ข้อความต้นฉบับในหน้า
รีบวิ่งมาเปิดประตูบ้านให้ลุง”
“ไม่ค่อยหิวหรอกครับ ปุยทานขนมที่
แม่กับน้านาซื้อมาเกือบหมด”
“ดูพุงสิ เดี๋ยวทานข้าวไม่ลงน้านาไม่รู้
ด้วยนะ พี่โรจน์จะอาบน้ำก่อนไหมคะ หนูกับ
คุณปานไหมจะได้ช่วยกันตั้งโต๊ะรอ
“พี่ขอเวลาล้างมือล้างหน้าล้างตาหน่อย
เดียวก็พอ”
ทานข้าวไปคุยกันไปกว่าจะแยกย้าย
กันเข้านอนได้เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืน
สวดมนต์และนั่งสมาธิต่ออีกพักใหญ่ ๆ
แล้วผมก็เข้านอน วันนี้เว้นไม่อ่านหนังสือ
เพราะอยากคิดทบทวนธรรมะที่ได้ฟังมาอีก
ครั้งหนึ่งหลังจากได้เล่าถ่ายทอดไปแล้ว
นอนคิดทบทวนพลางท่องสัมมาอะระ
ทั้งด้วยความเคยชินควบคู่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง
หลับ...
...ผมก้าวไปข้างหน้า ตามองทิวทัศน์
ไกลตัวออกไป ความคุ้นเคยมีมากแต่นึกไม่
ออกว่าเป็นที่ไหน
“พ่อครับ...”
“เด็กที่ไหนมาเรียกหาพ่อ” ผมนึกในใจ
“พ่อครับ”
ตะโกนก้อง...“ลูก....”
เสียงร้องดังทำให้สะดุ้ง ตื่นจากฝัน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์ ทาน
ข้าวเช้าเสร็จทุกคนแล้วผมจึงเล่าความฝัน
ให้ฟัง ปิดบังนิดหนึ่งคือไม่บอกว่าถูกตาปุย
เรียกขานว่าอย่างไร
“ดิฉันก็ฝัน....” คุณปานไหมพูดเสียงสั่น
“ต่างจากคุณวิโรจน์นิดหนึ่งตรงที่ พอเกิดเหตุ
ดิฉันกลับมองไม่เห็นใคร พยายามเรียกให้คน
มาช่วย เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียง น่ากลัวจัง
อยากรู้เหมือนกันว่า ในฝันของเธอ
นั้น ผมเป็นพ่อของตาปุยด้วยหรือเปล่า...เห็นว่า
จะทำให้ลำบากใจกันทั้งสองฝ่ายจึงไม่ถาม
ตาปุยมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที แล้วก็ เจริญภาวนา เพื่อให้เราตระหนัก
ฝันตรงกันครั้งนี้ของผมกับคุณปานไหม
ทำให้พ่อกับนรีตกใจมากที่สุด พ่อนั่งนิ่ง นรี
ทำตาแดง ๆ พลางดึงตัวตาปุยเข้าไปกอด ส่วน
คุณปานไหมใช้นิ้วกรีดน้ำตาออก
ทุกค่าพูดจากใจที่กลั่นแล้ว
ของคุณยายให้ความหมาย ขยาย
ความด้วยการเน้นทาน ศีล
ร้องไห้
ว่าทั้งหมดนี้ ...เป็นหน้าที่
นรีพลอยร้องตามไปอีกคน
“คุณนาหยุดร้องเถอะผมใจคอไม่ดี เอา
อย่างนี้เราไปตลาดซื้อปลา เดี๋ยวเอาปลาไป
บองชาวพุทธทุกคน ควรปฏิบัติ
ให้ครบถ้วนจึงจะถูกต้อง
อย่างแท้จริง...
ปล่อยด้วยกัน”
ทุกคนเห็นด้วยกับความคิดของสนธิ
ได้ปลาแล้วก็มาปรึกษากันว่าจะเอา
ไปปล่อยตรงไหน
เสียงเรียกซ้ำ ทำให้ผมหันกลับ เห็น
พวงมาลัยตรงที่คนขับ
ตาปุยนั่งอยู่ในรถคู่กับคุณปานไหมซึ่งถือ
“ให้แม่ขับรถไปดูตรงโน้นหน่อยได้ไหม
ครับพ่อ"
พ่อ....เสียงเรียกชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ
ลูกของเราเอง....ทำไมจึงไม่รู้...ไม่เคย
เฉลียว...
“โครม!”
“ในวัดพระธรรมกายได้ไหมครับคุณตา”
“ไม่ได้จ้ะ สระน้ำในวัดมีปลาชะโดตัว
ใหญ่ มันชอบกินปลาอื่นเป็นอาหาร” นรีเป็น
คนตอบ
“ในแม่น้ำมีชะโดไหมครับน้านา”
“มีจ้ะ แต่แม่น้ำกว้าง โอกาสหลบหลีก
รถบรรทุกคันใหญ่จอดขวางถนนไว้
มีมากกว่า”
ขณะที่รถเก๋งซึ่งถูกชนพลิกคว่ำลงข้างทาง
“แต่ปุยอยากไปวัดพระธรรมกายครับ
หลายตลบ
น้านา”
วิ่งไปถึงผมรีบกระชากประตูรถออก
คุณปานไหมฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถ ตาปุย
โชกไปด้วยเลือด....รับรู้ถึงความสูญเสียผมก็
๙๔ กัลยาณมิตร
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เราซื้อผลไม้ไป
ถวายพระเพลที่วัดแล้วค่อยเอาปลาไปปล่อย
แถวปากเกร็ด” พ่อเป็นคนตัดสิน
Kalyanamitra.org
มีนาคม ๒๕๓๒