สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 78
หน้าที่ 78 / 124

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตน โกสินทร์ ขอนอบน้อมในธรรมแห่งองค์สมเด็จพระผู้มี พระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าเหล่ากัลยาณมิตรขอ วโรกาสอัญเชิญพระเกียรติคุณและพระประวัติสมณ ศากยบุตรผู้เป็นศาสนทายาท ธรรมทายาทของ พระองค์ ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๙. พระองค์แรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มา เพื่อพอแก่ การสดับใน "กัลยาณมิตร” ฉบับเดือนมีนาคม ศกนี้ อ ๑. สมเด็จพระสังฆราช (สี) วัดระฆัง โฆสิตาราม พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๓๗ ในรัชกาลที่ 9 (๑๒ ปี) ๒. สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดพระศรี สรรเพชญ์ (วัดมหาธาตุ) พ.ศ. ๒๓๓๗-๒๒๕๙ พระชนมายุ ๘๕ ในรัชกาลที่ ๑ (๒๒ ปี) ๓. สมเด็จพระสังฆราช (มี) วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ.๒๓๕๔-๒๓๖๒ พระชนมายุ ๗๐ ในรัชกาลที่ ๒ (๔ ปี) ๔. สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ.๒๓๖๓-๒๓๖๕

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตน โกสินทร์ ขอนอบน้อมในธรรมแห่งองค์สมเด็จพระผู้มี พระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าเหล่ากัลยาณมิตรขอ วโรกาสอัญเชิญพระเกียรติคุณและพระประวัติสมณ ศากยบุตรผู้เป็นศาสนทายาท ธรรมทายาทของ พระองค์ ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๙. พระองค์แรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มา เพื่อพอแก่ การสดับใน "กัลยาณมิตร” ฉบับเดือนมีนาคม ศกนี้ อ ๑. สมเด็จพระสังฆราช (สี) วัดระฆัง โฆสิตาราม พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๓๗ ในรัชกาลที่ 9 (๑๒ ปี) ๒. สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดพระศรี สรรเพชญ์ (วัดมหาธาตุ) พ.ศ. ๒๓๓๗-๒๒๕๙ พระชนมายุ ๘๕ ในรัชกาลที่ ๑ (๒๒ ปี) ๓. สมเด็จพระสังฆราช (มี) วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ.๒๓๕๔-๒๓๖๒ พระชนมายุ ๗๐ ในรัชกาลที่ ๒ (๔ ปี) ๔. สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ.๒๓๖๓-๒๓๖๕ พระชนมายุ ๙๐ ในรัชกาลที่ ๒ (๓ ปี) ๕. สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ.๒๓๖๕-๒๓๙๕ พระชนมายุ ๑ ในรัชกาลที่ ๒-๓ (๒๐ ปี) 5. สมเด็จพระสังฆราช (นาค) วัดราช บุรณราชวรวิหาร พ.ศ.๒๓๔๖-๒๓๙๒ พระชนมายุ ๖ ในรัชกาลที่ ๓ (๖ ปี) ๓. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จ พระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (พระองค์เจ้าวาสุกรี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลา ราม พ.ศ. ๒๓๙๔-๒๓๙๖ พระชนมายุ ๖๓ ในรัช กาลที่ ๕ (๒ ปี) ๔. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา ปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (พระองค์เจ้าฤกษ์) วัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ.๒๕๓๔ พระชนมายุ ๘๓ ในรัชกาลที่ ๕ (ดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ๑๐ เดือนเศษ) ๔. สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทวโร ป.ธ.๙) วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๕๒ พระชนมายุ ๘๗ ในรัชกาลที่ ๕ (๖ป๊) ๗๖ กัลยาณมิตร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑ พระนามเดิมว่า “พระอาจารย์สี” เป็นชาว นครศรีธรรมราช บวชอยู่วัดพนัญเชิง กรุงศรีอยุธยา เมื่อเสียกรุงแก่พม่า จึงได้เดินทางกลับไปนครศรี ธรรมราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไปพบก็ขออาราธนา มาอยู่วัดระฆังฯ โปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยกรุงธนบุรี . สมเด็จพระสังฆราช (8) ทรงเป็นพระอุปัธยา จารย์ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ เมื่อดำรงพระยศสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรฯ รัชกาลที่ 4 โปรด ให้เป็นประธานการสังคายนาพระไตรปิฎก พร้อมพระราชาคณะ ๒๘ รูป ราชบัณฑิตาจารย์ อีก ๓๒ ท่าน พระองค์เป็นแม่กองชำระพระ สุตตันตปิฎกอีกด้วย สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ สมเด็จพระสังฆราช (สุก) เมื่อครั้งดำรง ค่าแหน่งพระพนรัต ทรงเป็นแม่กองชำระคัมภีร์พระ วินัยปิฎก คราวที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้กระทำสังคายนา พระไตรปิฎก เมื่อดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ของกรมพระราชวังบวรมหา สุรสิงหนาท, กรมพระราชวังหลัง และกรมพระราชวัง บวรมหาเสนานุรักษ์ คราวเสด็จออกทรงผนวชใน รัชกาลที่ ๑ ทั้ง ๓ พระองค์ พระองค์ทรงรอบรู้แตกฉานทางพระพุทธ ศาสนา เพราะทรงเอาพระทัยใส่มาตั้งแต่เริ่ม ออกผนวชแล้ว เล่าเรียนพระธรรมวินัยและ ปริยัติธรรมทรงจัดระเบียบการสอนพระปริยัติ ธรรมเพื่อเป็นเปรียญของพระภิกษุสามเณรให้เป็น ระเบียบแบบแผนเสียให้ดีขึ้น เป็นแบบใหม่ 0 ชั้น คือ เปรียญตรี เปรียญโท และเปรียญเอก นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงมีพระเมตตา และ คุณานุคุณธรรมอย่างมากล้น สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 0 สมเด็จพระสังฆราช (มี) ทรงจัดการเรื่อง ในสังฆมณฑลหลายอย่าง เช่น รับพระบริหารจัด สมณทูตไปลังกาทวีปเป็นครั้งแรกในยุคกรุงรัตน โกสินทร์ ทรงรวบรวมโอวาทคำสั่งสอนเกี่ยวกับข้อ วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์สามเณร ต่อมาได้ใช้เป็น สังฆาณัติของคณะสงฆ์ในยุคนั้น เรียกพระนิพนธ์นั้น ว่า โอวาทานุสาสนี สมเด็จพระสังฆราช (มี) ทรงปฏิบัติหน้าที่ จรรโลงพระพุทธศาสนา แก้ไขการสอบและ ระเบียบพระปริยัติธรรม ฟื้นฟูพระราชพิธีวิสาข บูชา และทรงเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระ เจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ (พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) รัชกาลที่ ๔ เมื่อครั้ง ทรงผนวชเป็นสามเณร จำพรรษาอยู่ ณ วัดมหาธาตุฯ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๔ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) มีพระนามที่ชนทั่วไปถวายสมัญญาว่า “สังฆราช ไก่เถื่อน” ปรากฏเกียรติคุณวิเศษทางด้านวิปัสสนา ธุระ เล่าลือกันว่ามีเมตตาพรหมวิหารธรรมถึงกับ ทําให้ไก่ป่าเองได้ ปีพุทธศักราช ๒๓๖๓ เกิดอหิวาตกโรค ระบาดหนัก ชาวบ้านชาวเมืองเสียชีวิตประมาณ สามหมิ่นคน โรคระบาดมีความร้ายแรงมาก รัชกาล ที่ ๒ ทรงมีรับสั่งให้ตั้งพระราชพิธีอาพาธพินาศตาม อย่างที่เคยทํามา โดยพระองค์ทรเศีล และพระราชทาน อนุญาตให้พระราชวงศ์ข้าราชการรักษาศีลท่าบุญ ให้ทานตามความสมัครใจ ปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทาน สิ้นพระราชทรัพย์เป็นจำนวนมาก ทรงตั้งโรงทาน เป็นการจํากัดการระบาดของโรค ซบเซาลง จนโรคระบาด สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) จึงทรงให้สังคายนาบทสวดมนต์ เพื่อใช้ประกอบ พระราชพิธีอาพาธพินาศขับไล่โรคระบาดร้ายแรง ขึ้น สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๕ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) เป็นพระราช อุปัธยาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เนื่องจากเป็นรัชสมัยรัชกาลที่ อ พระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และด้วยพระองค์ทรง เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระ สังฆราชจึงทรงเป็นประธานศาสนกิจครั้งสำคัญ หลายครั้ง เช่น การสร้างพระไตรปิฎกจำนวนมาก การตรวจชำระอักขระบาลี การสร้างวัดสำคัญ ๆ และการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 5 สมเด็จพระสังฆราช (นาค) ทรงมีพระ ประสงค์ที่จะรื้อฟื้นทางสมณทูตไมตรีกับลังกา โปรด นาคม ๒๕๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More