ข้อความต้นฉบับในหน้า
2
B
สมพุทโธ ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ
วิชชา จรณสมฺปนฺโน บรรลุวิชชา ๓
วิชชา ๘ จรณะ ๑๕ สุคโต ดำเนิน
งามตามอริยมรรคทั้ง ๔ โลกวิทู รู้
แจ้งโลก อนุตตโร หาผู้ใดผู้หนึ่ง
เสมอถึงมิได้ ปุริสทมุมสารถ สตฺถา
เทวมนุสสาน เป็นศาสดาสั่งสอน
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พุทโธ
เป็นผู้ตื่นแล้ว ภควา เป็นผู้จำแนก
ธรรมแก่สัตว์ทั้งปวง นี่เป็นพระคุณ
โดยย่อ
ความปรารถนาไม่ขัดข้อง ปจจตต์
เวทิตพฺโพ วิญญูหีติ รู้ได้เฉพาะตน
นี่เป็นเนมิตกนาม เป็นพระคุณ
ของพระธรรม
สุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดี อุชุ
ปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ญาย
ปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติออกจากภพ
สามีจิปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง
รุดหน้าฝ่ายเดียว ไม่ถอยหลัง สามี
จิปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ
พระพุทธศาสนามีแกนอยู่เท่านี้ไม่มีอื่นกว่านี้
อื่นกว่านี้จะเลอะเทอะ ใช้ไม่ได้ ถ้าได้ตัวจริง
อย่างนี้แล้ว จะเป็นหญิงเป็นชาย เป็นภิกษุ
* สามเณรไม่ว่ามีฤทธิ์มีเดชเป็นมหัศจรรย์นัก
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค
เจ้า เป็นผู้ปฏิบัติชอบ จัตตาริ ปุริส-
ยุคานิ จัดเป็นคู่สี่ อฏฺฐ ปุริสบุคคล
จัดคู่แห่งบุรุษได้ ๘ อาหุเนยโย เป็น
ผู้ควรแก่ของคำนับ ปาหุเนยโย เป็น
ผู้ควรแก่การต้อนรับ ทุกขิเณยโย
เป็นผู้ควรแก่ทักษิณาทาน อันบุคคล
สวากขาโต ภควตา ธัมโม
พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
แสดงดีแล้ว อันพระผู้มีพระภาค
เจ้ารับสั่งดีแล้ว สนทิฏฐิโก ใครได้
ใครถึง ใครปฏิบัติก็ได้ด้วยตนเอง
อกาลิโก เป็นของไม่มีกาลเวลา เอ-
หิปสฺสิโก เรียกบุคคลอื่นให้เข้าดูก็ได้ ผู้ต้องการกุศลในโลก น้อมนำมา
อย่างวิชชาที่ปฏิบัติกันที่วัดปากน้ำนี้ ถวาย อัญชลีกรณีโย เป็นผู้ควรทำ
เรียกบุคคลให้เข้ามาดูก็ได้ ให้เรียก อัญชลีกรรมนบนอบกราบไหว้ อนุต
คนเข้าดูก็ได้ แสดงได้หลายประการ ตร์ ปุญญักเขตต์ โลกสฺส เป็นเขต
โอปนยิโก เป็นของน้อมใส่ใจได้ตาม บุญของโลก ไม่มีเขตอื่นยิ่งขึ้นไป
กว่านี้ ดังนี้เป็นเนมิตกนาม เป็น
คุณของพระสงฆ์ อุปปมาโณ สังโฆ
พระสงฆ์ทรงพระคุณไม่มีประมาณ
พระพุทธ พระธรรม พระ
สงฆ์นี้ บุคคลที่เข้าถึงแล้ว ถึงพระ
พุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถึงพระ
พุทธเจ้า ก็คือตัวธรรมกาย ถึง
ธรรมกายก็เหมือนถึงพระพุทธเจ้า
ถึงธรรมกายได้ธรรมกาย ไปกับ
ธรรมกายได้ ไปนรก ไปสวรรค์ ไป
นิพพานได้ ผู้เข้าถึงไตรสรณคมน์ถึง
พุทธรัตนะเช่นนี้ละก็จะรู้จักคุณพุทธ
รัตนะว่า ให้ความสุขแก่ตัวแค่ไหน
บุคคลผู้ใดเข้าถึงแล้วก็ปลาบปลื้มเอิบ
อิ่มตื้นเต็ม สบายอกสบายใจ เพราะ
พุทธรัตนะบันดาลสุขให้แล้วส่งความ
สุขให้แล้ว ถึงว่าจะให้ความสุขสัก
เท่าไร มากน้อยเท่าไรตามความ
ปรารถนา สุขกายสบายใจ เรามี
อายุยืนเจริญหนักเข้า มีอายุยืน ทำ
หนักเข้า ทำชำนาญหนักเข้า ใน
พุทธรัตนะมีคุณอเนก เวลาเจ็บก็ไม่
อาดูรเดือดร้อนไปตามกาย เวลาจะ
ตาย ก็นั่งยิ้มสบายอกสบายใจ เห็น
แล้วว่าละจากกายนี้ มันจะไปอยู่โน้น
เห็นที่อยู่ มีความปรารถนา นี่คุณ
ของพุทธรัตนะ พรรณนาไม่ไหว
นี้เรียกว่าคุณพระพุทธเจ้า คือ ธรรม
กาย
คุณของพระธรรม คือธรรม
รัตนะ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย
นั่นอเนกอนันต์ทีเดียว เข้าอยู่ใน
กลางดวงนี้แล้วละก็ สุขก็ต้องอยู่
๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร