ข้อความต้นฉบับในหน้า
เอาความคิดต่างๆ มาแทรกบ้าง รักษา
อารมณ์เดิมที่เข้ากลางไม่ได้บ้าง หลวง
พ่อท่านสอนให้ จำอารมณ์ตอนที่ได้
ธรรมะ หรือบางครั้งได้ยินท่านเรียกว่า
“ให้จำรอยเดิม” แม่สังเกตจากตนเอง
ว่า อารมณ์หรือรอยเดิมที่แม่จะนั่งได้ดี
เข้ากลางได้คล่องแคล่วก็คือ อารมณ์
สบายๆ ผ่อนคลาย ไม่เครียด ถึง
ตอนนี้ลูกอาจเถียงว่า “พูดง่ายนี่ แต่
ทำยากนะ” แหม! ลูกเอ๋ย มันก็ต้อง
หัดให้คุ้นเคย ต้องหัดและต้องใช้ความ
อดทนอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่แม่เห็น
องค์พระใหม่ๆ องค์พระท่านขยายใหญ่
ขึ้น ใจแม่แทนที่จะดิ่งเข้าไปในกลาง
กลับไปติดอยู่ขอบๆ องค์พระ ไปเที่ยว
อยู่ขอบๆ องค์พระ ดูพระเนตรบ้าง ดู
เศียรท่านบ้างคือใจจะเกาะติดอยู่ขอบๆ
องค์พระ ไม่เข้าไปในกลาง พอหลับ
ตานั่งใหม่อีก ใจก็ไปติดอยู่ขอบๆ องค์
พระอีก จนวันหนึ่งหลวงพ่อท่านอยู่ๆ
ก็ทักขึ้นมาว่า
“เอ๊ะ! ทำไมใจไปอยู่รอบ ๆ องค์
พระเล่าจ๊ะ เข้ากลางไปสิจ๊ะ!”
อุ้ย! แม่ใจหายวาบเลย หลวง
พ่อรู้ได้ไงนี่? ซึ่งความจริงไม่ต้องสงสัย
หรอกว่าท่านรู้ได้อย่างไร แม่ก็เลยตั้ง
ใจนั่งใหม่แบบสบายๆ โดยมองไปตรง
กลางอย่างเดียว องค์พระท่านจะขยาย
ในการเข้ากลาง ต้องปรับใจใหม่ คือ
ต้องไม่นึกว่ารีบร้อนอยากเห็นองค์พระ
ของตุ๊กตาเป็นอย่างไร สวยแค่ไหน
แต่ตรงกันข้ามกับการเข้ากลาง เวลา
ก็ปล่อยขยายไป เรามองลงไปในกลาง
หรืออยากเห็นชัดๆ จะแบบตาหยาบเห็น
แม่ปล่อยใจปรับใจได้ดีแล้ว ใจจะถูก
อย่างเดียว ความที่ใจยังคุ้นเคยอยู่กับ ทำให้ใจไปติดที่จะไปดูเศียรพระบ้าง ดู
ตาท่านบ้าง ว่าชัดไหม? เป็นอย่างไร?
ดูดเข้าไปในกลางอย่างเร็ว องค์พระจะ
ผุดสวนขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วย และ
การเร่งรีบแข่งกับเวลาในทางโลก ก็
เผลอไปใช้กำลังดันเข้ากลางอีก ถึง เหมือนตาหยาบเราอยากดูของภายนอก ชัดเจนใสสว่างยิ่งกว่าการที่องค์พระผุด
ตอนนี้แม่จะรู้ตัวว่าเรากำลังลุ้น เพราะ
จะรู้สึก “ซื้อ” ทันที จะเข้ากลางไม่ได้
หรือเข้าไปได้แบบหนักๆ เหมือนเป็น
ครกขึ้นภูเขาจริงๆ และไม่มีความสุข
ขึ้นมาทีละองค์อย่างช้าๆ และแม่ไม่
ต้องไปดูรายละเอียดทีละส่วนขององค์
ให้ละเอียด เราต้องหยิบมาดูใกล้ๆ ดู
ทีละส่วนๆ เช่นหนูหยิบตุ๊กตามาดูใกล้ๆ
ดูตาบ้าง ดูจมูก ดูคิ้ว ของตุ๊กตาตัวนั้น พระอย่างที่เคยไปติดอยู่อย่างแต่ก่อน
เพื่อจะดูให้ละเอียดว่า ส่วนประกอบ
รายละเอียดของท่านจะชัดเจนยิ่งกว่า
กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๙ ๒๓