ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก
าพตอนที่ ๑๓ วาดต่อจากผนังชักพระพุทธอังคีรส
ใช้เนื้อที่มากพอสมควร ผนังเหนือหน้าต่างวาดเป็น
มณฑปพระพุทธบาทกลางป่าเขา มีพลับพลารับเสด็จปลูก
เป็นระยะๆ หน้าพลับพลาหลังหนึ่งเห็น ร.๕ ประทับยืนอยู่
มีคนเข้าเฝ้าฯหมอบและยืนอยู่หลายคน คนหนึ่งถือม้าเอาไว้
ถัดลงมาวาต ร.๕ ขณะประทับบนพระคชาธารน่า
หน้ากองทหาร ที่กล่าวว่าเป็น ร.๕ ก็โดยอนุมานจากพระ
เศวตฉัตรอันเป็นเครื่องแสดงพระเกียรติยศอย่างหนึ่ง มีเรือ
กลไฟชักธงช้าง
จากนี้เป็นภาพวาดตรงช่องระหว่างหน้าต่างหรือภาพ
ช่วงล่าง จุดเด่นของภาพอยู่ที่ท่าเรือ กับพลับพลาที่มีม่าน
ทอง หน้าพลับพลาหลังนั้นเราจะเห็น ร.๕ กำลังทรงม้าตัว
สีน้ำตาล ด้านหน้า และด้านข้างเป็นทหารม้านำเสด็จกับ
กองทหารจำนวนหนึ่ง
ทั้งหมด ทางวัดบรรยายว่าเป็นตอน “ตรวจราชการ”
ตามหัวเมืองต่างๆ ในพระราชอาณาจักร และการเสด็จ
ตามสถานที่สำคัญ เช่น พระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี, เขาวัง
จังหวัดเพชรบุรี และบ่อน้ำร้อน ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
นอกจากนั้นยังบอกว่าภาพลบเลือนไปบ้างเพราะถูกน้ำรั่วรด
(เมื่อผู้เขียนไปชมใน พ.ศ. ๒๕๓๖ กรมศิลปากรเพิ่งอนุรักษ์
ภาพที่เหลือเสร็จพอดี ว่าที่จริงแล้ว ภาพตอนนี้ยังไม่เสีย
หายมากนัก ไม่เหมือนตอนสุดท้ายกับตอนที่
ที่ภาพ
แหว่งหายไปทั้งมุม อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังไม่สามารถหา
รายละเอียดของการอนุรักษ์ หรือหาภาพฝาผนังชุดสมบูรณ์
ที่สุดมาศึกษาให้แน่ชัดได้)
G
(เจิม แสงชูโต) ที่เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเขียนเอง เป็น
หนังสือน่าอ่านมาก ถ้าจะหาอ่านง่าย ๆ ก็ต้องซื้อฉบับของ
องค์การค้าคุรุสภาจัดพิมพ์ มี ๔ เล่มจบ เล่มละ ๑๔ บาท
เท่านั้น เฉพาะเรื่องเสด็จพระพุทธบาท ขอให้ดูในเล่ม
ปกรณ์ ๒๓ หน้า ๒๒๑ เป็นต้นไป เป็นตอนที่ว่าด้วยเรื่อง
เสด็จพระพุทธบาทปีนั้นโดยตรง แต่ยังงั้นเมื่อเทียบกับ
หลักฐานในราชกิจรายวันที่ผู้เขียนจะนำมาอ้างต่อไป
ระหว่างคำบรรยายของทางวัดกับค่าบรรยายของอา
จารย์จุลทัศน์ เราจะเชื่อใคร พิจารณาจากรูปแล้ว ผู้เขียน
เห็นว่า อาจารย์จุลทัศน์จะอ่านภาพได้ตรงกว่าคือเป็นเรื่อง
เสด็จพระพุทธบาทเรื่องเดียว
ที่ทางวัดบรรยายว่าเสด็จพระพุทธบาทด้วย เขาวัง
ด้วย บ่อน้ำร้อนด้วย เห็นจะพลาดพลั้งไป เพราะในรูปไม่มี
เขาวังเมืองเพชร และบรรยากาศชายทะเลเลย บ่อน้ำที่ว่า
บ่อน้ำร้อนศรีราชา น่าจะเป็นบ่อพรานล้างเนื้อ ใกล้มณฑป
พระพุทธบาทมากกว่า ฉะนั้น ภาพตอนนี้ผู้เขียนจึงเห็นว่า
อาจารย์จุลทัศน์อ่านภาพได้น่าเชื่อกว่า
ปัญหาคงมีบ้างก็แต่เรื่องปีที่เสด็จ ทำไมจึงกล้าระบุ
ลงไปทันทีว่าเป็นการเสด็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ อาจารย์จุลทัศน์
มิได้ให้เหตุผล ร.๕ เสด็จประพาสพระพุทธบาทกี่ครั้ง
แต่ละครั้งแตกต่างกันอย่างไร เด่นอย่างไร ก็ยังไม่มีใคร
รวบรวม ถ้าอย่างนั้นเราจะเชื่อได้อย่างไรว่านี่เป็นการเสด็จ
เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖
ถามว่าผู้เขียนมีปีอื่นมาเสนอบ้างหรือไม่ ตอบว่า ไม่
มี ถ้าอย่างนั้นถามว่าปี ๒๕๒๖ ล่ะเป็นอย่างไร
ทางอาจารย์จุลทัศน์บรรยายรูปนี้ต่างออกไปว่า เป็น เมื่อตรวจสอบหนังสือต่าง ๆ แล้วเห็นว่า เป็นไปได้
ตอนเสด็จพระราชดำเนินประพาสพระพุทธบาท เมื่อปีมะแม เพราะบันทึกการเสด็จครั้งนั้นดูใหญ่โตมีกระบวนม้า กระบวน
จ.ศ.๑๒๔๕ พ.ศ.๒๕๒๖ ออกจากกรุงเทพมหานครโดยเรือ
พระทิง
รถ กระบวนทหารนำและตามเสด็จมากมาย ดูสอดคล้อง
ะที่นั่งเวลากรี แวะประทับแรมที่บางปะอิน แล้วลงเรือ กับภาพที่จิตรกรวาดพอสมควร (บันทึกการเสด็จครั้งอื่นๆ
พระที่นั่งปิกนิกเหลืองไปท่าเจ้าสนุกแล้วเสด็จทางสถลมารค ยังมีน้อยและไม่พบหลักฐานที่เข้ากันได้นัก
ผ่านศาลเจ้าเขาตก ทรงรำข้าวบนคอพระคชาธารเพื่อ
หนังสือที่บันทึกการเสด็จประพาสครั้งนั้น
เคารพเจ้าตามประเพณีโบราณ แล้วเสด็จพระราชดำเนิน จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาคที่ ๑๖
ต่อไปจนถึงบริเวณพระพุทธบาท ประพาสลำธารโศก และ
ศิลาดาด....
คำบรรยายของอาจารย์จุลทัศน์เอาแนวทางมาจาก
ได้แก่
ประวัติการ
เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เล่ม ๑ และหนังสือพิมพ์จดหมาย
เหตุสยามไสมย ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑๕-๑๕
เริ่มแรก ดูจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาคที่ ๑๖
ตำราไหน ลองตรวจจากหนังสืออ้างอิง สรุปได้ว่าเอามาจาก ฉบับงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาอภัยราชาฯ (ม.ร.ว.
หนังสือ “ประวัติการของจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี” ลพ สุทัศน์) ซึ่งขอเรียกย่อ ๆ ง่าย ๆ ว่า ราชกิจฯ หนังสือ
๑
กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๗ ๘๔