ประวัติและบทบาทของป้าหวินในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 1 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 108

สรุปเนื้อหา

ธรรมกายเจดีย์ “ป้าหวิน” ท่านก็ช่วยระดมทุน แม้ว่า ร่างกายของท่านในช่วงนั้นจะอ่อนแอเจ็บป่วย ก็มิได้ทำให้ พลังในการสร้างบารมีของป่าอ่อนลงตามวัย และลังขารเลย ...เมื่อคุณยายอาจารย์ละกายหยาบ ป่าหรินก็กราบลา หลวงพ่อตามคุณยายอาจารย์ “ครู” ผู้เป็นที่รักเคารพ ฝากให้ลูกหลานที่รักป่าได้สานงานต่อไป..... และ คนรุ่นเก่าจะจารึกไว้ในดวงใจว่า ป่าเป็นเสาหลักที่ มั่นคง ไม่เคยหวั่นไหวยามมีมรสุมโหมกระหน่ำ ท่านมิใช่ เป็นเพียงหนึ่งในผู้สร้างวัดเท่านั้น ท่านยังเป็นนักรบผู้รู้สึก สงครามอันยาวนาน นับตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ตราบจนถึงวัน สุดท้าย วันที่ลมหายใจสั้นสุดพร้อมกับการหยุดของหัวใจ มรสุมยังคงดำเนินต่อไป... บางครั้งพัดกระหน่ำแรง..... บาง ครั้งแผ่วลง...... แต่จะไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่เรายังไปไม่ถึง ที่สุดแห่งธรรม...

หัวข้อประเด็น

- ประวัติและบทบาทของป้าหวินในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรมกายเจดีย์ “ป้าหวิน” ท่านก็ช่วยระดมทุน แม้ว่า ร่างกายของท่านในช่วงนั้นจะอ่อนแอเจ็บป่วย ก็มิได้ทำให้ พลังในการสร้างบารมีของป่าอ่อนลงตามวัย และลังขารเลย ...เมื่อคุณยายอาจารย์ละกายหยาบ ป่าหรินก็กราบลา หลวงพ่อตามคุณยายอาจารย์ “ครู” ผู้เป็นที่รักเคารพ ฝากให้ลูกหลานที่รักป่าได้สานงานต่อไป..... และ คนรุ่นเก่าจะจารึกไว้ในดวงใจว่า ป่าเป็นเสาหลักที่ มั่นคง ไม่เคยหวั่นไหวยามมีมรสุมโหมกระหน่ำ ท่านมิใช่ เป็นเพียงหนึ่งในผู้สร้างวัดเท่านั้น ท่านยังเป็นนักรบผู้รู้สึก สงครามอันยาวนาน นับตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ตราบจนถึงวัน สุดท้าย วันที่ลมหายใจสั้นสุดพร้อมกับการหยุดของหัวใจ มรสุมยังคงดำเนินต่อไป... บางครั้งพัดกระหน่ำแรง..... บาง ครั้งแผ่วลง...... แต่จะไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่เรายังไปไม่ถึง ที่สุดแห่งธรรม..... เมื่อคนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาในการสร้างบารมี ย่อมจะ ได้ยินชื่อนักสร้างบารมีผู้เกรียงไกร “อุบาสิกาถวิล บุญทรง" และอาจจะสงสัยว่า ท่านคือใคร... เมื่อเขาก้าวมาหาเรา ด้วยคำถามนี้ เราจะสบตาด้วยไมตรี และตอบด้วยความ มั่นใจว่า “ป้าหริน....คือคนดีที่โลกต้องการ ประวัติป้าหวิน อุบาสิกาถวิล วัดรางกูล นามสกุลเดิมคือบุญทรง เกิดปี พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นชาวจังหวัดราชบุรี บิดาชื่อ นายเทียน บุญทรง มารดาชื่อนางน่วม นามสกุลเดิมจิตต์งามว่า มีอาชีพเป็นครูทั้งสองท่าน สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมจากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด โดยสอบไล่ได้เป็นที่ ๑ ของทุกอำเภอในจังหวัดราชบุรี จึงได้รับทุนเรียนต่อในโรงเรียนซักหัดครู และสอบเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้ คุณวุฒิอักษรศาสตร์บัณฑิตและครุศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) เข้ารับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างนี้ได้ทำการสมรส มีบุตรธิดารวม ๓ คน เริ่มให้ความสนใจทางด้านพุทธศาสนา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ เนื่องจากผ่านการเจ็บป่วยหนักปางตาย ปี พ.ศ. ๒๔๑๒ ได้เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งในการก่อตั้งวัดพระธรรมกาย พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้ลาออกจากราชการ ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งหน้าที่ระดับข้าราชการชั้นพิเศษ เหตุผลเพื่อกลับไป ดูแลปรนนิบัติบิดาผู้ชราและเจ็บป่วย และได้ศึกษาปริยัติธรรมด้วยตนเอง รวมทั้งศึกษาพระไตรปิฎก และศึกษาธรรมปฏิบัติต่างๆ ไปพร้อมกันด้วยในระหว่างนั้น เมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้วในปี พุทธศักราช ๒๔๒๔ ได้ศึกษาพระอภิธรรมในสำนักเรียนสองแห่ง สามารถสอบไล่ได้เป็นที่ ทุกครั้ง (เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม ธรรมศึกษา บาลี พระอภิธรรม และปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ ๒๓ ปี) ต่อจากนั้นจึงเรียน ธรรมปฏิบัติวิชชาธรรมกายอย่างจริงจัง จากพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย) พระภาวนา วิริยคุณ(หลวงพ่อทัตตชีโว รองเจ้าอาวาส) และคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ปี พ.ศ. ๒๔๒๙ ได้ออกเผยแพร่ให้ธรรมทาน ทั้งปริยัติและปฏิบัติตามสถานที่ต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พระเดชพระคุณหลวงพ่อ รวมทั้งได้ผลิตงานเขียนทางวิชาการออกมาอย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของชีวิต ปี พ.ศ. ๒๔๔๑ เข้าวัยสูงอายุ สังขารไม่อำนวยและมีปัญหาสุขภาพจึงงดการเดินทาง แต่ยังร่วมประกอบการกุศลต่างๆ กับหมู่คณะทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนวาระโอกาสงานบุญต่างๆ อยู่ประจำที่วัดพระธรรมกาย - มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More