การตีความเสียงและความกลัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 124

สรุปเนื้อหา

มีนาคม ๒๕๐๒ ท่านอาจารย์ยิ้มน้อย ๆ แล้วพูดว่า “ดีมาก เธอเชื่อหรือว่าสิ่งที่เธอได้ประสบเมื่อคืนนี้ เป็นผีหลอก?” อาตมาตอบท่านว่า “กระผมไม่อยากเชื่อ แต่มันก็ชัดเจนแจ่มแจ้งจน ต้องเชื่อ” ท่านอาจารย์ยิ้มอีกครั้งแล้วพูดว่า “คนส่วนมากที่บอกว่าถูกผีหลอก ก็อย่างเดียวกับ เธอนี่แหละ ความจริงผีไม่ได้หลอก แต่หลอกตัวเองเพราะ ความกลัว เมื่อได้ยินท่านพูดเช่นนั้นอาตมานึกเถียง อยู่ในใจว่า อาตมาไม่ได้หลอกตัวเอง แต่เป็นผีหลอก จริง ๆ ท่านอาจารย์พูดคล้ายกับรู้ใจอาตมาว่า “อย่าเพิ่งเถียงฟังเราก่อนเราจะเล่าความจริงให้ฟัง เพราะทุกสิ่งที่เธอรู้เธอเห็นเมื่อคืนนี้ เราก็รู้เห็นเหมือนกัน เสียงหมาหอนอยู่ในหมู่บ้านที่เธอได้ยินครั้งแรกนั้น เราก็ ได้ยินเหมือนกัน แต่เราไม่กลัว เพราะมันเป็นเสียงหมา หอนตามธรรมชาติธรรมดาของมัน เหมื

หัวข้อประเด็น

- การตีความเสียงและความกลัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีนาคม ๒๕๐๒ ท่านอาจารย์ยิ้มน้อย ๆ แล้วพูดว่า “ดีมาก เธอเชื่อหรือว่าสิ่งที่เธอได้ประสบเมื่อคืนนี้ เป็นผีหลอก?” อาตมาตอบท่านว่า “กระผมไม่อยากเชื่อ แต่มันก็ชัดเจนแจ่มแจ้งจน ต้องเชื่อ” ท่านอาจารย์ยิ้มอีกครั้งแล้วพูดว่า “คนส่วนมากที่บอกว่าถูกผีหลอก ก็อย่างเดียวกับ เธอนี่แหละ ความจริงผีไม่ได้หลอก แต่หลอกตัวเองเพราะ ความกลัว เมื่อได้ยินท่านพูดเช่นนั้นอาตมานึกเถียง อยู่ในใจว่า อาตมาไม่ได้หลอกตัวเอง แต่เป็นผีหลอก จริง ๆ ท่านอาจารย์พูดคล้ายกับรู้ใจอาตมาว่า “อย่าเพิ่งเถียงฟังเราก่อนเราจะเล่าความจริงให้ฟัง เพราะทุกสิ่งที่เธอรู้เธอเห็นเมื่อคืนนี้ เราก็รู้เห็นเหมือนกัน เสียงหมาหอนอยู่ในหมู่บ้านที่เธอได้ยินครั้งแรกนั้น เราก็ ได้ยินเหมือนกัน แต่เราไม่กลัว เพราะมันเป็นเสียงหมา หอนตามธรรมชาติธรรมดาของมัน เหมือนคนเราร้องเพลง เมื่ออยู่ในอารมณ์ที่อยากร้อง แต่เธอถูกเขาหลอกมาว่า หมาหอนยามค่ำคืนเพราะมันเห็นผีเธอจึงกลัว ส่วน เสียงหมาหอนในป่าช้านั้น เป็นเสียงหอนของหมาจิ้งจอก ซึ่งมีอยู่ดาษดื่นในป่าแถบนี้ ส่วนตัวอะไรที่วิ่งทำเสียง อยู่รอบ ๆ กลดของเธอนั้นก็คือตัวหนูนั่นเอง มันมาวิ่ง รอบ ๆ กลดของเราเหมือนกัน หนูพวกนี้มันรู้ว่ามีคนมา พักในป่า และอาจจะทิ้งเศษอาหารหรือเศษสิ่งของที่มัน พอจะกินได้ไว้แถบนั้นบ้าง มันจึงมาสำรวจดูเผื่อจะได้ อาหารอร่อย ๆ กินสักมื้อแต่เมื่อคืนนี้มันคงผิดหวังไม่น้อย ส่วนเสียงโครมครามและเสียงร้องบนต้นไม้นั้นเป็นเสียง ร้องของนกชนิดหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่านกกระทือ เพราะ เสียงร้องฮือ ๆ ของมัน นกพวกนี้เป็นนกหากินกลางคืน ตระกูลเดียวกับนกเค้าแมวอาหารที่มันโปรดคือหนู เมื่อ หนูมาหากินกับคน มันก็มาคอยจับหนูกินอีกทีหนึ่ง สรุป แล้วทุกชีวิตก็ทำงานของตนไปตามธรรมดาเพื่อปากเพื่อ ท้องทั้งนั้น ไม่มีอะไรน่าเอาว่ากลัวเลย นกพวกนี้ชอบอยู่ ตามป่าช้า คนจึงเหมามันเป็นพวกนกผี ความจริงมัน ก็คือนกธรรมดานี่เอง แต่ที่มันชอบอยู่ป่าช้า ก็เพื่อ ความปลอดภัยแห่งชีวิตของมันเอง เพราะมันรู้ว่ามนุษย์ กลัวผี ไม่ค่อยชอบไปป่าช้า มันเห็นว่าป่าช้าปลอดภัยดี จึงชอบอยู่ป่าช้า ก็ไม่เห็นมีผีสางที่ไหนนี่นะ” ท่านกล่าว ในที่สุด อาตมาจึงเรียนถามท่านว่า “แล้วปีศาจใหญ่ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ร้องเรียกชื่อผม และเดินวนรอบกลดละครับท่านอาจารย์?” “อ๋อ” ท่านอาจารย์อุทานยิ้ม ๆ "ปีศาจใหญ่ของเธอนั่นคือตัวเราเอง! เราเดิน ไปตรวจดูเท่านั้นเอง ว่าเธอเรียบร้อยหรือเปล่า!” Kalyanamitra.org อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร ๑๑๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More