อปริหานิยธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 124

สรุปเนื้อหา

อปริหานิยธรรม ข้อ ๑. หมั่นประชุม กันเนืองนิตย์ กษัตริย์ลิจฉวีให้ความสำคัญต่อการ ประโยชน์ของการประชุม ประชุมมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่พระเจ้า อชาตศัตรูจะส่งวัสสการพราหมณ์ไปเป็นไส้ศึก บ่อย ในแคว้นวัชชี จึงใช้วิธีประชุมเหมือนกัน คือ แกล้งสร้างสถานการณ์ว่า มีการประชุมวาง แผนจะยกทัพไปตีแคว้นวัชชีแล้วในที่ประชุม นั้นใครๆ เขาก็ลงมติเห็นดีเห็นงามกันทั้งนั้น แต่วัสสการพราหมณ์คนเดียวคัดค้าน พระเจ้า อชาตศัตรูก็ทรงแสร้งทำเป็นพิโรธอย่าง หนัก สั่งคว่ำาเฆี่ยนเสียหลังลาย แล้วปลดจาก ตาแหน่ง ริบทรัพย์ รับภรรยา ไล่ตะเพิดไป วัสสการพราหมณ์จึงซมซานไปพึ่ง ใบบุญแคว้นวัชชี มีทั้งข่าว มีทั้งหลักฐาน ตัวจริงอย่างนี้ เมื่อเข้าที่ประชุม ที่ประชุม ก็ต้องเชื่อ กษัตริย์ลิจฉวีเลยหลงเลี้ยงไส้ศึกไว้ ในวัง แล้วใช้ให้สอนหนังสือลูกสบ

หัวข้อประเด็น

- อปริหานิยธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อปริหานิยธรรม ข้อ ๑. หมั่นประชุม กันเนืองนิตย์ กษัตริย์ลิจฉวีให้ความสำคัญต่อการ ประโยชน์ของการประชุม ประชุมมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่พระเจ้า อชาตศัตรูจะส่งวัสสการพราหมณ์ไปเป็นไส้ศึก บ่อย ในแคว้นวัชชี จึงใช้วิธีประชุมเหมือนกัน คือ แกล้งสร้างสถานการณ์ว่า มีการประชุมวาง แผนจะยกทัพไปตีแคว้นวัชชีแล้วในที่ประชุม นั้นใครๆ เขาก็ลงมติเห็นดีเห็นงามกันทั้งนั้น แต่วัสสการพราหมณ์คนเดียวคัดค้าน พระเจ้า อชาตศัตรูก็ทรงแสร้งทำเป็นพิโรธอย่าง หนัก สั่งคว่ำาเฆี่ยนเสียหลังลาย แล้วปลดจาก ตาแหน่ง ริบทรัพย์ รับภรรยา ไล่ตะเพิดไป วัสสการพราหมณ์จึงซมซานไปพึ่ง ใบบุญแคว้นวัชชี มีทั้งข่าว มีทั้งหลักฐาน ตัวจริงอย่างนี้ เมื่อเข้าที่ประชุม ที่ประชุม ก็ต้องเชื่อ กษัตริย์ลิจฉวีเลยหลงเลี้ยงไส้ศึกไว้ ในวัง แล้วใช้ให้สอนหนังสือลูกสบายไปเลย เรื่องการประชุมกันเนืองนิตย์นี้สำคัญ มาก ถ้าไม่หมั่นประชุม ข่าวคราวเหตุการณ์ ต่าง ๆ จะล่าช้าไม่ทันการ ถ้าข้าศึกยกมาถึง ชานเมืองค่อยรู้ แต่กว่าจะวิ่งไปบอกคนโน้น คนนี้ให้ทราบกันทั่วได้ เลยโดนขยี้ตายก่อน แต่ถ้าเคยเข้าประชุมพร้อมกันเป็นประจำ วันนี้ คนนั้นหายไปไหนประเดี๋ยวก็ตามกันครบ ร้าย ดีอย่างไรเดี๋ยวก็รู้กันทั่ว กษัตริย์ลิจฉวีประชุมบ่อย เลยรู้เวลา แน่นอน สามารถไปเก็บคันธชาตเร็วกว่าพระ เจ้าอชาตศัตรูทุก ๆ ปี พอเขายกทัพจะมาตีก็รู้ เร็วอีก เตรียมรับเต็ม แคว้นวัชชีจึงกลายเป็น พวกเล็กพริกขี้หนูที่เคี้ยวยาก หน่วยงานทุกหน่วยจะต้องมีการประชุม กันทั้งนั้น แม้พระภิกษุท่านก็มีของท่าน มีมา ตั้งสมัยพุทธกาลโน่นแล้ว ไม่ว่าพระสัมมาสัม พุทธเจ้าจะประทับที่วัดใด จะทรงให้พระภิกษุ ทุกรูปในวัด มาประชุมฟังธรรมเทศนาทุกวัน ก่อนฟังพระธรรมเทศนายังมีการประชุมกลุ่ม ย่อยกันอีก ธรรมะข้อใดใครฟังแล้วไม่เข้าใจ หรือไปเห็นอะไรมาแล้ว ไม่เข้าใจถึงเหตุผลก็ เอามาสนทนากัน ถ้าอธิบายกันเองได้ก็แล้ว ไปถ้าอธิบายไม่ได้ หรือเข้าใจไม่ตรงกันก็เก็บ ไว้กราบทูลถามพระพุทธองค์ในตอนเย็นซึ่ง เป็นเวลาที่ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุและประ ชาชนที่สนใจใครฟังธรรมทุกวัน การประชุม ของท่านในสมัยโน้นสมบูรณ์แบบ ไม่มีปัญหา ค้างใจ หรือควันหลงหลังประชุมเหมือนของ พวกเราสมัยนี้ การประชุมของสงฆ์มีทั้งแบบสามัญ และวิสามัญ การประชุมสามัญเป็นการประชุม ตามปกติเป็นประจำ คือในเวลาหลังฉันอาหาร หลังสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เป็นการ ประชุมทุกวันเพื่อสื่อสารส่งข่าวกัน การ ประชุมสามัญเป็นประจำอีกวาระหนึ่ง คือตอน ฟังสวดปาติโมกข์ในโบสถ์ทุกวันพระ๑๕ ค่ำ ปาติโมกข์ในที่นี้คือศีล ๒๒๗ ข้อ ของพระ ภิกษุนั่นเอง ท่านต้องฟังทบทวนบ่อย ๆ ฟัง มีนาคม ๒๕๐๒ Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๘๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More