ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปูชนียะ
หมายก็เป็นอันเดียวกัน ซึ่งสามารถ
วิเคราะห์ความหมายได้ว่า ปูชน์ อร
หนุติ ปูชาย อนุจฉริกา โหนติ ปูช
เนย แปลได้ว่า ชนเหล่าใด ย่อมควร
ซึ่งการบูชาคือเหมาะแก่การบูชา เหตุ
นั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่า ผู้ควรแก่การ
บูชา
ว่า ปูชนียะ เป็นศัพท์ที่
การบูชานี้เป็นอุบายอย่างหนึ่ง
ที่ฝึกใจของผู้ที่มีความกระด้าง ไม่
ฉงดีจาก
ws: lasugn
โดย แก้วปริยัติ
๗๐ ธันวาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
คา
ใช้สำหรับนำหน้าบุคคล สามารถจะรับคุณความดีของผู้อื่นได้
หรือสถานที่เช่น บุคคล ให้อ่อนลง เพื่อจะได้รองรับคุณความดี
ผู้ที่มีพระคุณต่อส่วนรวม ของผู้อื่นได้ ต้นไม้เมื่อยังเป็นต้นกล้า
มากมาย เป็นคนดี มี อยู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีไม้ค้ำเป็น
คุณธรรม ผู้นั้นก็จะได้รับยกย่องว่า
เป็น ปูชนียบุคคล ส่วนในเรื่องสถานที่
นั้น หากสถานที่ใดมีความสำคัญกับ
บุคคล สำคัญอย่างเช่น โบถส์ วิหาร
พระเจดีย์อันเป็นสถานที่ประทับของ
องค์พุทธปฏิมากรหรือบรรจุสิ่งที่สำคัญ
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สถานที่
เหล่านี้ก็จะได้ชื่อว่า ปูชนียสถาน
ปูชนียะ แปลว่า ควรบูชา ควร
เชิดชู ควรยำเกรง ฯลฯ เพราะเดิมที
แล้วคิดว่าปูชนียะนี้มีศัพท์เดิมคือ ปูช
หลัก คอยประคองไว้ป้องกันไม่ให้ล้ม
ไม่ให้รากขาดจนตายก่อนฉันใด ผู้ที่
หวังความเจริญก้าวหน้า ก็จำเป็นอย่าง
ยิ่งที่ต้องบูชาบุคคลที่ควรบูชา เพื่อไว้
เป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิตที่ถูก เป็น
หลักใจ เพื่อป้องกันความเห็นผิดและ
อกุศลกรรมต่างๆ มิให้ย้อนกลับขึ้น
มาอีกครั้งหนึ่งฉันนั้น
นี้เป็นสิ่งที่ดีของการบูชาบุคคลที่
ควรบูชา ซึ่งในความหมายการบูชาที่
แท้จริงนั้นก็คือการค้นคิดเอาคุณธรรม
ตัวของเราเองให้ได้ตามท่าน เพราะ
ธาตุ ในภาษาบาลีที่แปลว่า บูชา เชิดชู ของผู้ที่เรากำลังบูชาอยู่นั้นมาปรับปรุง
ยำเกรง ฯลฯ และอีย ที่แปลว่า ควร
ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือมีอีกคำที่มีความ ว่าเรานั้นก็มองเห็นแล้วว่า ผู้ที่เราบูชา
หมายเหมือนกัน ปูชไนยย หรือปูชเนยย อยู่นี้ ต้องมีความดีแน่นอน เราจึงบูชา
ซึ่งเป็นศัพท์ที่ใช้มากในภาษาบาลี แต่ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เท่ากับเราเตรียมตัวที่
พุทธศาสนิกชนในปัจจุบันเวลาพูดหรือ จะเป็นอย่างท่านบ้างเหมือนกัน พระ
เขียนก็ตามมักจะใช้ คำว่า ปูชนีย สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสรรเสริญไว้ว่า
เป็นส่วนมาก แต่อันที่จริงแล้วความ ปูชาจ ปูชนียานํ เอตตมุม คลมุตตม