ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้มีคุณธรรมจึงต้องพัฒนาทั้งร่างกาย
ความคิดและจิตใจ สามส่วนนี้ต้องพร้อม
กัน
สภาพร่างกายต้องมีสุขภาพที่แข็ง
แกร่ง สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
ในเรื่องความคิด ต้องมีความรู้ความสา
มารถ ขยัน รู้จักพึ่งตนเอง
- ทางด้านจิตใจก็ต้องมีความรักความ
เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เพราะฉะนั้นในการสร้างคนจึงต้อง
สร้างตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนเข้าสู่ภาวะการศึกษา
หลักสูตรต่าง ๆ ต้องพัฒนาทั้งสามส่วนนี้จริง ๆ
ปัจจุบันเราจะเห็นว่า การศึกษาของเรา
นั้นเน้นในเรื่องความรู้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนใน
เรื่องของจิตใจแทบจะเป็นเสียก่อน ในการ
สร้างคนนั้นในขั้นต้นต้องให้พัฒนาทั้งสามส่วน
ไปด้วยกันให้ได้ และมุ่งในเรื่องคุณธรรมเป็น
หลัก ผมหมายถึงว่า คุณธรรมต้องนำ
ความรู้ ฉะนั้นต้องมีการปรับระบบในการ
พัฒนาคนทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตครอบ
ครัว สถาบันการศึกษา ในระบบราชการหรือ
ในสังคมต้องเน้นในเรื่องคุณธรรมของจิตใจ
เป็นหลัก ความรู้เรียนเมื่อไรก็ได้ ถ้าเรา
มีคุณธรรมยึดมั่นอยู่ในจิตใจ เป็นหลักใน
การพิจารณาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็ใช้ได้
ความรู้เป็นเพียงตัวประกอบ ผมเชื่อว่า
สังคมจะพัฒนาไปได้”
ชีวิตต้องสู้ของวีรบุรุษ
นาแก...
“ผมเป็นคนกรุงเทพมหานครนี่เอง สมัย
เด็ก ๆ ไปเที่ยวไกลที่สุดก็แค่บางแสน พอจบ
จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เขาก็แต่งตั้งผม
ไปเป็นผู้บังคับหมวดที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอ
เมือง จังหวัดนครพนม ซึ่งในขณะนั้นมีสงคราม
เวียดนาม ที่นครพนมจึงมีฐานทัพอเมริกัน
ตั้งอยู่ ซึ่งก็เหมือนกับที่อื่น ๆ ที่มีฐานทัพอเมริกัน
ไปตั้ง มีบาร์ เบียร์ บาร์ ไนท์คลับ อาบอบนวด
ต่าง ๆ มากมาย เหมือนที่พัฒนพงศ์หรือที่
๓๘ กัลยาณมิตร
พัทยา ตีสามตีสี่ไม่ต้องนอนกัน ทหารอเมริกัน
กลับจากไปรบมาก็เต้นร้องรำกันปาว ๆ กลาง
ถนนเต็มไปหมด บ้านเมืองคึกคักมาก เงิน
สะพัด นี่คือสภาพในเมือง แต่ถ้าออกนอก
เขตเทศบาลไปแล้ว ยิ่งไปต่างอำเภอ โดยเฉพาะ
อำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดนครพนม ช่วงนั้น
ทุกอำเภอมีภัยคุกคามของผู้ก่อการร้ายคอม
มิวนิสต์ เจ้าหน้าที่เราบาดเจ็บล้มตายจากการ
ต่อสู้เป็นจำนวนมาก มีพิธีรดน้ำศพให้ข้า
ราชการ ตำรวจ ทหาร หรือประชาชนไม่เว้น
แต่ละวัน ตัวผมเจอเหตุการณ์ที่ต้องนำศพ
ของนายตำรวจรุ่นพี่ที่เป็นผู้บังคับกองไปให้
ภรรยาของเขาที่ขอนแก่น ซึ่งทำให้ผมคิดขึ้นมา
ว่า ทำไมบ้านเมืองเราจึงเป็นเช่นนี้ เจ้าหน้าที่
บ้านเมืองต้องเสียชีวิตปีหนึ่ง ๆ มากมายเป็น
พันคน ปัญหาที่ตามมาคือเด็กและครอบครัว
ของผู้เสียชีวิตจะต้องขาดผู้นำ ประเทศชาติ
จะเป็นอย่างไร หากปล่อยให้เหตุการณ์
เป็นเช่นนั้นติดต่อกันหลาย ๆ ปี ขวัญและกำลัง
ใจในการทำงานย่อมไม่มี รบร้อยครั้งก็ต้อง
แพ้ร้อยครั้ง สำหรับตัวผมตอนนั้นอายุประ
มาณ ๒๒ ปีเท่านั้น ตัวคนเดียวแท้ ๆ มีเฉพาะ
คุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวยังไม่มี จึงคิดว่า
ทำไมถึงให้คนที่เขามีภาระมีพันธะทาง
ครอบครัวและไม่พร้อมที่จะทำงานไปทำ
หน้าที่ แต่ตัวเองกลับสบายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่
อยู่จังหวัดเดียวกัน พอผมคิดถึงจุดนี้ ผมก็
เลยตัดสินใจว่า ผมต้องอาสาสมัครไปสู้กับ
คอมมิวนิสต์บ้าง และตอนนั้นรัฐบาลก็พยา
ยามทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากมายมา
พัฒนาอำเภอนาแกให้เป็นอำเภอตัวอย่าง
เพราะคอมมิวนิสต์ใช้ที่นั่นเป็นฐานที่มั่น เพื่อ
ขยายสงครามประชาชนไปยัง ๑๖ จังหวัด
ภาคอีสาน รัฐบาลได้ทุ่มเทกำลังทหาร
ตำรวจ อาสาสมัคร งบประมาณมากมาย
เพื่อพัฒนาอำเภอนาแก เพื่อจะเอาชนะคอม
มิวนิสต์ให้ได้ ผมก็เลยได้โอกาสขอสมัครไป
เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ พอสมัครใจ
เขาก็อนุมัติทันทีส่งผมไปนาแก ผมก็ไป ไปเป็น
หัวหน้าหน่วยมีหน้าที่ปราบคอมมิวนิสต์ มี
ลูกน้องอยู่ ๕๐ คน ตอนแรก ๆ นึกว่าการ
เอาชนะคอมมิวนิสต์ให้ได้ต้องไล่ยิงให้หมด
ฉะนั้นพอเช้าขึ้นกินข้าวเสร็จ ก็พาลูกน้องแบก
เป้ถือปืนเข้าป่าไปหาไล่ยิงคนไปเรื่อย ทำงาน
อย่างนี้อยู่ 5 เดือนเต็ม ปรากฏว่าไม่เคยเจอ
คอมมิวนิสต์ แต่สรุปได้ว่า คอมมิวนิสต์
มีจริง เพราะมีการถล่มหน่วยหรือฐานของ
ฝ่ายเราที่ผู้นำกินเหล้าเมายา เล่นการพนัน
ตั้งอยู่ในความประมาท ถล่มด้วยอาร์พีจี
บ้าง เอ็ม.๗๙ บ้าง เอ็ม. ๖๐ บ้าง ตูมเดียว
วิ่งกันตัวล่อนจ้อนแตกลงมาก็มี
- มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาได้ข่าวว่า
มีคอมมิวนิสต์อยู่ ๒๐๐ คน ให้ผมนำกำลังไป
ปราบ ผมก็ไป ไปทำงานอยู่ ๗-๘ วัน เสร็จ
ภารกิจก็ไม่พบคอมมิวนิสต์คงพบแต่ร่องรอย
การตั้งฐาน ตอนกลับเกือบจะถึงฐานของเรา
อยู่แล้ว ผมให้ลูกน้องพักทานอาหาร พักผ่อน
อาหารที่เหลือก็ให้ชาวบ้านไป พอเริ่มเดินทาง
กลับหางแถวยังไม่พ้นหมู่บ้านเลย มันก็ซัดผม
เสียเต็มที่ งานนั้นลูกน้องผมเจ็บไป ๒ คน
จากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมมาทบทวนว่าทำไม
เราถึงทำงานไม่ได้ผล ก็มาถึงบางอ้อที่ว่า
นักมวยจะชกกัน ยังเอาหนังคู่ต่อสู้มาศึกษา
เราจะปราบคอมมิวนิสต์ เราไม่เคยเรียนรู้
เขาเลยก็ย่อมไม่ได้ผล จึงเริ่มศึกษาถึง
ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีต่าง ๆ ของเขา พอรู้เรื่อง
แล้วผมก็ถ่ายทอดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รู้
เริ่มพัฒนาปรับปรุงบุคลากรของผมให้มีความ
มีนาคม ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org