การสนทนาในโต๊ะอาหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 103
หน้าที่ 103 / 124

สรุปเนื้อหา

ต่อจากฉบับที่แล้ว เขาไปถึงเมื่อคนทั้งหมดได้เข้านั่งตามที่แล้ว อย่างรวดเร็ว เหยือกเปล่าบนโต๊ะตั้งอาหารที่อยู่ข้าง ๆ ขณะนั้นผู้ร่วมโต๊ะอาหารทั้งหมดลุกขึ้นและไปรวม กันอยู่ชิดหน้าต่าง ข้างหลังเขาเหล่านั้นคาร์เวอร์ทำงาน นายพาลเมอร์ มองดูเขาอย่างตำหนิ เมื่อคาร์เวอร์กล่าว “สวัสดี” อย่างรีบร้อนแล้ว ก็ตรงเข้านั่งยังที่ของเขา ได้ถูกเปลี่ยนที่กับเหยือกเต็มบนโต๊ะอาหาร เหยือกเปล่า ว่างอยู่ไม่นาน เพราะเขาได้เทของในเหยือกที่เขานำมา มีนาคม ๒๕๓๒ เนื่องด้วยนายพาลเมอร์เป็นผู้มีอายุสูงสุดในโต๊ะนั้น ลงไปจนเต็ม เขาพูดอย่างเร็วปรื้อตลอดเวลาที่ทำงานนั้น เขาจึงอาจแสดงความไม่พอใจได้ และเขาก็ได้แสดงออก ไปจริง ๆ โดยกล่าวว่า “ท่านมาสาย” สายตาอันคมของ ดร.คาร์เวอร์ กวาดดูข้าวของ ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นว่ายังไม่ได้มีการยก

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาในโต๊ะอาหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต่อจากฉบับที่แล้ว เขาไปถึงเมื่อคนทั้งหมดได้เข้านั่งตามที่แล้ว อย่างรวดเร็ว เหยือกเปล่าบนโต๊ะตั้งอาหารที่อยู่ข้าง ๆ ขณะนั้นผู้ร่วมโต๊ะอาหารทั้งหมดลุกขึ้นและไปรวม กันอยู่ชิดหน้าต่าง ข้างหลังเขาเหล่านั้นคาร์เวอร์ทำงาน นายพาลเมอร์ มองดูเขาอย่างตำหนิ เมื่อคาร์เวอร์กล่าว “สวัสดี” อย่างรีบร้อนแล้ว ก็ตรงเข้านั่งยังที่ของเขา ได้ถูกเปลี่ยนที่กับเหยือกเต็มบนโต๊ะอาหาร เหยือกเปล่า ว่างอยู่ไม่นาน เพราะเขาได้เทของในเหยือกที่เขานำมา มีนาคม ๒๕๓๒ เนื่องด้วยนายพาลเมอร์เป็นผู้มีอายุสูงสุดในโต๊ะนั้น ลงไปจนเต็ม เขาพูดอย่างเร็วปรื้อตลอดเวลาที่ทำงานนั้น เขาจึงอาจแสดงความไม่พอใจได้ และเขาก็ได้แสดงออก ไปจริง ๆ โดยกล่าวว่า “ท่านมาสาย” สายตาอันคมของ ดร.คาร์เวอร์ กวาดดูข้าวของ ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นว่ายังไม่ได้มีการยกเอากาแฟ มาตั้ง แต่บนโต๊ะมีเหยือกครีมนมสดขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้ กับชามน้ำตาล เขาคิดหาทางอย่างรวดเร็ว “เช้าวันนี้ท่านรู้สึกไม่สบายหรือ คาร์เวอร์” นาง ว็อตกินส์กล่าวในขณะที่ก้มตัวมาข้างหน้า น้ำเสียงของเธอ มีความเป็นห่วงเยี่ยงวิสัยของมารดาเจืออยู่ “อย่างนั้นหรือ เปล่าหรอก เปล่า ฉันรู้สึกสบายดี” เขาจะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อหันเหความ สนใจของคนเหล่านั้นไปอยู่เสียทางอื่น การนี้ต้องใช้เวลา เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น แล้วเขาก็ทำท่าจ้องมองออกไปทาง ช่องหน้าต่างข้างหลังคนเหล่านั้น “แล้วก็ อะไรล่ะ” นายลองเริ่มต้นถาม “ฉันประหลาดใจที่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ท่าน มาสายเลย ท่านเชื่อได้หรือว่ามันอาจเป็นได้” เวลานั้น ดวงตาของคาร์เวอร์เบิกกว้าง ประกอบกับความประหลาด ใจ และเสียงของเขาเปล่งออกเป็นเสียงที่แสดงความ ตื่นเต้น สีหน้าของผู้ร่วมโต๊ะอาหารแสดงออกซึ่งความ งงงวยเป็นกำลัง “ฉันไม่เคยนึกนิยมศิลปะสมัยใหม่ประเภทอิม เปรสชั่นนิสต์นักเลยจนกระทั่งได้มาประสบเข้าด้วยตนเอง แต่มันก็เป็นความจริง มันเป็นสีชมพูแท้ทีเดียว” ขณะ นี้คาร์เว่อร์เข้ามาที่หน้าต่างและถามอย่างซื่อ ๆ ว่า “ท่านเห็นมันทันไหม” สุภาพสตรียังคงเพ่งมองดูอยู่ แต่นายพาลเมอร์ รู้สึกหงุดหงิด “ท่านกำลังพูดถึงสวรรค์วิมานอะไรกันนี่ นาย คาร์เว่อร์” “กองฟาง-กองฟางตรงนั้น เลยฉางไป” ขณะนี้คาร์เวอร์กำลังดูออกไปนอกหน้าต่างและว่า “มันเป็นอะไม่ใช่” เขาพูดแก้ตัว “เมื่อเช้าตรู่นี้มันเป็นสีชมพูจริง ๆ” เอิล วิลสัน ซึ่งเป็นผู้มาใหม่ อยากจะหัวเราะ เขาได้อดกลั้นไว้เมื่อเห็นบรรดาสุภาพสตรีหน้าเสียขณะที่ เธอกลับมาอย่างอาย ๆ และเข้านั่งตามที่ นางซีซีกล่าว ค้านขึ้นว่า “ความเหลวไหลอย่างนี้ฉันไม่เคยประสบมาก่อน เลย" คาร์เว่อร์ได้อธิบายด้วยน้ำเสียงอย่างเคร่งเครียดว่า “นั่นเป็นเพราะท่านยังเข้าไม่ถึงช่างเขียนชาว ฝรั่งเศสของท่าน ฉันจะให้ท่านยืมหนังสือที่กล่าวถึง คาร์เวอร์ก้มตัวไปข้างหน้าอย่างรีบร้อน ถามว่า เรื่องนี้บ้าง ท่านจะพบที่โมเนต์ (Monet) หรือ มาเนต์ “ท่านได้เห็นมัน ไม่ใช่หรือ” ผู้ร่วมโต๊ะอาหารมองดูเขาอย่างสงสัย ถามว่า - “เห็นใครกัน” “เห็นอะไรกัน” - “ท่านพูดถึงเรื่องอะไรกันนี่” คาร์เวอร์ชี้มือออกไปนอกหน้าต่างราวกับท่าละคร จังหวะให้โอกาสขณะนี้ ถ้าไม่ฉวยโอกาสเสียเดี๋ยวนี้ ความคิดที่ตั้งใจไว้ก็ต้องเลิกล้ม “เร็วเข้าซิ ยังไม่ช้าเกินไปหรอกท่านอยู่ในขณะที่ เห็นหมอกนั่นได้ทันพอดี ก่อนที่มันจะขึ้นสูงจางไป ดูซิ ตรงนั้น ทางซ้าย” กัลยาณมิตร ๑๐๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More