ข้อความต้นฉบับในหน้า
สาวนั้น พอตกเย็นราวๆ ทุ่มหนึ่ง จะ
มีเด็กสาวๆ ลูกจ้างของบ้านต่างๆ ราว
๕-๖ คน มานั่งรับประทานอาหารเย็น
ร่วมกันที่ถนนตรงหน้าบ้านที่ป้าพัก
เพราะมีไฟฟ้าสว่าง และเป็นซอยตัน
ไม่มีรถวิ่งผ่าน พวกเขากินกันไปก็คุย
กันไป บางครั้งป่าก็ออกไปเดินออก
กำลังกาย และก็ฟังพวกเขาคุยกัน ถ้า
เห็นคุยไร้สาระก็จะปรามว่า “อ้าว เป็น
ขี้เมาตั้งวงกินเหล้าคุยกันมากี่ชาติแล้ว
ยังไม่เบื่อพูดเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งอีก
ถ้าคุยเรื่องสัพเพเหระไม่เป็น
เหรอ
ประโยชน์ มันจะเป็นการฝึกใจให้เคย
ชินกับการเพ้อเจ้อนะ”
เด็กสาวเหล่านั้นทุกคนเคารพป้า
ถ้าเขาเห็นว่าสอนพวกเขาได้ดี ก็จะ
ทำตาม แต่นี่ป้าห้ามพวกเขาคุยเรื่อย อาจจะรำคาญคำพูดของป้าที่ว่า “ชาติก่อนๆ ตั้งวงกินเหล้าเมา
เปื่อยเฮฮา เขาไม่เข้าใจ คนหนึ่งถาม
รึไง”
หย่าเปมาด้วยกันไม่รู้กี่ชาติแล้ว ยังไม่รู้จักเบื่อ ไม่รู้จักพออีกเหรอ
ขึ้นว่า “ที่ป้าว่าคุยเพ้อเจ้อไม่เป็นเรื่องน่ะ ชาตินี้กินไม่ได้ ได้เห็นขวดเหล้าก็ยังคิดถึง เอามาใส่น้ำกินก็ชื่นใจ
มันสนุกดีออก ป้าว่ามันมีโทษยังไงคะ”
ป้าก็อธิบายว่า “พูดเพ้อเจ้อ ทำ
เป็นนิสัยมากเข้าๆ มันก็ขาดสติ อยู่
เฉยไม่ได้ เห็นหน้าใครมันก็อยากจะพูด
พูด พูด ไม่มีคนให้พูดก็พูดกะแมวกะ
หมา ไม่มีแมวมีหมา ก็พูดกะดินฟ้า
อากาศ ในที่สุดอยู่ตามลำพัง มันก็
ต้องพูด พูดคนเดียวทั้งวัน อยากเป็น
ยังงั้นเหรอ”
การที่ได้อยู่ใกล้ป่า พวกเขาได้ประโยชน์ไปด้วยไม่น้อย เพราะ
มีป้าช่วยสอน ในขณะเดียวกันพวกเขาก็สอนป้า วันหนึ่งพวกเขา
เหมือนปรารภกับป้าว่า
ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน เพราะมี
ตัวอย่างจริง เป็นหญิงสูงอายุ อยู่ด้าน
หลังหมู่บ้านพวกเขาพูดกับหมาบ้าง พูด
คนเดียวบ้างทั้งวัน เลยอดขำกันไม่ได้
พอนึกตัวอย่างออกอย่างนั้น ก็ไม่มี
ใครอยากเป็น พวกเขาจึงคุยกันไม่มาก
เหมือนเดิมและก็พลอยเลิกเอาขวด
“ป้าคะ พวกหนูมาคิดถึงชีวิตของตัวเองแต่ละคนแล้ว มัน
รู้สึกเซ็งจังค่ะ มันเบื่อจังเลย”
“อ้าว อยากมีแฟนรึไง” ป้าก็พูดแซวชวนขำไปเสีย แต่เด็ก
สาวเหล่านั้นไม่ขำขันตาม เขาพูดเป็นงานเป็นการว่า
๗
“อยู่คนเดียวสบายกว่าป้า ดูซิพวกลูกจ้างที่ออกจากหมู่บ้าน
เราทั้ง ๓ คนน่ะค่ะ ไปมีแฟนมีลูกกัน ไม่เห็นใครมีความสุขซักคน
เดียว กลับมายืมเงินพวกเราแทบทุกคนเลย..... ล้วนแต่จนกรอบ
รูปร่างหน้าตาก็โทรมสุด...สุดทั้งนั้น พวกหนูเลิกคิดกันแล้วเรื่องแฟนนี่
เราคนชั้นต่ำ ความรู้ไม่มี สมบัติไม่มี คนดีๆ เขาไม่มองเรารอก....
ไอ้ที่มอง มันก็หวังมาเกาะเรา ไถเรา ทั้งนั้น เพราะมันแย่กว่าเรา”
“แล้วเซ็งชีวิตเรื่องอะไรล่ะ” ป้าถามใหม่นึกไม่ถึงเขาจะตอบว่า
“ป้าคิดดู ชีวิตไม่น่าเบื่อยังไง ตื่นเช้าตีสี่ ตีห้า ตื่นลุกขึ้นมา
เหล้าที่ยังมีกลิ่นเหล้าติดขวดใส่น้ำมาดื่ม ทำงานบ้าน หุงข้าว ทำกับข้าว ถูบ้าน ซักผ้า กว่าจะเสร็จร่วม
เปลี่ยนเป็นเอาขวดพลาสติกมาแทน ครึ่งวัน แล้วก็ไปตลาด กลับมาผ้าแห้งก็รีดผ้า เสร็จแล้วทำกับข้าว
กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๓ ๘๕