ข้อความต้นฉบับในหน้า
จับใบดำใบแดง
พอผ่านไปอีกสักสัปดาห์หนึ่ง ทบทวน ก็นึกออกอีก
เออ เหตุการณ์อย่างนี้ ไม่ใช่เกิดครั้งแรก เคยเกิดมาแล้ว
ครั้งหนึ่ง เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๘ ตอนนั้นไปจับใบดำ
ใบแดงเกณฑ์ทหาร เนื่องจากตอนเรียนอยู่ เพื่อนญาติคน
หนึ่งบอกว่าไม่ต้องไปเรียนรด.หรอก พอเรียนจบหมดเวลา
ผัดผ่อนการเกณฑ์ทหารแล้ว เลยไปจับ ตั้งใจว่าถ้าจับไม่ได้
จะมาบวชที่วัดพระธรรมกาย
พอวันที่จะจับใบดำใบแดง ขยันทีเดียว ตื่นแต่เช้า
ตักบาตรพระ นานทีหลายปีหน ไม่เคยเกิดอย่างนี้ขึ้น พอ
ดักบาตรเสร็จ ก็ไปสถานที่เกณฑ์ทหาร เขตพระโขนง
เนื่องจากว่าจับกันตั้งแต่เช้าถึงเย็นๆ เพราะคนมาก ช่ว
ช่วงที่
รอก็นั้งสมาธิไป แล้วก็อธิษฐานไปเรื่อย หลวงพ่อ คุณยาย
ช่วยด้วย อย่าให้เป็นทหารทางโลกเลย ให้เป็นทหารทาง
ธรรมดีกว่า อยากจะมาบวช
พอว่างปุมนั่งสมาธิ
แต่ท่านั้งนี้คนดูไม่ออกหรอก
เพราะเราไม่อยากให้เขาดูออก
เดี่ยวคนอื่นเขาจะแปลกใจ
มากเกินไป รอไปเรื่อยถึงบ่าย
ถึงเวลาเขาก็ประกาศเรียก
พอขึ้นไปจะมีเก้าอี้ให้นั่งรอ ก็
นึกในใจไปเรื่อย “หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย
ช่วยด้วย หลวงพ่อ คุณยาย ช่วยด้วย” เมื่อเขาเรียกชื่อปุ๊บ
ก็เดินขึ้นมาบนเวทีมาจับ พอมาจับ เขาก็บอกว่าคุณได้ใบดำ
พอเดินไปจุดทะเบียนทหารที่ทำหน้าที่เขาบอกขอแสดง
ความยินดี คุณได้ใบดำ ผู้เขียนนึกในใจ “มันต้องอย่างนั้น
อยู่แล้ว” นึกอย่างนั้น หลวงพ่อ คุณยายช่วยไว้ ไม่ต้องไป
เป็นทหารทางโลกให้เสียเวลา เป็นทหารทางธรรมเลย และ
ที่ยัศจรรย์มากคือ ขณะที่เดินไปจับใบดำใบแดง ตัวจะเบาๆ
เหมือนลอยได้ ด้วยอานุภาพใจที่จดจ่อถึงคุณยาย ผู้มีอภิญญา
มีฤทธิ์
ประการที่ ๓. ความมีหัวใจครู
คุณยายจะจําจี้จ่าไชสอน สอนเรื่องนั้นสอนเรื่องนี้
สอนบ่อยๆ คุณยายท่านมีลักษณะสอนให้ว่า ทำให้ดู อยู่
เป็นสุขให้เห็น ไม่ใช่บอกว่าเธอจงทำในสิ่งที่ฉันสอน แต่อย่า
ทำสิ่งที่ฉันท่า อย่างนั้นใช้ไม่ได้ อะไรที่คุณยายสอน คุณ
ยายท่าได้ ยายพูดอย่างไร ท่าได้อย่างนั้น ทำได้อย่างไร
พูดอย่างนั้น มีคุณธรรมทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งจิตใจ หลายๆ
คนบางทีจะกลัวยายบ้างในเรื่องนี้ เรื่องที่คุณยายมีลักษณะ
จี้จี้จี้ไช สอนแล้วสอนอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก บางคนจะดีดในใจ
แหมคุณยายทำไมเฮี้ยบจัง สอนแล้วสอนอีก
แต่ถ้าเราตรองให้ดี เราจะรู้ทีเดียวว่า เออ มันต้อง
อย่างนี้แหละ ครูบาอาจารย์ที่เป็นต้นแบบจริงๆ ต้องเนี้ยบ
ต้องเฮียบไว้ก่อนถึงจะดี เพราะอะไร สมมติอย่างนี้ว่า เรื่อง
ใดเรื่องหนึ่งที่ครูสอน ถ้าท่านรู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สอนออกมา
ร้อยเปอร์เซ็นต์ ศิษย์ก็จะรับได้ แต่ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ รับ
ได้ตามลำดับ บางคนรับได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ บางคนรับได้
๘๐ หรือ ๗๐ ปลายๆ แถวก็จะรับได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ อะไร
อย่างนี้เป็นต้น ทั้งที่คุณยายสอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เห็นไหม
จะมีคนที่เก่งที่สุดรับได้ ๘๐
เปอร์เซ็นต์ คนที่อยู่หางที่สุด
ปลายที่สุดรับได้ ๕ เปอร์เซ็นต์
ในเรื่องนั้น
แล้วกาลเวลาผ่านไป
คนยุคที่ ๒ มาเป็นครูบา
อาจารย์ จากที่รู้เรื่องนั้น ๙๐
เปอร์เซ็นต์ สอนไป ๙๐
เปอร์เซ็นต์ ลูกศิษย์ สมมติรับได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ลูกศิษย์
ปลายๆ แถวจะรับได้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
ผ่านไปแค่ ๒-๓ 95ก6โลแอก(ชั่วอายุคน)เท่านั้นเอง ความรู้
ต่างๆ คุณธรรมต่างๆ ฮวบลงไป ลดลงไปมาก
ความสะอาด
ดังนั้น ครูบาอาจารย์ที่ดี ที่เป็นต้นแบบที่ดีมากๆ
ควรจะเฮี้ยบ เนี้ยบไว้ก่อน เช่นคุณยายของเราเป็นต้น ท่าน
ทำถูกต้องเลย สอนแล้วสอนอีก ย้ำแล้วย้ำอีก เรื่องที่ท่าน
สอนบ่อยๆ เราทราบกันดีในเรื่องความสะอาด ย้ำจริงๆ
มากๆ แล้วทำให้ดู ชี้แนะทำอย่างนี้ ต้องทำแบบนี้ แบบ
นี้ถึงจะสะอาด โดยเฉพาะที่สุดของการรีกในเรื่องนี้คือการ
ขัดห้องน้ำ พวกเราที่ได้มาวัดบ่อยๆ มาเป็นเจ้าหน้าที่วัด
คงได้?)กอย่างนี้มาตลอด
มณ เคม พ.ศ
63