดว่า ท่านผู้นั้นเป็น
ผู้ถึงพร้อมด้วยพระธรรมกาย เหมาะเป็นเนื้อนาบุญของโลก
ไม่มีนาอื่นยิ่งกว่า ดังเช่นที่พระผู้มีพระ
ภาคเจ้าตรัสไว้ในศีลสูตร ผาสุวิหารวรรค
อังคุตตรนิกาย (เล่มที่ ๒๒) ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็น
ผู้ควรคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็น
ผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำ อัญชลี เป็น
เนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
ธรรม ๕ ประการเป็น ไนน
คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ เป็นผู้ถึงพร้อม
10. ค. พ.ศ. bam