การทำใจให้นิ่ง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 12 หน้า 34
หน้าที่ 34 / 128

สรุปเนื้อหา

ธรรมะไม่ใช่สิ่งที่อาศัย “แรง” หรือ “กำลัง” เลยล่ะ แต่เป็น สิ่งที่อาศัย “ความเบาสบาย” ของใจ จะยิ่ง “ยาก” ขึ้นไปอีก สนุก เพราะวิ่งอยู่คนเดียว ไม่มีคนไล่ แม่มาค้นพบวิธีทำใจให้นิ่งเร็วๆ จับ วิ่งจนเหนื่อย ใจคงอยากพักเพราะ ได้ก็ตรงนี้แหละ ตรงที่แม่เหนื่อยจน อยากพัก แม่คิดว่า เอาหละ! อยาก คิดอยากฟังอะไรก็เชิญ ฉันจะหลับตา พักแล้ว แม่ก็ปล่อย “ใจ” ไว้เฉยๆ “ใจ” อยากคิดเรื่องอะไรก็ปล่อย “ใจ” คิดไป เรามีหน้าที่ “ดู” เฉยๆ พอทำ ตัวว่า “พักผ่อน” ก่อนนะ ปรากฏว่า “ใจ” ยังไม่หยุดเดี๋ยวนั้นหรอก ยังคง “ฟัง” อยู่สักพัก พอแม่ไม่ได้ไปต่อต้าน อะไร เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาใน ใจก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง จนหมดเรื่อง คือใจเขาหยุดเอง เขาเหนื่อยเป็น เหมือนกัน เหมือนเขาวิ่งหนีเราโดยที่ เราไม่ได้ไปไล่จับเขา ใจเขาก็เลยหมด ๒๒ ธัน

หัวข้อประเด็น

- การทำใจให้นิ่ง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 ธรรมะไม่ใช่สิ่งที่อาศัย “แรง” หรือ “กำลัง” เลยล่ะ แต่เป็น สิ่งที่อาศัย “ความเบาสบาย” ของใจ จะยิ่ง “ยาก” ขึ้นไปอีก สนุก เพราะวิ่งอยู่คนเดียว ไม่มีคนไล่ แม่มาค้นพบวิธีทำใจให้นิ่งเร็วๆ จับ วิ่งจนเหนื่อย ใจคงอยากพักเพราะ ได้ก็ตรงนี้แหละ ตรงที่แม่เหนื่อยจน อยากพัก แม่คิดว่า เอาหละ! อยาก คิดอยากฟังอะไรก็เชิญ ฉันจะหลับตา พักแล้ว แม่ก็ปล่อย “ใจ” ไว้เฉยๆ “ใจ” อยากคิดเรื่องอะไรก็ปล่อย “ใจ” คิดไป เรามีหน้าที่ “ดู” เฉยๆ พอทำ ตัวว่า “พักผ่อน” ก่อนนะ ปรากฏว่า “ใจ” ยังไม่หยุดเดี๋ยวนั้นหรอก ยังคง “ฟัง” อยู่สักพัก พอแม่ไม่ได้ไปต่อต้าน อะไร เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาใน ใจก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง จนหมดเรื่อง คือใจเขาหยุดเอง เขาเหนื่อยเป็น เหมือนกัน เหมือนเขาวิ่งหนีเราโดยที่ เราไม่ได้ไปไล่จับเขา ใจเขาก็เลยหมด ๒๒ ธันวาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร วิ่งจนเหนื่อยเลยหยุดนิ่งไปเองนี่แหละ แม่ค้นพบวิธี “หยุด” ของแม่แบบนี้ คนอื่นจะมีวิธีไหนก็ไม่ทราบนะจ๊ะ แต่ แม่ “นิ่ง” ได้ตรงที่ปล่อยใจเป็นอิสระ ดูใจเฉยๆ ปล่อยเขาคิดไปเรื่อยๆ แม่ เป็นฝ่ายนั่งดูใจเอง ไม่ให้ใจมาหลอก ให้ตัวเราเองไป “วิ่งไล่จับ” เขา แม่ คิดว่าเป็นช่วงที่แม่พักใจหรือพักผ่อน เราสบายเราไม่ซีเรียส ใจเราจะนิ่งตอน เรา “ปล่อย” เรา “พักผ่อน” ทำใจ สบายๆ นี่เองแหละ ธรรมะไม่ใช่สิ่งที่ อาศัย “แรง” หรือ “กำลัง” เลยล่ะ แต่เป็นสิ่งที่อาศัย “ความเบาสบาย” ของใจ แม่มานั่งนึกดูก็เข้ากฏเดิม คือ “หยุด นิ่ง เฉย” ของหลวงพ่อนั่น แหละนะจ๊ะ ลงมาจากดอยครั้งนั้น แม่ก็พา เอาความสุขความเบาสบายของการนั่ง สมาธิคราวนั้นลงมาด้วย ความสว่าง ยังคงติดอยู่ตรงศูนย์กลางกายทั้งหลับ ตาและลืมตา บางครั้งก็เห็นองค์พระ อยู่ในกลางดวงด้วย แต่ยังไม่มั่นคง คงเป็นเพราะแม่มานั่งเถียงกับตัวเองอยู่ ว่า “เอ? ทำไมไม่เห็นตัวเองนั่งอยู่ตรง กลางเหมือนตอนนั่งอยู่บนดอยนะ?” เอาละสิ! กลายเป็นคนขี้สงสัยซะแล้ว นี่เองละมั้งที่ทำให้องค์พระที่เห็นยังไม่ มั่นคง พอได้มีโอกาสกราบเรียนถาม หลวงพ่อเท่านั้นแหละ ก็ต้องกลับมา หยิกตัวเอง “ลืมอีกแล้ว” หลวงพ่อบอก ให้มองเห็นอะไรก็ให้ทำใจเฉยๆ มองไป เรื่อยๆ จะเปลี่ยนเป็นอย่างไรก็ให้มอง ไปเรื่อยๆ อย่าไปสงสัยเอ๊ะอะอะไร ให้ใจเรา “หยุด” อย่างเดียว หยุดมอง เท่านั้น แม่ต้องปรับใจตนเองให้นิ่ง พอ นิ่งเท่านั้นแหละ องค์พระที่เห็นก็ผุด ขึ้นมาทีละองค์ ตอนแรกๆ ก็ช้าๆ ก่อน แล้วจึงขึ้นมาหลายๆ องค์ ซ้อน ผุดขึ้นมาจนเป็นสาย ลูกคงแปลกใจ นะว่า แม่เห็นองค์พระง่ายจังเลย เปล่า หรอกลูก! เห็นองค์พระน่ะง่าย แต่ รักษาให้มั่นคงน่ะ ยากกว่านะ แม่ต้อง หัดปรับใจให้เข้ากลางไปอย่างราบรื่นอยู่ นานทีเดียว ใหม่ ๆ การเห็นองค์พระ จะเห็นช้า กว่าจะขึ้นมาทีละองค์ ก็ดู เหมือนท่านไม่ค่อยอยากขึ้นเลย ความ จริงองค์พระท่านก็อยู่ของท่านอย่างนั้น อยู่แล้ว แต่ใจเราเองนั่นแหละที่ดื้อไม่ เข้าไปในกลางเอง ใจมันจะซัดส่าย ออกนอกเส้นทางสายกลางบ่อยๆ โดย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More