การยอมรับความจริง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 1 หน้า 104
หน้าที่ 104 / 124

สรุปเนื้อหา

“ข้าแต่ท่านกัสสปะผู้เจริญ ข้าพเจ้า ขอถึงพระ ผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้ง พระธรรมและพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอท่านกัสสปะ จงรับข้าพเจ้าว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จ่าเดิมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ๑๐๒ กัลยาณมิตร แต่บัณฑิตใครชี้ทางถูกให้ จะดีอกดีใจเข้าไป กราบ ลองถามตัวเองว่าเราเคยพาลบ้างไหม ใกล้ ๆ สอบ แม่บอกลูกเอ๊ยตั้งใจดูหนังสือไป เถอะ อย่าเพิ่งไปเที่ยวเลย แทนที่จะดีใจ เพราะแม่พูดถูกกลับเดือดปุด ๆ ขึ้นมาเชียว แหม.... แม่นี่... แต่งตัวเสร็จแล้วเพิ่งจะมาบอก... เรื่องแม่เสียแล้ว นั่นละคนพาลแล้วเรา พระเจ้าปายาสถูกกล่าวตักเตือน อุปมา อุปไมยแรง ๆ ว่าโง่เง่าถึงขนาดนั้น ก็ยังทรง มีพระอาการใคร่จะยอมสละวางทิฐิผิดชั่ว ของตนลงได้ง่าย ๆ เลย ทรงดื้อไม่ใช่เล่น พระ กุมารกัสสปะเถระจึงถวายพระพรต่อไปว่า ทิฐิชั่วเปรี

หัวข้อประเด็น

- การยอมรับความจริง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ข้าแต่ท่านกัสสปะผู้เจริญ ข้าพเจ้า ขอถึงพระ ผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้ง พระธรรมและพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอท่านกัสสปะ จงรับข้าพเจ้าว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จ่าเดิมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ๑๐๒ กัลยาณมิตร แต่บัณฑิตใครชี้ทางถูกให้ จะดีอกดีใจเข้าไป กราบ ลองถามตัวเองว่าเราเคยพาลบ้างไหม ใกล้ ๆ สอบ แม่บอกลูกเอ๊ยตั้งใจดูหนังสือไป เถอะ อย่าเพิ่งไปเที่ยวเลย แทนที่จะดีใจ เพราะแม่พูดถูกกลับเดือดปุด ๆ ขึ้นมาเชียว แหม.... แม่นี่... แต่งตัวเสร็จแล้วเพิ่งจะมาบอก... เรื่องแม่เสียแล้ว นั่นละคนพาลแล้วเรา พระเจ้าปายาสถูกกล่าวตักเตือน อุปมา อุปไมยแรง ๆ ว่าโง่เง่าถึงขนาดนั้น ก็ยังทรง มีพระอาการใคร่จะยอมสละวางทิฐิผิดชั่ว ของตนลงได้ง่าย ๆ เลย ทรงดื้อไม่ใช่เล่น พระ กุมารกัสสปะเถระจึงถวายพระพรต่อไปว่า ทิฐิชั่วเปรียบยาพิษ “ขอถวายพระพร มีนักเลงสกา ๒ คน เล่นการสภาพนันกัน คนหนึ่งมีสันดานเป็น คนโกง ได้แอบกลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้ว ๆ มาเสีย แล้วได้รับความชนะทุกครั้งไป เพื่อนเล่นด้วยกัน เห็นการโกงดังนั้นจึงพูดว่า ดูก่อนสหายท่าน ชนะข้างเดียว ขอท่านให้ลูกสกาแก่ข้าพเจ้าบ้าง ข้าพเจ้าจะเช่นบูชา นักเลงสกาโกงก็ไม่ว่าอะไร มอบลูกสกาให้แก่เขา ลำดับนั้นเขาจึงแอบเอา ยาพิษทาที่ลูกสกานั้นแล้วก็พูดชักชวนขึ้นใหม่ ว่า มาเถิดสหาย เรามาเล่นสกากันใหม่เถิด ข้าพเจ้าเช่นเสร็จแล้ว นักเลงสกาโกงก็กระหยิ่ม ใจ ไม่ทราบว่าจะมีภัยเกิดขึ้นแก่ตน จึงรับ คำท้าเล่นสภาพนั้นต่อไป เมื่อกำลังเล่นอยู่นั้น ก็แอบกลืนเบี้ยแพ้ที่แล้วมาเสียตามสันดานเดิม นักเลงสกาคู่เล่น ครั้นเห็นเขากลืนกินเบี้ยที่ตน ทายาพิษไว้สมใจแล้ว จึงพูดว่า ท่านกลืนกิน ลูกสกาซึ่งอาบด้วยยาพิษเข้าไปแล้ว ยังหารู้สึก ไม่ ความเร่าร้อนภายในจักมีแก่ท่านอย่าง แน่นอน ขอถวายพระพรมหาบพิตร การที่พระ องค์ยังจะยึดถือทิฐิอันชั่วที่ว่าโลกหน้าไม่มี สัตว์ผู้ผุดเกิดไม่มี ผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วไม่มี นั้น ก็น่าที่จะเปรียบเหมือนนักเลงสกาสันดาน โกง ซึ่งกลืนกินยาพิษเข้าไปโดยไม่รู้สึกตัว Kalyanamitra.org เพราะฉะนั้นขอมหาบพิตรจงสละคืนทิฐิอันชั่ว นั้นเสียเถิด ขอมหาบพิตรจงทรงปล่อยวางทิฐิ อันผิดบาปนั้นเสียเถิด ทิฐิอันชั่วนั้นอย่าได้มีแก่ มหาบพิตร เพราะมิใช่ประโยชน์เป็นไปเพื่อ ความทุกข์ตลอดกาลนานเลย ขอถวายพระพร” แต่ขนาดนั้นพระเจ้าปายาสิก็ยังทรง มีอากัปกิริยา แสดงว่ายังไม่สามารถที่จะสละ ทิฐิอันชั่วนั้นได้ พระกุมารกัสสปะเถระก็ไม่ละ ความพยายาม พระกุมารกัสสปะถวายพระพร ต่อไปอีกว่า ชายโง่ “มีชายสองคนรักกันมาก วันหนึ่งเขา ปรึกษากันว่า เราทั้งสองควรท่องเที่ยวไปยัง ต่างเมืองดีกว่า บางทีจักประสบโชคลาภเป็นที่ พอใจบ้าง ครั้นตกลงกันดังกล่าวแล้วก็พากัน ออกเดินทางจากบ้านไปถึงตำบลบ้านแห่งหนึ่ง แล้วได้เห็นเปลือกป่านที่เขาทิ้งไว้มากมาย สหายคนที่หนึ่งจึงพูดชักชวนว่า “สหายรักเปลือกป่านเขาทิ้งไว้มากมาย เราถือเอาเป็นสมบัติของเราคนละมัดเถิด” คนทั้งสองก็จัดแจงมัดเอาเปลือกป่าน ไปคนละมัดใหญ่ แล้วเดินทางต่อไปถึงอีก ตำบลหนึ่ง ได้เห็นด้ายป่านที่เขาทิ้งไว้มากมาย สหายคนที่หนึ่งก็พูดขึ้นว่า “สหายรักด้ายป่านเขาทิ้งไว้มากมาย เราเอาเปลือกป่านไปเพื่อประโยชน์อันใด เรามาเจอด้วยแล้ว จงทั้งเปลือกป่าน เสียเถอะ เอามัดด้วยป่านไปดีกว่า” สหายของเขาจึงตอบว่า สหาย มัด เปลือกป่านนี้เรานำมาไกลแล้ว ด้วยความ เหน็ดเหนื่อยนัก ทั้งก็มัดไว้เรียบร้อยดีแล้วด้วย เราไม่เอาล่ะด้ายป่าน เราจะเอาเปลือกป่าน ของเก่านี้แหละ สหายของเขาเป็นพวกรักของเก่า แต่รัก แบบโง่ ๆ แม้จะพยายามชี้แจงอย่างไรเขาก็ยัง ยืนยันอยู่ตามเดิม ฉะนั้นสหายคนที่หนึ่ง จึงทิ้งเปลือกป่าน ถือเอาแต่ด้ายบ้านไปเพียง ผู้เดียว แล้วพากันเดินทางต่อไปจนถึงตำบล มกราคม ๒๕๑๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More