ข้อความต้นฉบับในหน้า
โบกมือให้หยุด คนนี้กลับหยุดเองโดยอาตมามิได้ขอร้อง
ขณะที่บางคนไล่อาตมาลงจากรถด้วยอาการหยาบคาย
คนนี้กลับเชื้อเชิญให้ขึ้นรถของเขา
“ท่านคงยังไม่เคยผ่านแดนนี้” ชายคนนั้นพูดพลาง
หัวเราะ “ยังอีกไกลมากนะท่าน กว่าจะถึงหมู่บ้านข้าง
หน้า ผมว่าท่านเดินทางถึงค่ำก็ยังไม่ถึงหมู่บ้าน ไปกับผม
ดีกว่า” ว่าแล้วเขาก็เดินตรงเข้ามารับบาตรและกลดจาก
อาตมา ซึ่งทำให้อาตมาจำต้องฉลองศรัทธาของเขา
แต่โดยดี
เมื่อเราขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว เขาก็สตาร์ทรถออกวิ่ง
ไปตามถนน เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อชำนาญเป็นเจ้าของ
โรงบ่มใบยาหลายต่อหลายแห่งในภาคเหนือ เวลานี้
เขาได้ออกจากบ้านในเมืองเชียงใหม่เพื่อไปตรวจงานตาม
โรงบ่มต่าง ๆ ซึ่งตั้งเป็นระยะอยู่ตามจุดต่าง ๆ บนถนน
สายนั้น สังเกตดูรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีความรู้พูดจามี
หลักฐาน และท่าทางเป็นคนใจบุญ
“ผมเป็นคนชอบพระเจ้า” เขากล่าวขณะขับรถ
จ้องตาไปข้างหน้า “เห็นพระเจ้าไม่ได้ อยากทำบุญขึ้นมา
ทันทีพอทำบุญแบบไหนได้ก็ทำตามกำลัง พอถวายข้าว
ปลาอาหารได้ก็ถวาย พอถวายน้ำดื่มได้ก็ถวาย พอจะ
ช่วยธุรกิจอย่างอื่นได้ก็ช่วย ทำแล้วสบายใจดีครับ”
“ดีแล้ว อาตมาขออนุโมทนา” อาตมาตอบไปตาม
ธรรมเนียม เพราะยังนึกคำตอบที่ดีไปกว่านั้นไม่ได้
“ท่านดูซิครับ” เขาผละมือซ้ายจากพวงมาลัยชี้นิ้ว
หัวแม่มือไปข้างหลัง ที่ท้ายรถผมเต็มไปด้วยสิ่งของ
ทั้งนั้น” อาตมาหันไปมองดูตอนหลังของรถ ก็ได้พบ
สิ่งของต่าง ๆ มากมาย เช่น ผ้าไตร หนังสือ สบู่ ยาสีฟัน
ยารักษาโรคต่าง ๆ เป็นต้น
“คุณโยมจะเอาไทยทานเหล่านี้ไปร่วมทำบุญ
ที่ไหน” อาตมาถาม
๑๐๖ กัลยาณมิตร
“ไม่ไปร่วมที่ไหนหรอกครับ” ชายเจ้าของรถตอบ
ยิ้ม ๆ “ตามปกติถ้ามีงานทำบุญใหญ่ๆ ผมไม่ค่อยไปร่วม
กับเขาหรอก เพราะในคราวทำบุญใหญ่ ๆ พระท่านรวย
อยู่แล้ว ผมทำของผมเอง ของเหล่านี้ผมจะเอาไปถวาย
พระตามวัดต่าง ๆ ที่อยู่ตามหมู่บ้านใกล้ ๆ กับโรงบ่ม
ของผม เพราะผมสังเกตเห็นว่า พระที่อยู่ตามบ้านนอก
มีความเป็นอยู่อย่างฝืดเคืองมาก เครื่องใช้ไม้สอยก็ไม่มี
หนังสือจะอ่านพอได้ความรู้สั่งสอนญาติโยมก็ไม่มี ผมจึง
จัดซื้อไปถวายท่านตามมีตามเกิดทุกครั้งที่ออกไปตรวจ
งาน"
“ดีแล้ว อาตมาขออนุโมทนา” อาตมาตอบตาม
แบบฉบับ
ทันใดนั้น ชายผู้ใจบุญได้เหยียบเบรคหยุดอย่าง
กะทันหัน จนอาตมาหัวคะมีไปข้างหน้า ก่อนที่อาตมา
จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เปิดประตูรถด้านขวาผลุนผลัน
ลงไปเสียแล้ว เขาเดินงุด ๆ ไปข้างหน้ารถก้มลงอุ้มเอา
ก้อนหินขนาดเขื่อง เดินตัวโก่งออกไปโยนทิ้งในป่าข้าง
ถนนแล้วก็ปัดมือเดินกลับมาขึ้นรถ
“ใครก็ไม่ทราบ เอาก้อนหินขนาดใหญ่มาวางไว้
กลางถนน” เขากล่าวพลางหอบฮัก ๆ ขณะสตาร์ทรถ
ออกวิ่ง “ถ้ารถวิ่งเร็ว ๆ มาโดนเข้ามีหวังเสียหลัก บางที
อาจจะพลิกคว่ำ บางทีอาจยางแตกเป็นอันตรายมาก
คนเรานี้ก็แปลกบางคนชอบเล่นสนุก ๆ โดยไม่คำนึงถึง
ความทุกข์ของผู้อื่น ผมเป็นคนแปลก เห็นอะไรขวางหู
ขวางตา น่าจะเป็นอันตรายแก่คนอื่น อดที่จะแก้ไขไม่ได้
แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือจะเสียเวลาเสียความสุข
สบายส่วนตัวก็ยอม อย่างก้อนหินก้อนนั้น รถคันอื่น ๆ
ก็ผ่านมาแล้วไม่รู้กี่สิบคัน แต่ทุกคันก็ผ่านไป ไม่มีใคร
ยอมเสียเวลาขนออกจากทาง แต่ผมทนไม่ไหวจริง ๆ ครับ
เอาออกแล้วสบายใจดี”
“ดีแล้ว อาตมาขออนุโมทนา” อาตมาตอบตามเดิม
“เราจวนจะถึงหมู่บ้านข้างหน้าแล้ว” คุณชำนาญ
กล่าว “แต่ผมจะไม่หยุดที่หมู่บ้าน ถ้าท่านจะลงผมก็จะ
หยุดให้ลงแต่ถ้าท่านอยากไปกับผมต่อไปก็ขอนิมนต์ไป
กับผม”
หลังจากได้คุยกับชายเจ้าของรถ ผู้เอื้อเฟื้อมาชั่ว
ระยะเวลาอันสั้น อาตมาก็เกิดความรู้สึกชอบในอุปนิสัย
เขาเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าเขาเป็นกัลยาณมิตรและเป็น
บัณฑิต การสนทนากับเขาทำให้เกิดความรู้แปลก ๆ
ใหม่ ๆ เพราะเหตุนี้อาตมาจึงบอกเขาว่าจะขอโดยสาร
Kalyanamitra.org
มกราคม ๒๔๓๒