ข้อความต้นฉบับในหน้า
“...อันองค์มหาบพิตรนี้
อาตมภาพขอบอกตรง ๆ ว่า
ยังทรงเขลา ไม่ใช่เป็นผู้ฉลาด
ทั้งหญ้านั้น ที่แท้ก็คือยักษ์ผู้อยากกินเนื้อมนุษย์
และสัตว์ จึงปลอมแปลงมาลวงด้วยเล่ห์ หลอก
ให้หลงเชื่อจนพากันถึงแก่ความตาย แล้วมัน
ก็วกกลับมากินเนื้ออย่างอิ่มเอมจนเหลือแต่
กระดูก
ฝ่ายนายกองเกวียน พวกหลัง พอคาด
คะเนว่ากองเกวียนพวกแรกจากไปได้ไกลแล้ว
จึงสั่งให้บริวารของตนบรรทุกหญ้า ฟื้นและน้ำ
เป็นอันมาก ครั้นพร้อมแล้วก็สั่งให้ออกเดินทาง
พอเดินทางมาได้ ๒-๓ วัน ก็พบกับบุรุษแปลก
ประหลาดคนเก่า แต่งตัวแบบเดิม คือทัดดอก
โกมุท นุ่งผ้าเปียก ผมเปียก ขับรถอันงาม
มีล้อเปื้อนโคลนตมเลอะเทอะสวนทางมา เมื่อ
ถูกถามก็ให้คำแนะนำเหมือนเดิม คือให้ทั้งหญ้า
น้ำและฟันเสีย เพราะข้างหน้ามีของเหล่านั้น
มากมาย
นายกองเกวียนผู้ไม่มีความประมาท
จึงเรียกพวกเกวียนให้มาประชุมพร้อมกัน แล้ว
ประกาศว่า
“พี่น้องทั้งหลาย ชายคนนี้มาพูดว่า
ในหนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมาก หนทาง
มีน้ำบริบูรณ์ พร้อมทั้งหญ้าฟื้น และบอกให้
พวกเราทิ้งน้ำเสีย เกวียนจะได้เบาไปได้เร็ว
โคก็จักไม่ลำบากดังนี้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่า
ชายแปลกหน้าผู้นั้นมิใช่มิตร มิใช่ญาติของ
พวกเรา พวกเราจะเชื่อชายผู้นี้อย่างง่าย ๆ
เฉียบแหลม ทรงแสวงหาความรู้ อย่างไร? ข้างหน้าเราก็ไม่ได้ปรากฏเค้าฝนให้
เรื่องโลกหน้าโดยไม่ถูกทาง
แล้วก็ยึดถือเอาทิฐิอันผิด
หากไม่แก้ไข ย่อมจักต้องถึง
ความวอดวายเหมือนบุรุษ
นายกองเกวียนผู้มีความประมาท”
เห็นเลย จะมีฝนได้อย่างไร? ไม่น่าเชื่อเลยว่า
ชายคนนั้นจะบุกโคลนมาได้
ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอออกคำสั่งแก่ท่าน
ทั้งหลายว่า จงอย่าทิ้งหญ้าฟื้นและน้ำอันเป็น
ของจำเป็นเสียเลยเป็นอันขาด จงขับเกวียนไป
พร้อมกับสิ่งของตามที่นำมาแล้วเถิด” พวก
เกวียนทั้งหลายก็เชื่อฟังคำสั่งของนายกอง
เกวียนด้วยดี พากันขับเกวียนเดินทางต่อไป
และแล้วก็จับโกหกของมนุษย์เจ้าเล่ห์ได้ เพราะ
ว่าพวกเขาขับเกวียนมาจนถึงที่พักเกวียน
ตำบลแรกแล้ว ก็ยังไม่เห็นน้ำแม้สักหยดหรือ
หญ้าแม้สักต้น ถึงแม้จะขับเกวียนมาถึงที่พัก
เกวียนตำบลที่ ๒,๓,๔.๕.๖ ก็ยังพบแต่ความ
กันดารอยู่อีกเช่นเคย จนกระทั่งมาถึงที่พัก
เกวียนตำบลที่ 9 ก็เกิดความตกใจเป็นอันมาก
เพราะได้เห็นกองกระดูกของมนุษย์และสัตว์
มากมาย พร้อมกับเกวียน ๕๐๐ เล่ม ซึ่ง
ล่วงหน้ามาก่อน ก็ทราบได้ทันทีว่า กองเกวียน
พวกแรกได้รับความวอดวาย เพราะถูกอมนุษย์
ซึ่งแปลงเป็นชาย หลอกมาให้อดตายและ
กินเนื้อเป็นอาหารเสียแล้ว
คราวนั้นนายกองเกวียนผู้ไม่ประมาท
จึงประกาศว่า
“ที่พวกเราเห็นอยู่นี้คือหมู่เกวียนพวก
แรกซึ่งได้ถึงแก่ความตายแล้ว ทั้งนี้เพราะ
นายกองเกวียนเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา
มีความประมาท และพวกเราก็ไม่อาจช่วยเหลือ
เขาได้ทัน บัดนี้ข้าพเจ้าเห็นว่า สิ่งของอันมีค่า
ในเกวียนเหล่านั้นไม่ควรต้องเสียหายไปเปล่า
เราควรเก็บเอาไปใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น
ในหมู่เกวียนของพวกเรา สิ่งใดมีค่าน้อยก็จง
ทิ้งเสีย แล้วเก็บเอาสิ่งที่มีค่ามากในกองเกวียน
หมู่นี้ไปแทน”
พวกเกวียนทั้งหลายครั้นรับคำสั่งของ
นายเกวียนแล้ว ก็ทิ้งสิ่งของชนิดที่มีค่าน้อย
ในเกวียนของตน แล้วขนเอาแต่สิ่งของมีค่ามาก
ในเกวียนหมู่แรก ซึ่งเจ้าของได้ตายไปแล้ว
ตามชอบใจ ครั้นแล้วนายกองเกวียนก็ออก
คำสั่งให้เดินทางต่อไป ในไม่ช้าก็ข้ามหนทาง
กันดาร ลุถึงถิ่นที่ตนปรารถนาได้โดยสวัสดี
๑๐๐ กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org
มกราคม ๒๕๐๒