ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีนาคม ๒๕๓๒
ประทับใจตั้งแต่ได้ไปเห็น ถ้าขาดการประชาสัมพันธ์
เป็นครั้งแรก
พระธรรมทายาทรูปแรกนี้คือ พระ
วิเชียร (วชิรชโร) พินิจกุล จบการศึกษา
ระดับปวส. จากวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย ในปีการศึกษา
๒๕๓๑ สมัครเข้ารับการอบรมธรรมทายาท
และได้อุปสมบทเป็นพระธรรมทายาทรุ่นที่
๑๖
โดยทั่วไปนักศึกษาที่จบการศึกษาระดับ
ปวส. ถ้าไม่รีบขวนขวายสอบเข้าศึกษาต่อใน
ระดับมหาวิทยาลัย ก็จะต้องรีบไปสมัครงาน
ณ ที่ใดที่หนึ่ง เพราะถ้ามัวโอ้เอ้ชักช้าก็อาจจะ
พลาดโอกาส ต้องเสียเวลารองานเป็นปี แต่
พระวิเชียรกลับไม่สนใจทั้งสองอย่าง ในทันทีที่
สอบเสร็จก็ตรงดิ่งไปขอใบสมัครเข้าอบรม
ธรรมทายาทที่ชมรมพุทธศาสตร์ฯ โดยไม่รอช้า
เหตุผลของท่านก็คือ
“โยมแม่เลี้ยงลูกแบบให้คิดเอง ตัดสินใจ
เอง พระก็เลยมีนิสัยค่อนข้างเฉียบขาด ตัดสินใจ
แล้วต้องทำ ถึงขนาดว่า “ถ้างานไม่สำเร็จ
ถึงจะมีการนองเลือดก็ต้องเอา” ถ้าปล่อยให้
เป็นอย่างนี้โดยไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ก็ไม่แน่ว่า
อนาคตจะเป็นอย่างไร บังเอิญมีโยมอาจารย์
ท่านหนึ่งที่วิทยาเขตเป็นกัลยาณมิตรแนะนำให้
พระได้มีโอกาสไปสัมผัสวัดพระธรรมกาย
พอได้ไปเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่วัดแล้วพระก็
ตัดสินใจว่า “จะต้องบวชที่วัดพระธรรมกาย”
ในทันทีที่เรียนจบ ปวส. พระก็ประกาศกับ
โยมแม่เลยว่า “พระจะต้องไปบวชเสียก่อน
ถ้าไม่ได้บวช ไม่ได้อบรมที่วัดพระธรรม
กาย พระจะไม่ขอทำงานหรือเรียนต่ออีก
เป็นอันขาด” พระก็เลยได้มาร่วมอบรมธรรม
ทายาท และอุปสมบทหมู่รุ่นที่ ๑๖ ด้วยเหตุนี้
แหละ"
ธรรมะก็เหมือนเพชรในตู้
นิรภัย
ธรรมะเป็นเรื่องของชีวิต เป็นหลักสำหรับ
ยึดปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดความ
สุขในชีวิต แต่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่
เรียกตนเองว่า “ชาวพุทธ” แต่ก็แทบไม่มี
ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย แถมยัง
เหมาเอาเรื่องนอกพระพุทธศาสนาเป็นเรื่อง
ในพระพุทธศาสนาเสียอีก การปฏิบัติตาม
หลักธรรมก็ไม่ใคร่จะสนใจปฏิบัติกัน ครั้นเมื่อ
ประสบเคราะห์กรรมก็วิ่งหาที่พึ่งกันจ้าละหวั่น
ไม่ว่าจะเป็นการทรงเจ้าเข้าผี หรือหมอดู หมอ
เดา หรือแม้จะแนะนำให้ไปกราบไหว้ผีสาง
นางไม้ ก็ยินยอมปฏิบัติตามโดยดี ทั้ง ๆ ที่
พระพุทธศาสนาสอนว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่ง
ตน"
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่พวกเราเหล่า
กัลยาณมิตรทั้งหลาย จะต้องช่วยกันประชา
สัมพันธ์ให้เพื่อนร่วมชาติร่วมโลกของเรา ได้
ก้าวเข้ามาลิ้มรสพระธรรมอันมีคุณค่าสุดจะนับ
จะประมาณมิได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการชี้นำ
วิถีทางอันประเสริฐให้มิตรสหายแล้ว เรายังจะ
ไม่ต้องได้ฟังคำตัดพ้อในทำนองนี้อีก
“เมื่อสมัยยังเป็นเด็ก ๆ พระก็เคยได้ยิน
คนพูดกันเหมือนกันว่า พระพุทธศาสนาเป็น
สิ่งประเสริฐ ไม่จำเป็นต้องมีการโฆษณาชวน
เชื่อ คนก็ย่อมรู้ได้เองเพราะเพชรก็ต้องเป็น
เพชรวันยังค่ำ ความงามของเพชรจะส่อง
ประกายประกาศคุณค่าในตัวให้ผู้พบเห็น
ได้ตระหนักเอง โดยไม่ต้องมีใครชี้นำ แต่พระ
ก็ยังสงสัยว่า ถ้าเพชรน้ำเอกถูกเก็บไว้มิดชิด
ในตู้นิรภัยแล้ว จะมีใครได้ชมความงามของ
เพชรเม็ดนั้นบ้าง
กัลยาณมิตร ๔๓
Kalyanamitra.org