ข้อความต้นฉบับในหน้า
“สามเณรมีโอกาสดีมากที่ได้มาอยู่ที่วัด
นี้ ในนิวซีแลนด์ไม่มีอะไรเหมือนอย่างนี้เลย
คนที่มีน้ำใจเป็นมิตรหาได้ยาก”
ชอบอาหารไทย
“สำหรับเรื่องอาหารหรือ? โอ...สามเณร
ชอบอาหารไทย แต่ถ้าเผ็ดมาก ๆ ก็ฉันไม่ได้
เหมือนกัน ถ้าเผ็ดน้อย ๆ ก็ฉันได้
สำหรับการศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น
สามเณรจะได้รับความรู้จากการสนทนาธรรม
กับพระอาจารย์ เพื่อนสามเณร และบุคคล
ต่าง ๆ แต่ระหว่างที่มาพักอยู่ที่วัดพระ
ธรรมกายจะนั่งทำภาวนาเป็นส่วนใหญ่
สามเณรคิดว่าการทำภาวนาเป็นสิ่งที่ดี ทำ
แล้วสบาย ผ่อนคลาย สามเณรชอบมาก
วันแรกที่สามเณรมาถึงวัดพระธรรมกาย
ก็นั่งรถยนต์ดูรอบ ๆ วัด สิ่งที่ประทับใจสามเณร
มากก็คือ อุโบสถและบริเวณโดยรอบตัวอุโบสถ
นั้นสวยงามมากทีเดียว
ครั้นอยู่ต่อมาได้รู้จักวัดมากขึ้น สิ่งที่
สามเณรรู้สึกประทับใจเพิ่มขึ้นก็คือ จำนวน
สาธุชนมากมายที่มาปฏิบัติธรรม มาเยี่ยมชม
วัด ตลอดจนมาบรรพชาอุปสมทบเป็นพระ
และสามเณรเป็นจำนวนมาก วัดพระธรรมกาย
จะประทับใจสามเณรไปชั่วชีวิต” สามเณร
เช่น ดาย จบคำพูดด้วยสีหน้าและแววตาที่
เปี่ยมไปด้วยความสุข
ไปแล้วไม่ไปลับ...
จะกลับมาอีก
สามเณรมีกำหนดเดินทางออกจาก
วัดพระธรรมกายในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน
๒๕๓๑ เพื่อกลับไปลาสิกขาบทที่วัดปราณบุรี
ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ต่อจาก
นั้นจะเดินทางไปศึกษาวัฒนธรรมและความ
เป็นอยู่ของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย
เท่าที่จะมากได้ ดังนั้นในคืนวันที่ ๑๙ พฤศ
จิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายแห่งการปฏิบัติ
ธรรมที่วัดพระธรรมกายของสามเณร
เชน ดาย พระอาจารย์จึงชักชวนให้สาม
เณรทำความเพียรสูงสุด และแล้วสามเณร
ก็เข้าถึงธรรมกายในตัวเอง รวมเวลาของ
การปฏิบัติธรรมเพียง ๑๒ วันเท่านั้น
ก่อนอำลา สามเณรได้กล่าวถึงมโน
ปณิธานของท่านว่า
“เมื่อสามเณรออกจากวัดพระธรรมกาย
จะพักอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นระยะหนึ่ง แล้วจะ ไปแล้ว ก็จะทำภาวนาทุก ๆ วัน จะพยายาม
เดินทางกลับไปโรงเรียนปราณบุรีในเดือน ทำความเพียรให้มากที่สุด อาจจะทำหนึ่งชั่ว
ธันวาคม ๒๕๓๑ และจะอยู่ต่อไปจนถึงเดือน
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ จึงจะเดินทางกลับประเทศ
นิวซีแลนด์เพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จบ
แล้วจะกลับมาเมืองไทยอีก ท่านตั้งความหวัง
ไว้ว่า
“สามเณรจะกลับนิวซีแลนด์ตอนสิ้น
เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ เพื่อเข้าเรียนกฎ
หมายที่มหาวิทยาลัยวาเลนทีน ใช้เวลาเรียน
๕ ปี เมื่อจบแล้วจะกลับมาเมืองไทยอีก”
เกิดใหม่ในธรรมกาย
เมื่อกำหนดเวลาการทำภาวนาของ
วันที่ 6 แห่งการปฏิบัติธรรมของสามเณร
สิ้นสุดลง สามเณรมีคำถามพระอาจารย์
พี่เลี้ยงว่า
“ทำไมกายละเอียดของสามเณรจึง
มีจุกอยู่บนหัว และเป็นแก้วไปหมดทั้ง
โมงทุก ๆ เช้า หนึ่งชั่วโมงทุก ๆ เย็น จริง ๆ นะ
การทำภาวนาทำให้เกิดสันติสุขภายใน
ทำให้เข้าใจโลกและชีวิตอย่างแท้จริง”
ยิ่งกว่านั้น สามเณรเชน ดาย ยังได้เริ่ม
ทำหน้าที่กัลยาณมิตรโดยกล่าวว่า
“สามเณรคิดว่า การมาปฏิบัติธรรมที่
วัดพระธรรมกายนั้นเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า
อเนกอนันต์ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านหา
โอกาสมาปฏิบัติธรรม (หรืออยู่ธุดงค์ - ผู้เขียน)
สักระยะสั้น ๆ แล้วท่านก็จะได้เรียนรู้ เช่นเดียว
กับสามเณร”
กัลยาณมิตรขอกราบอนุโมทนากับความ
สำเร็จของสามเณรเชน ดาย และหวังว่าท่าน
จะกลับมาวัดพระธรรมกายอีกในอนาคตอัน
ใกล้นี้ ไม่ใช่ถึง ๕ ปีข้างหน้า
แม้สามเณรเชน ดาย จะเคยกล่าวว่า
ท่านไม่มีศาสนา แต่ท่านก็ได้หาโอกาสศึกษา
ตัว ผ้าที่ห่มเฉวียงบ่าก็เป็นแก้วไปหมด” และปฏิบัติธรรม ครั้นได้เจริญภาวนาตามแนว
พระอาจารย์พี่เลี้ยงไม่ตอบคำถามเพราะเกรง
ว่าจะมีความสงสัยเพิ่มขึ้นอีก จึงได้แต่แนะนำ
ให้สามเณรวางจิตจรดศูนย์กลางกายเรื่อย
ไป และรอดูสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น
เนื่องจากพระอาจารย์พี่เลี้ยงเห็นว่าการ
ทำภาวนาของสามเณรเชน ดาย ก้าวหน้ารวด
เร็วมากจึงเกิดความเมตตาและความปรารถ
นา อยากจะให้ก้าวหน้าต่อไปให้มากที่สุด
วิชชาธรรมกาย ท่านก็สามารถได้เห็นกาย
ธรรม หรือธรรมกาย ในตนเอง ดังนั้นไม่ว่า
ใครจะพูดว่าอย่างไร จะบอกว่าตัวเองมี
ศาสนาหรือไม่นั้น ไม่สำคัญ ประเด็นอยู่ตรง
ที่ว่า การปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่จะทำให้ทุก
ท่าน “พบสุขในตัวของท่านเอง”
มกราคม ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๒๗