การเสด็จพระราชดำเนินในป่า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 1 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 124

สรุปเนื้อหา

ตะวันพลบค่ำ...ทุกราวป่าเงียบสงัด วังเวงดุจทุกชีวิตได้หยุดการเคลื่อนไหว แต่ “พระเจ้าอยู่หัว” ยังคงก้าวพระบาทต่อไป ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงไฟฉายส่องนำ ทางพระดำเนิน แสงสว่างนำทางนั้น ได้เข้าไป จรัสเรืองอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน ด้วย ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า....พระ เจ้าอยู่หัวไม่เคยทิ้งประชาชน ดังพระราช สัจจะที่ทรงให้ไว้เมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว แล้วคนไทยก็ได้เห็น....ภาพของพระ มหากษัตริย์เสด็จแรมรอนอยู่ในป่าดง พระ หัตถ์ข้างหนึ่งทรงถือแผนที่ พระหัตถ์ข้างหนึ่ง ทรงจับไหล่นายทหารองครักษ์ เสด็จพระราช ดำเนินไปบนขอนไม้ท่อนเดียวที่ทอดต่างสะพาน ข้ามลำห้วย บางตอนสายน้ำเชี่ยวกราก สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตามเสด็จฯด้วย จะทรงเข้ามาจูงพระกร สมเด็จพระบรมราชชนก ในขณะที่สมเด็จ พระเทพรัตนร

หัวข้อประเด็น

- การเสด็จพระราชดำเนินในป่า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

3 ตะวันพลบค่ำ...ทุกราวป่าเงียบสงัด วังเวงดุจทุกชีวิตได้หยุดการเคลื่อนไหว แต่ “พระเจ้าอยู่หัว” ยังคงก้าวพระบาทต่อไป ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงไฟฉายส่องนำ ทางพระดำเนิน แสงสว่างนำทางนั้น ได้เข้าไป จรัสเรืองอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน ด้วย ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า....พระ เจ้าอยู่หัวไม่เคยทิ้งประชาชน ดังพระราช สัจจะที่ทรงให้ไว้เมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว แล้วคนไทยก็ได้เห็น....ภาพของพระ มหากษัตริย์เสด็จแรมรอนอยู่ในป่าดง พระ หัตถ์ข้างหนึ่งทรงถือแผนที่ พระหัตถ์ข้างหนึ่ง ทรงจับไหล่นายทหารองครักษ์ เสด็จพระราช ดำเนินไปบนขอนไม้ท่อนเดียวที่ทอดต่างสะพาน ข้ามลำห้วย บางตอนสายน้ำเชี่ยวกราก สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตามเสด็จฯด้วย จะทรงเข้ามาจูงพระกร สมเด็จพระบรมราชชนก ในขณะที่สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงถือไม้ช่วยพยุง พระวรกาย เพื่อให้สมเด็จพระบรมราชชนก เสด็จพระราชดำเนินสะดวกขึ้น ทั้งสามพระองค์ เสด็จฯเคียงคู่กันทรงลุยกระแสน้ำและโขดเขิน เนินหิน ต้องเสี่ยงพระองค์ต่อการลื่นล้มทุก นาที ฉลองพระองค์เปียกชื้นด้วยสายน้ำที่ซ่าน กระเซ็นมากระทบ ทำให้พระวรกายต้อง หนาวเหน็บ เมื่อขึ้นฝั่ง เสด็จพระราชดำเนินต่อ ความหนาวเหน็บมิทันจาง หยาดพระเสโทก ๖๒ กัลยาณมิตร หลั่งชโลมพระวรกายอีก ทำไมหนอทรงต้อง พระองค์มิเคยทรงมุ่งหวัง ดังที่ทรงบันทึก ตรากตรำพระวรกายถึงเพียงนี้ เพราะทรง ไว้ว่า...ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นกษัตริย์ ตระหนักในหน้าที่พระมหากษัตริย์ ยิ่งกว่า คิดเพียงจะเป็นน้องของพี่เท่านั้น..... ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ คำตอบนั้น....ได้กระจ่างชัดอยู่ในหัวใจ คนไทยผู้จงรักภักดีต่อ “ครอบครัวแห่ง พระมหากษัตริย์” ผู้ทรงงานหนักยิ่งเพื่อ ประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้น เถลิงสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาล ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ท่ามกลาง ความหวังของประชาชนที่เห็นพระองค์เป็นที่ พึ่งสุดท้าย ในขณะที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ ปกติ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็เพิ่งยุติลง เมื่อ ประชาชนมีความไว้วางใจ มอบหน้าที่แห่ง พระมหากษัตริย์ให้กับพระองค์ ทั้ง ๆ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับทรง รับผิดชอบต่อหน้าที่แห่งพระมหากษัตริย์ ด้วย การทรงอุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับหน้าที่ เพราะ ความสำนึกในพระราชหฤทัยที่ว่า สถาบัน พระมหากษัตริย์จะเป็นที่เคารพเทิดทูนจะ มีความมั่นคงยืนยงได้นั้นขึ้นอยู่กับพระองค์ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงาน ทน ลำบากตรากตรำ เพื่อประโยชน์สุขของตัวเอง เป็นใหญ่ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชจักรีวงศ์ต้องทรงตรากตรำ พระวรกาย ทรงงานหนักเพื่อหน้าที่ เพื่อ ประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง มกราคม ๒๕๓๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More