ข้อความต้นฉบับในหน้า
คัดเลือกพระภิกษุไป ๘ รูป และมีสมณทูตลังกา
เข้ามาประเทศไทย ๑ รูป กับศิษย์ ๑ ท่าน นับว่า
การสัมพันธไมตรีในด้านพระพุทธศาสนาระหว่าง
ไทยกับลังกาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก พร้อมทั้งยืม
พระไตรปิฎกฉบับใหม่ของลังกาทวีปเข้ามาแปล
ต่ออีก ๓๐ คัมภีร์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์
ที่
๗
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา
นุชิตชิโนรส นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรก
ที่เป็นพระราชวงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า
วาสุกรี เป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ ๒๘ ใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
กับเจ้าจอมมารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาร) เป็นที่น่า
อัศจรรย์ว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ
ปรมานุชิตชิโนรส ทรงถือเพศบรรพชิต ตลอด
พระชนมายุ แต่กลับทรงรอบรู้อย่างแตกฉาน
ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังจะเห็นได้จากพระ
นิพนธ์ต่าง ๆ เช่น ลิลิตพระลอ สมุทรโฆษคำฉันท์
กลอนเพลงยาวเจ้าพระ เป็นต้น แสดงว่าระหว่างที่
ทรงผนวชทรงศึกษาอย่างรู้แจ้งเห็นจริง เข้าถึง
กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของชีวิต พระนิพนธ์แต่ละเรื่อง
จึงงดงามหมดจด ถือเป็นวรรณคดีและวรรณกรรม
สมบัติของชาติที่จะตกทอดเป็นมรดกถึงอนุชน
รุ่นหลังตราบมาจนทุกวันนี้
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง
เคารพนับถือมาก จึงโปรดให้ตั้งพระราชพิธี
มหาสมณุตมาภิเษกที่วัดพระเชตุพนฯ เฉลิมพระนาม
เป็นกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคต
ขัตติยวงศ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๓๙๔
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเป็นกวีเอก
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงพระนิพนธ์ทั้งร้อยแก้ว
มีนาคม ๒๕๓๒
ร้อยกรองต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานรวม ๑๕ เรื่อง แต่ละ
เรื่องถือได้ว่าเป็นเพชรแห่งวงการวรรณกรรม
แม้จะทรงสิ้นพระชนม์แล้ว ตำหนักที่ประทับ
ที่วัดพระเชตุพนฯ คือตำหนักวาสุกรีได้ใช้เป็นที่เก็บ
พระอัฐิ มีประเพณีสืบมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนิน มาตำหนักวาสุกรี
ปีละหนึ่งครั้ง (ตรงกับแรม ๑ ค่ำเดือน ๘) เพื่อถวาย
พระราชสักการะพุ่มเทียน พระอัฐิเข้าพรรษาแด่
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งฐานานุกรม ของ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ได้เป็นพิเศษคือ ตำแหน่งพระราชาคณะชั้นสามัญ
“พระทักษิณคณิสสร” เป็นพระราชาคณะปลัดขวา
อีกรูปหนึ่ง
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์
ที่ ๘
กรมพระยา-
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
ปวเรศวริยาลงกรณ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า
ฤกษ์ เป็นพระโอรส ในกรมพระราชวังบวรมหา
เสนานุรักษ์และเจ้าจอมมารดาน้อยเล็กพระองค์ทรง
เชี่ยวชาญภาษาบาลีมากพระองค์หนึ่ง และทรงกำหนด
พระราชบัญญัติ และประกาศต่าง ๆ ของสงฆ์ -
ในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรง
เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ของพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาโปรดให้ตั้งพระราชพิธี
สมณุตมาภิเษก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เฉลิมพระนาม
เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศว
ริยาลงกรณ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๔
พระองค์ทรงเป็นองค์ประธาน ชำระและ
แปลพระไตรปิฎก พิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษา
ไทยขึ้นเป็นครั้งแรก
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๙
สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทว ป.ธ.๙)
บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่เยาว์วัย ในรัชกาลที่ ๓
ศึกษาเล่าเรียน ที่วัดสังเวชวิศยาราม อายุได้ ๑๔ ปี
เข้าแปลพระปริยัติธรรมครั้งแรก แปลได้ ๒ ประโยค
เรียกกันว่า “เปรียญวังหน้า"
สามเณรสาได้เข้าถวายตัวเป็นศิษย์ในสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งทรงผนวช ณ วัดราชาธิวาส
ศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นลำดับมา จนอายุได้ ๑๘ ปี
จึงเข้าแปลพระปริยัติธรรม แปลในคราวเดียวได้
ทั้งหมด ๙ ประโยค เป็นเปรียญชั้นเอก ตั้งแต่ “ยังเป็น
สามเณร” พุทธศักราช ๒๓๗๒ อุปสมบทที่วัด
ราชาธิวาสวิหาร อุปสมบทอยู่ 5 พรรษา ตามเสด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร
และได้ลาสิกขาไปเป็นฆราวาส 5 ปี รัชกาลที่ ๔
โปรดเกล้าฯให้ตามตัวเข้าเฝ้า มีรับสั่งให้กลับเข้ามา
อุปสมบทใหม่ เมื่ออายุ ๓๙ ปี อุปสมบทแล้วได้เข้า
แปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวงอีกครั้ง ปรากฏว่า
สอบได้ ๙ ประโยคอีก จึงเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า
“พระมหาสา เปรียญ ประโยค"
๑๘
รัชกาลที่ ๕ โปรดสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่ง
สมเด็จพระสังฆราชที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๔ ต่อมาพุทธศักราช ๒๔๓๖
จึงมีพระบรมราชองค์การสถาปนาเพิ่มพระอิสริยยศ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณพระราชทานมุรธาภิเษก
สถาปนาเลื่อนตำแหน่งสมณฐานันดรศักดิ์ ขึ้นดำรง
ตำแหน่ง พระสังฆราช
สมเด็จพระสังฆราช (สา) ทรงเชี่ยวชาญ
ทางคัมภีร์พระสูตรมาก งานที่ทรงนิพนธ์มีถึง
๓๙ บท ทรงนิพนธ์พระคาถาสูตรต่างๆ เกี่ยวกับ
บทสวดมนต์ไว้มากที่สุด
กัลยาณมิตรที่เคารพ พระกรุณาธิคุณจึง
เลิศลอยในสมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เพียง ๙ พระองค์ มีคุณต่อประเทศและพุทธจักร
เป็นอเนกประการ และอีก ๙ พระองค์ต่อไปก็ไม่ยิ่ง
หย่อนในบุญญาธิการ ที่สมควรแก่การติดตามใน
โอกาสต่อไป พระองค์ท่านจึงเป็นผู้ที่ควรแก่สักการะ
ที่เขานำมาบูชา ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ควรแก่การรับทักษิณทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำ
อัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่น
ยิ่งกว่า
เกล้าฯ เหล่ากัลยาณมิตรขอถวายนอบน้อม
บูชาอย่างยิ่งด้วยเศียรเกล้า
กัลยาณมิตร ๗๙
Kalyanamitra.org