ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับนำอัลบั้มภาพของ
ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวเขมรออกมาให้พระองค์
ชม ซึ่งก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่ทรงหลีกไปโดย
ไม่ตรัสอะไรเลย เมื่อทรงมีปฏิสันถารกับ
ทุก ๆ คนแล้ว พระสันตะปาปาก็เสด็จกลับไป
ยังหน้าที่นั่ง เพื่อทรงกล่าวภาษาอิตาเลียน
อำลาทุกคนกลับวังวาติกัน
พระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ ๒
ทรงเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่ง
ในโลก ถ้าจะเทียบกับพระสันตะปาปา
องค์ก่อน ๆ แล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้ที่มี
ประชาชนชื่นชมมากที่สุด ทั้งในด้านความ
สามารถส่วนพระองค์ ด้านการทูต การ
ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษา ทรง
สามารถตรัสได้ถึง ๑๒ ภาษา แม้กระทั่ง
ภาษาท้องถิ่นบางภาษาในฟิลิปปินส์ ภาษา
ท้องถิ่นของอังกฤษเช่น ภาษาเวลส์ ก็ตรัสได้
อย่างดี ในช่วง ๒-๓ ปีที่อาตมาอยู่ใน
ประเทศอังกฤษนั้น อาตมาได้ฟังวิทยุ บีบีซี
(BBC) วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของพระ
สันตะปาปาตลอดมา การวิพากษ์วิจารณ์
แต่ละครั้งก็มีจุดมุ่งหมายคล้าย ๆ กัน คือใน
ทำนองชื่นชมความสามารถในด้านต่าง ๆ
ของพระสันตะปาปา และความสามารถในการ
เลือกใช้สื่อมวลชนเพื่อสร้างภาพพจน์ที่ดีงาม
ของศาสนิกโรมันคาทอลิก
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพระองค์จะเป็นที่
ชื่นชมไปเสียทุกด้าน สิ่งหนึ่งที่วิทยุ บีบีซี
วิจารณ์ค่อนข้างจะเผ็ดร้อนอยู่เสมอ ๆ คือ
เรื่องทัศนคติ และค่านิยมบางประการ
ที่ล้าสมัย ซึ่งพระองค์ทรงไม่ยอมเปลี่ยน
แปลง เช่น การไม่ยอมให้คริสต์ศาสนิกชน
คุมกำเนิด เพราะทรงเห็นว่า การคุมกำเนิด
ด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็นการขัดพระบัญญัติของ
พระผู้เป็นเจ้า รวมไปถึงการไม่ยอมให้ศาสนิก
หย่าขาดจากกันเมื่อไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ใน
ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ที่คนส่วนใหญ่นับถือ
คริสต์ศาสนากลับออกกฎหมายยอมรับการ
หย่าร้างได้ ซึ่งก็มีประเทศอิตาลีรวมอยู่ด้วย
ตั้งแต่วันที่ทรงเข้ารับตำแหน่งพระสันตะ
ปาปา พระองค์ทรงเปลี่ยนท่าทีของคริสต์จักร
โรมันคาทอลิกให้เข้าไปมีบทบาททางการเมือง
ในประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น
ในประเทศโปแลนด์ระหว่างสหภาพแรงงาน
เสรีโซลิแดริตี้ (Solidarity) กับรัฐบาล หรือ
ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในอเมริกาใต้
ปัญหาการแบ่งผิวในอัฟริกาใต้ หรือปัญหา
ความตึงเครียดระหว่างชาวพุทธกับชาวโรมัน
คาทอลิกในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ ๒ จะทรง
ดำเนินนโยบายที่ค่อนข้างแข็งและเข้าไปปะทะ
กับปัญหาที่เกิดขึ้นทุกจุดอย่างอาจหาญ เป็น
สิ่งที่น่าจับตาดูกันต่อไปว่า ที่สุดแล้วจะเกิด
อะไรขึ้นกับศาสนิกของคนในประเทศนั้น
นับตั้งแต่การสังคายนาครั้งสำคัญของ
กรุงวาติกัน ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ (พ.ศ. ๒๕๐๘)
หรือเรียกในภาษาอังกฤษว่า Second Va
tican Council คริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก
ได้เปลี่ยนวิธีการเผยแผ่ศาสนาแบบเก่าของตน
อย่างหมดสิ้น โดยหันมาใช้วิธีการสังวาทะ
คือการเข้าไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่าง
กลมกลืนกับความเชื่อของศาสนาอื่น ๆ
ไม่ใช่การปะทะโดยตรง วิธีเดิมที่เรียกว่า
มิสชั่น (Mission) นั้นสามารถใช้ได้ผลใน
ประเทศอนารยธรรม เช่น ในอัฟริกา และ
ลาตินอเมริกาเท่านั้น วิธีการนี้คือ การเข้า
ไปประณามวัฒนธรรมเดิมแล้วสถาปนา
ความเชื่อของโรมันคาทอลิกว่าถูกต้อง
ยกเอาพระผู้เป็นเจ้า พระแม่มาเรีย และ
พระเยซูคริสต์ขึ้นมาให้เป็นที่สักการะ
ของชนในสังคมนั้น
แต่สำหรับประเทศที่เจริญแล้วในทวีป
มีนาคม ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org
วังพระสันตะปาปาซิกซ์ตุลที่ ๕
(Sixtus V)
พระตำหนักส่วนพระองค์
ของพระสันตะปาปาอยู่ชั้นบนของ
วัง สร้างโดยโดเมนิโค ฟอนตานา
(Domenico Fontana) สำหรับพระ
สันตะปาปาซิกซ์ตุลที่ ๕ (Sixtus
V ค.ศ. ๑๕๔๔-๑๕๔๐) ทุกวัน
อาทิตย์เวลาเที่ยงตรง พระสันตะ
ปาปาจะปรากฏตัวที่หน้าต่าง เพื่อ
สวดระลึกถึงวันจุติของพระเยซูด้วย
ความจงรักภักดี
กัลยาณมิตร ๖๔