ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผมไม่อยากให้คิดเรื่องประชาสัมพันธ์
เป็นเรื่องใหญ่จนลืมงานหลัก การประชา
สัมพันธ์มีส่วนหนึ่งหรือนิดหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ขอให้เน้นเรื่องงานหลักให้ดี เพราะถ้าเน้น
เรื่องประชาสัมพันธ์มาก ๆ งานไม่ดีก็ไม่มี
ประโยชน์...”
แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดีกว่า
การปราบปราม
“ส่วนในเรื่องการปราบปราม ใจผมเอง
ไม่ยึดติดในเรื่องปราบปราม เพราะการปราบ
ปรามเป็นเรื่องปลายเหตุ เหตุมันเกิดแล้วจึงไป
ปราบ การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุ แก้
ปัญหาต้นเหตุเรียบร้อย ปลายเหตุก็หมดกัน
ต้นเหตุที่สำคัญที่สุดคือ คนกับระบบงาน ตอนนี้
มีความคิดเกิดขึ้นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งบอกว่า ถ้าคนดีคนจะสร้าง
ระบบดี งานก็ดี
ฝ่ายที่สองบอกว่า แม้คนไม่ดี แต่ถ้า
ระบบดี งานก็จะดี
สองอย่างนี้ผมพิสูจน์แล้ว ผมเชื่อฝ่าย
แรก คือถ้าคนดีคนก็จะสร้างระบบที่ดี งาน
ก็จะดี แต่ถ้าคนไม่ดี ระบบดี ไม่มีทางที่จะ
ทำงานให้ดีได้ เพราะคนเป็นตัวทำลาย
ระบบ และคนก็สามารถสร้างระบบได้
เพราะฉะนั้น ระบบไม่สำคัญเท่าคน ความ
สำคัญของคนต้องมาก่อน ผมจึงเน้นใน
เรื่องคนเป็นหลัก
ถ้าดูตั้งแต่เป้าหมายของชาติในแผน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน
ได้เน้นให้พัฒนาคน จะเห็นว่าการพัฒนาตัว
บุคคลนั้น สอดคล้องกับแผนของชาติ แผนชาติ
เน้นเรื่องคน ปรัชญาในการพัฒนาประเทศชาติ
ต้องเตรียมประชาชนให้มีความเรียบร้อย
เสียก่อน ตัวเองก็คือตัวเรา คือตัวข้าราชการ
เพราะข้าราชการเป็นมือไม้ของรัฐในการ
พัฒนาประชาชน เมื่อพัฒนาข้าราชการ
ให้มีความพร้อมในเรื่องของจิตใจแล้ว
ข้าราชการก็จะไปพัฒนาประชาชนให้มี
๓๖ กัลยาณมิตร
ความพร้อมที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป
กระทรวงทบวงกรม เวลากำหนดแผนงาน
ต่าง ๆ จะต้องให้สอดคล้องกับแผนของชาติ
ชาติต้องพัฒนาคนโดยเน้นพัฒนาข้าราช
การให้เป็นตัวอย่างของประชาชนในด้าน
คุณธรรม จริยธรรม...
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่เน้นเรื่องการ
ปราบปราม แต่ผมพยายามที่จะพัฒนาตำรวจ
ของผมให้มีคุณธรรมในการตัดสินใจแก้ไข
ปัญหา การปราบปรามต่าง ๆ ผลงานจึงจะ
ออกมาดี...”
สังคมจะสงบสุขได้อย่าง
ไร...
“การที่สังคมจะสุขสงบได้นั้น สังคมต้อง
มีความพร้อมในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข
สุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนความ
สงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและ
ทรัพย์สิน ฯลฯ คือต้องพร้อมทุก ๆ ด้านไม่ใช่ว่า
มีความปลอดภัยอย่างเดียว จะสงบสุขได้
อย่างไรในเมื่อยังมีความยากจนอยู่ เจ็บป่วย
ไม่มีโรงพยาบาลรักษา ไม่มีหมอดูแล เพราะ
ฉะนั้นถ้าจะให้ประชาชนอยู่ด้วยความสงบสุข
ก็ต้องพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทุกด้านนี้จะทำ
อย่างไร ก็ต้องสร้างคนให้มีความพร้อม
ถ้าคนได้รับการสร้างสรรค์ให้เป็นคนที่มีคุณ
ธรรม มีความรักความเมตตา เห็นประโยชน์
ของบ้านเมือง หรือเห็นทุกข์ของเพื่อนบ้าน
เป็นภาระที่จะต้องช่วยกันแก้ไข ก็จะทำให้
สังคมสงบสุขได้ ปัจจุบันนี้จะเห็นว่าสังคม
เจริญทางด้านวัตถุมาก กิเลสก็มากตาม ต่าง
แย่งยื้อกันตั้งแต่เกิดแล้ว ถ้ามีเงินก็ไปโรง
พยาบาลที่ดีหน่อย ไม่มีเงินก็ไปโรงพยาบาล
ของรัฐ ซึ่งถ้ารัฐสามารถบริการได้เพียงพอ
ประชาชนก็จะมีความสุข แต่ในปัจจุบันคนจน
มีมากการดูแลก็คงจะไม่ทั่วถึง บางทีโรง
พยาบาลก็มีเตียงไม่พอ จะเห็นว่าเริ่มตั้งแต่เกิด
ยังไม่เรียบร้อย พอโตขึ้นมาก็แย่งกันเข้าโรงเรียน
อีก นี่ก็เป็นค่านิยมอีกอย่างหนึ่งอยากจะเข้า
โรงเรียนที่มีชื่อเสียง เพราะโรงเรียนนี้พวกผู้ดี
เขาเข้ากัน ต่างก็ยื้อแย่งกลายเป็นปัญหาของ
สังคม การกระจายครูอาจารย์ที่มีคุณวุฒิ
มีความรู้ ความสามารถ ก็ทำได้ในขอบเขต
จำกัด ปัญหาต่าง ๆ จะตามมาเรื่อย ๆ พอ
เรียนจบแล้วก็ต้องหางานทำ ยุ่งกันอีก เพราะ
ปริมาณงานไม่พอกับตำแหน่ง จึงต้องมีเส้น
มีสาย มีโน่นมีนี่ ฉะนั้นสังคมจึงยังคงเหลื่อม
ล้ำ บางครอบครัวมีกันห้าคนไม่มีงานทำเลย
ในขณะที่หลาย ๆ ครอบครัวทำกันทุกคน
เมื่อไม่มีโอกาสทางด้านการศึกษา ทุกอย่าง
จึงด้อยโอกาสไปหมด.....
เมื่อคนส่วนใหญ่ของสังคมยังยากจนอยู่
การพัฒนาประชาชนจึงต้องพัฒนาคนส่วนใหญ่
มีนาคม ๒๔๓๒
Kalyanamitra.org