สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 81
หน้าที่ 81 / 124

สรุปเนื้อหา

คัดเลือกพระภิกษุไป ๘ รูป และมีสมณทูตลังกา เข้ามาประเทศไทย ๑ รูป กับศิษย์ ๑ ท่าน นับว่า การสัมพันธไมตรีในด้านพระพุทธศาสนาระหว่าง ไทยกับลังกาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก พร้อมทั้งยืม พระไตรปิฎกฉบับใหม่ของลังกาทวีปเข้ามาแปล ต่ออีก ๓๐ คัมภีร์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา นุชิตชิโนรส นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรก ที่เป็นพระราชวงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า วาสุกรี เป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับเจ้าจอมมารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาร) เป็นที่น่า อัศจรรย์ว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ ปรมานุชิตชิโนรส ทรงถือเพศบรรพชิต ตลอด พระชนมายุ แต่กลับทรงรอบรู้อย่างแตกฉาน ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังจะเห็นได้จากพระ นิพนธ์ต่าง ๆ เช่น ลิลิตพระล

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คัดเลือกพระภิกษุไป ๘ รูป และมีสมณทูตลังกา เข้ามาประเทศไทย ๑ รูป กับศิษย์ ๑ ท่าน นับว่า การสัมพันธไมตรีในด้านพระพุทธศาสนาระหว่าง ไทยกับลังกาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก พร้อมทั้งยืม พระไตรปิฎกฉบับใหม่ของลังกาทวีปเข้ามาแปล ต่ออีก ๓๐ คัมภีร์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์ ที่ ๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา นุชิตชิโนรส นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรก ที่เป็นพระราชวงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า วาสุกรี เป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับเจ้าจอมมารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาร) เป็นที่น่า อัศจรรย์ว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ ปรมานุชิตชิโนรส ทรงถือเพศบรรพชิต ตลอด พระชนมายุ แต่กลับทรงรอบรู้อย่างแตกฉาน ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังจะเห็นได้จากพระ นิพนธ์ต่าง ๆ เช่น ลิลิตพระลอ สมุทรโฆษคำฉันท์ กลอนเพลงยาวเจ้าพระ เป็นต้น แสดงว่าระหว่างที่ ทรงผนวชทรงศึกษาอย่างรู้แจ้งเห็นจริง เข้าถึง กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของชีวิต พระนิพนธ์แต่ละเรื่อง จึงงดงามหมดจด ถือเป็นวรรณคดีและวรรณกรรม สมบัติของชาติที่จะตกทอดเป็นมรดกถึงอนุชน รุ่นหลังตราบมาจนทุกวันนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง เคารพนับถือมาก จึงโปรดให้ตั้งพระราชพิธี มหาสมณุตมาภิเษกที่วัดพระเชตุพนฯ เฉลิมพระนาม เป็นกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคต ขัตติยวงศ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๓๙๔ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเป็นกวีเอก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงพระนิพนธ์ทั้งร้อยแก้ว มีนาคม ๒๕๓๒ ร้อยกรองต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานรวม ๑๕ เรื่อง แต่ละ เรื่องถือได้ว่าเป็นเพชรแห่งวงการวรรณกรรม แม้จะทรงสิ้นพระชนม์แล้ว ตำหนักที่ประทับ ที่วัดพระเชตุพนฯ คือตำหนักวาสุกรีได้ใช้เป็นที่เก็บ พระอัฐิ มีประเพณีสืบมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนิน มาตำหนักวาสุกรี ปีละหนึ่งครั้ง (ตรงกับแรม ๑ ค่ำเดือน ๘) เพื่อถวาย พระราชสักการะพุ่มเทียน พระอัฐิเข้าพรรษาแด่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งฐานานุกรม ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ได้เป็นพิเศษคือ ตำแหน่งพระราชาคณะชั้นสามัญ “พระทักษิณคณิสสร” เป็นพระราชาคณะปลัดขวา อีกรูปหนึ่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์ ที่ ๘ กรมพระยา- สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ปวเรศวริยาลงกรณ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้า ฤกษ์ เป็นพระโอรส ในกรมพระราชวังบวรมหา เสนานุรักษ์และเจ้าจอมมารดาน้อยเล็กพระองค์ทรง เชี่ยวชาญภาษาบาลีมากพระองค์หนึ่ง และทรงกำหนด พระราชบัญญัติ และประกาศต่าง ๆ ของสงฆ์ - ในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรง เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ของพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาโปรดให้ตั้งพระราชพิธี สมณุตมาภิเษก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เฉลิมพระนาม เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศว ริยาลงกรณ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๔ พระองค์ทรงเป็นองค์ประธาน ชำระและ แปลพระไตรปิฎก พิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษา ไทยขึ้นเป็นครั้งแรก สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๙ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทว ป.ธ.๙) บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่เยาว์วัย ในรัชกาลที่ ๓ ศึกษาเล่าเรียน ที่วัดสังเวชวิศยาราม อายุได้ ๑๔ ปี เข้าแปลพระปริยัติธรรมครั้งแรก แปลได้ ๒ ประโยค เรียกกันว่า “เปรียญวังหน้า" สามเณรสาได้เข้าถวายตัวเป็นศิษย์ในสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งทรงผนวช ณ วัดราชาธิวาส ศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นลำดับมา จนอายุได้ ๑๘ ปี จึงเข้าแปลพระปริยัติธรรม แปลในคราวเดียวได้ ทั้งหมด ๙ ประโยค เป็นเปรียญชั้นเอก ตั้งแต่ “ยังเป็น สามเณร” พุทธศักราช ๒๓๗๒ อุปสมบทที่วัด ราชาธิวาสวิหาร อุปสมบทอยู่ 5 พรรษา ตามเสด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร และได้ลาสิกขาไปเป็นฆราวาส 5 ปี รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯให้ตามตัวเข้าเฝ้า มีรับสั่งให้กลับเข้ามา อุปสมบทใหม่ เมื่ออายุ ๓๙ ปี อุปสมบทแล้วได้เข้า แปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวงอีกครั้ง ปรากฏว่า สอบได้ ๙ ประโยคอีก จึงเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า “พระมหาสา เปรียญ ประโยค" ๑๘ รัชกาลที่ ๕ โปรดสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราชที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๔ ต่อมาพุทธศักราช ๒๔๓๖ จึงมีพระบรมราชองค์การสถาปนาเพิ่มพระอิสริยยศ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณพระราชทานมุรธาภิเษก สถาปนาเลื่อนตำแหน่งสมณฐานันดรศักดิ์ ขึ้นดำรง ตำแหน่ง พระสังฆราช สมเด็จพระสังฆราช (สา) ทรงเชี่ยวชาญ ทางคัมภีร์พระสูตรมาก งานที่ทรงนิพนธ์มีถึง ๓๙ บท ทรงนิพนธ์พระคาถาสูตรต่างๆ เกี่ยวกับ บทสวดมนต์ไว้มากที่สุด กัลยาณมิตรที่เคารพ พระกรุณาธิคุณจึง เลิศลอยในสมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพียง ๙ พระองค์ มีคุณต่อประเทศและพุทธจักร เป็นอเนกประการ และอีก ๙ พระองค์ต่อไปก็ไม่ยิ่ง หย่อนในบุญญาธิการ ที่สมควรแก่การติดตามใน โอกาสต่อไป พระองค์ท่านจึงเป็นผู้ที่ควรแก่สักการะ ที่เขานำมาบูชา ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ควรแก่การรับทักษิณทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำ อัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่น ยิ่งกว่า เกล้าฯ เหล่ากัลยาณมิตรขอถวายนอบน้อม บูชาอย่างยิ่งด้วยเศียรเกล้า กัลยาณมิตร ๗๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More