ข้อความต้นฉบับในหน้า
พนมรุ้ง ในภาษาเขมรหมายถึง
พระพุทธศาสนา มีวิวัฒนาการเข้าไปสู่ดินแดน
ต่าง ๆ นั้น เนื่องจากสายธารแห่งอารยธรรมของโลก เป็น
บ่อเกิดการแสวงหาขุมทรัพย์อันประเสริฐของมนุษยชาติ
ดังราชอาณาจักรไทยที่ตั้งอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิให้รู้
สึกเป็นหนี้บุญและหนี้พระคุณของพระโสณเถระ และ
พระอุตตรเถระ ที่จารึกแผ่พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ
และสังฆานุภาพมาสู่สุวรรณภูมิ เป็นครั้งแรกในพุทธ
ศตวรรษที่ ๓ ก่อน พ.ศ. ๕๐๐ ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราช
โดยการแนะนำของพระโมคคัลลีบุตรติสสมหาเถระ
มหาเถราจารย์ ประธานสังคายนาครั้งที่ ๓ ได้โปรดสั่ง
คณะธรรมทูตชุดดังกล่าว อัญเชิญพระพุทธศาสนามาตั้ง
ประดิษฐานไปทั่วแว่นแคว้นดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่
แห่งเดียวที่สามารถปักหลักพระพุทธศาสนาได้มั่นคง
ธำรงรักษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยดีในสายเถรวาท
ภูมิธรรมหลั่งไหลสู่อาณาจักร
สุวรรณภูมิ
ดินแดนแห่งแรกซึ่งพระโสณเถระกับพระอุตตร
“ภูเขาใหญ่” ปราสาทหินพนมรุ้ง เถระ ผู้มีพระคุณต่อคนไทยอย่างสูงได้เดินทางเข้ามา
จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งเด่นตระหง่าน ประดิษฐานพระพุทธศาสนานั้น ได้แก่ อาณาบริเวณ
มานานนับพันปี บนยอดภูเขาไฟ จังหวัดนครปฐม เพราะมีโบราณสถานและโบราณวัตถุ
เป็นประจักษ์พยาน เช่น พระปฐมเจดีย์ ศิลารูปพระ
เก่าที่ดับสนิทแล้วอันมีนามว่า
พนมรุ้ง นับเป็นปราสาทหิน
แห่งเดียวในเมืองไทยที่สร้าง
บนยอดเขา
๔๔ กัลยาณมิตร
ธรรมจักร
พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทดั้งเดิมนั้นเข้ามาสู่ดิน
ทางด้านใต้ของสุวรรณภูมิ สมัยกษัตริย์แห่งศรี
วิชัยในเกาะสุมาตราเรืองอำนาจ แผ่อาณาเขตเข้ามาถึง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้พุทธศาสนาฝ่ายมหายาน
แผ่เข้ามาทางภาคใต้ของราชอาณาจักรไทยในครั้งกระนั้น
มรดกทางวัฒนธรรมของฝ่ายมหายานจึงยังเป็นประจักษ์
พยาน เช่น เจดีย์พระบรมธาตุไชยา พระบรมธาตุนคร
ศรีธรรมราช ขุดพบพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์หล่อไว้
มากมาย ลักษณะล้วนเป็นแบบลัทธิมหายานเหมือนที่
เกาะชวา
ทางด้านตะวันออก กษัตริย์ราชวงศ์สุริยวรมันแห่ง
กัมพูชาเรืองอำนาจ ก็แผ่พระพุทธศาสนามาในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของไทย เป็นพุทธ
ศาสนาฝ่ายมหายาน ที่ปนผสมกับศาสนาพราหมณ์
มาก จึงมีประจักษ์หลักฐานในรูปเทวาลัย
คัมภีร์ ภาษาขอม รวมทั้งภาษาสันสกฤต
อักษร
ดินแดนอาณาจักรสุวรรณภูมิก็คือ คนไทยส่วน
ใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้วมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ก็ได้รับ
เอาพระพุทธศาสนาทั้งแบบเถรวาทดั้งเดิมที่สืบมาครั้ง
พระเจ้าอโศกมหาราช แผ่อาณาจักรธรรมมาถึง รวมกัน
แบบมหายานและศาสนาพราหมณ์ที่เข้ามาใหม่ ทำให้มี
ผู้นับถือศาสนาทั้งสองแบบและมีพระสงฆ์ทั้งแบบเถร
วาทและมหายาน
ในอาณาจักรฝ่ายตะวันตก พระเจ้าอโนรธามังช่อ
หรือพระเจ้าอนุรุทธมหาราช กษัตริย์พุกามประเทศ เรื่อง
อำนาจในฝ่ายตะวันตก ปราบรามัญรวมไว้ในประ
เทศพม่าได้หมด และแผ่เลยมาถึงอาณาจักรล้านนา
ล้านช้าง จนถึงลพบุรี และทวาราวดี ด้วยเหตุที่ทรง
แดนส่วนนี้และได้แผ่ขยายออกไปจนประชาชนเกิดความ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท จึงทรงทำนุบำ
เลื่อมใสศรัทธา บวชในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวน
มาก
สมัยอาณาจักรอ้ายลาว พระเจ้ากนิษกะมหาราช
ทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่ ๔ ของฝ่ายมหายาน
ณ เมืองชลันธร ในชมพูทวีปฝ่ายเหนือ ขุนหลวงเม้า
กษัตริย์ไทยผู้ครองอาณาจักรอ้ายลาวเห็นว่า พระพุทธ
ศาสนามีข้อปฏิบัติเป็นธรรมอันประเสริฐ ประกอบกับ
ชาติไทยแต่เดิมมิได้มีศาสนาเป็นหลักฐาน เห็นสมควรรับ
พระพุทธศาสนาไว้ ทำให้มีคนไทยในหัวเมืองไทย ๗๗
หัวเมือง ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาแบบมหายานเป็น
ครั้งแรก มีจำนวนราษฎรประมาณ ๕๑,๘๕๐ ครอบครัว
อยู่รวมกัน
รุงและแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบพุกาม มาด้วย
พระราชศรัทธาอันแรงกล้า
เมื่ออาณาจักรน่านเจ้า ประมาณ พ.ศ. ๑๒๙๙
ขุนท้าวกวา โอรสขุนบรมแห่งราชอาณาจักรน่านเจ้าได้
มาตั้งอาณาจักรโยนกเชียงแสนในสุวรรณภูมิ กาลเวลา
ผ่านไปคนไทยในอาณาจักรล้านนาได้รับอิทธิพลจาก
อาณาจักรพุกามเข้ามาก็รับพุทธศาสนาแบบพุกาม จน
เจริญแพร่หลายไปทั่วแว่นแคว้นฝ่ายเหนือ กล่าวโดยหลัก
ฐานก็พบเจดีย์ทรงเดียวกันกับเจดีย์ชะเวดากองในพม่า
หลายแห่ง มีฉัตรบนองค์เจดีย์และฉัตร ๔ ทิศ การ
จารึกอักษรพระธรรมก็มีลักษณะคล้ายอักษรของพุกาม
(พม่า) ประเพณีวัฒนธรรม การทำบุญ การแต่งกาย
มกราคม ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org