ข้อความต้นฉบับในหน้า
หน้าพลับพลากลางป่าแห่งหนึ่ง ร.๕ ทรงประทับยืนอยู่
วัดรวกแล้วเสด็จกลับพลับพลา
๑๐
วันอาทิตย์ที่ ทรงม้าชื่อผยองยาตรฟ้า (คงจะ
ได้แก่ม้าสีน้ำตาลที่เห็นในรูป) ออกจากพลับพลา มีม้าเจ้า
นายมหาดเล็กและทหารมหาดเล็กตามเสด็จกับม้าทหาร
ตำรวจนำหน้า ครั้นมาได้ ๑๙๐ เส้นเศษหรือราว ๗ กิโล
เมตร (๑ เส้น เท่ากับ ๔๐ เมตร) ซึ่งล้วนแต่เต็มไปด้วยต้นไผ่
|
ถึงบ้านบางโขมด เสด็จลงทรงซื้อของที่ราษฎรมานั่งขาย
แล้วเสด็จบ่อโศก หนองคนที่ ประทับร้อน ณ พลับพลาซึ่ง
สร้างไว้ ๑ หลัง กั้นฝาและมุงด้วยใบตาล บันทึกตรงนี้มี
บรรยายเรื่องกระบวนพระประเทียบ (ประเทียบ แปลว่า เทียบ
หรือ พระสนม, เรียก รถ-เรือฝ่ายในว่า รถ-เรือประเทียบ)
ว่าจัดเป็น ๔ กระบวนตามหลังมาเป็นลำดับคือ กระบวนรถ
ฝรั่ง กระบวนวอ กระบวนรถญี่ปุ่น (ผู้เขียนไม่แน่ใจว่ารูป
ช่วงล่าง ตรงที่มีธงช้างปัก ๓ ผืนนั้นเป็นท้ายรถญี่ปุ่นหรือ
อะไรแน่) และกระบวนช้าง แสดงว่าไปกันมากทั้งฝ่ายหน้า
เล่มนี้บันทึกการเสด็จละเอียดอยู่ เริ่มแต่หน้า ๒๐๑ พระ
ราชดำริ และการเตรียมการ จะใช้เรือไฟไปถึงท่าเจ้าสนุก
จะเตรียมช้าง เตรียมพลับพลา และเต็นท์ที่ประทับต่างๆ
ครั้นถึงเดือน ๓ อันเป็นเดือนที่ผู้คนนิยมไปนมัสการ ฝ่ายใน
พระพุทธบาทกัน วันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีมะแม จ.ศ.๑๒๕๕
กระบวนเสด็จเริ่มเคลื่อนออกจากท่าราชวรดิษฐ์
ถึงเขาตก เสด็จลงจากม้าพระที่นั่ง จุดเทียนสังเวย
เทวรูปเขาตก มีการประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ (ราชกิจฯ
ไม่พูดถึงเรื่องร่าง้าว ในขณะที่เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีบันทึก
เรื่องปีเสด็จ ต้องชี้แจงตรงนี้อีก เมื่อตอนต้นพูดว่า
พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตลอด นั่นหมายความยึดการนับแบบโบราณ ว่า ร.๕ ทรงรำข้าวบนคอพระคชธารตามประเพณีโบราณ
ถ้าจะนับอย่างสากล หรืออย่างฝรั่งที่เราคุ้นเคยกันแล้ว ต้อง
เท่ากับวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๘๔ หรือ พ.ศ.๒๔๒๙
เพราะของฝรั่งนั้นพอวันที่ ๑ มกราคม เขาก็ขึ้นปีใหม่แล้ว
ในขณะที่ไทยไปขึ้นปีใหม่เอาราวเดือนเมษายน
ฉะนั้น ใครจะพูดว่าเสด็จ พ.ศ.๒๔๒๖ หรือ ๒๔๒๙
ก็ได้ แล้วแต่ยึดการนับแบบไหน ในที่นี้ ผู้เขียนขอยึดเอา
การนับแบบฝรั่งเป็นหลัก จะได้สอดคล้องกับที่เคยเขียน
เคยนับไปแล้ว
ถ้าเช่นนั้นรูปทรงช้างที่จิตรกรวาดก็คงหมายถึงตอนรำข้าว
ที่ว่า) แล้วเสด็จทรงพระดำเนิน (เดิน) จากเขาตกไปท้าย
พิกุล ซึ่งอยู่ข้างมณฑปพระพุทธบาทมีปะรำ พระสงฆ์มา
คอยถวายพระพรชัยมงคล (เห็นจะได้แก่รูปมุมซ้ายบนที่มี
พระสงฆ์นั่งเป็นแถว) ตามระยะทางจากท่าถึงพระราชวัง
พระพุทธบาทมีราชวัตรไม้ไผ่ปักบอกระยะทางทุก ๕๐ เส้น
หรือทุก ๒ กิโลเมตร
เมื่อถึงพระราชวัง (พระราชวังสมัยกรุงศรีอยุธยาที่
ราชกิจฯ กล่าวว่าเมื่อถึงบางปะอินแล้ว โปรดให้จัด เหลือแต่ซาก) เสด็จประทับในเต็นท์ที่พระองค์เจ้าสาย สนิท
กรมการคอยส่งข่าวทางโทรเลขให้ทราบการทางกรุงเทพฯ วงศ์ เป็นแม่กองทำจนบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จฯขึ้นไปนมัส
ตลอด ภาพท่าเรือล่างสุดจิตรกรตั้งใจจะวาดบางปะอินหรือ การพระพุทธบาททางบันไดนาค พิณพาทย์ประโคมกึกก้อง
ไม่ยังไม่แน่ใจ
วันเสาร์ที่ ๙. เสด็จพระนครหลวงทางแควป่าสัก
ประทับพลับพลาบ้านขวางมีช่อฟ้าใบระกา หลังคาคาดผ้า
แดง เห็นจะได้แก่พลับพลาที่มีม่านทอง และ ร.๕ กำลัง
ทรงม้า (ในรูป) พอบ่าย ๕ โมงเศษก็ทรงม้าพระที่นั่งไป
ตามระยะทางที่จะขึ้นพระบาทแล้วลัดเข้าทุ่ง ทอดพระเนตร
๔๐ ธันวาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
เป็นมโหฬารยิ่งใหญ่ ประทับอยู่จนค่ำแล้วเสด็จฯกลับ
วันจันทร์ที่ ๑๑ เป็นวันมาฆบูชา เช้าทรงบาตรแล้ว
เสด็จออกทรงม้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยกระบวนฝ่ายในไปถ้ำ
ประทุน แล้วทอดพระเนตรบ่อพรานล้างเนื้อและรอยหอก
รอยเข่าของพราน เสด็จฯปากถ้ำระฆัง ถ้ำกินนร มีม้า วอ
อ่านต่อหน้า ๘๒