การเผยแผ่ศาสนาและการทำสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 3 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 124

สรุปเนื้อหา

ยุโรปและอเมริกา ภาพพจน์ของโรมันคาทอลิก ค่อนข้างจะเป็นลบ เพราะความแข็งกร้าวและ ใจแคบ ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อศาสนิกอื่นเท่าใดนัก หลังจากการสังคายนาในครั้งนั้นแล้ว ท่าที ของโรมันคาทอลิกจึงเปลี่ยนไป จากหน้ามือ เป็นหลังมือ โดยใช้วิธีการเข้าไปกลมกลืน สร้างความเป็นมิตร ผูกไมตรีกับศาสนิกอื่น แล้วพยายามอธิบายสัจธรรมของตนให้สอด คล้องกับสัจธรรมในศาสนาอื่น ตลอดจนใช้ ค่านิยมของวัฒนธรรมพื้นฐานในประเทศ ที่ตนเข้าไปมาอธิบายสัจธรรมในคริสต์ศาสนา ไม่เพียงเท่านั้น ได้มีการส่งเสริมให้บาทหลวง เข้าไปศึกษาศาสนาท้องถิ่นเหล่านั้นอย่าง กว้างขวาง แต่วิธีการใหม่นี้ก็ยังทำให้เกิด กระแสต่อต้านในหลาย ๆ ประเทศ เช่น เนปาล ศรีลังกา รวมทั้งในประเทศไทย ทั้งนี้คงเพราะ เนื้อแท้ของโรมันคาทอลิกมิได้เปลี่ยนแปรไป แต่อย่างใด แม้วิธีการจะเปล

หัวข้อประเด็น

- การเผยแผ่ศาสนาและการทำสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ยุโรปและอเมริกา ภาพพจน์ของโรมันคาทอลิก ค่อนข้างจะเป็นลบ เพราะความแข็งกร้าวและ ใจแคบ ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อศาสนิกอื่นเท่าใดนัก หลังจากการสังคายนาในครั้งนั้นแล้ว ท่าที ของโรมันคาทอลิกจึงเปลี่ยนไป จากหน้ามือ เป็นหลังมือ โดยใช้วิธีการเข้าไปกลมกลืน สร้างความเป็นมิตร ผูกไมตรีกับศาสนิกอื่น แล้วพยายามอธิบายสัจธรรมของตนให้สอด คล้องกับสัจธรรมในศาสนาอื่น ตลอดจนใช้ ค่านิยมของวัฒนธรรมพื้นฐานในประเทศ ที่ตนเข้าไปมาอธิบายสัจธรรมในคริสต์ศาสนา ไม่เพียงเท่านั้น ได้มีการส่งเสริมให้บาทหลวง เข้าไปศึกษาศาสนาท้องถิ่นเหล่านั้นอย่าง กว้างขวาง แต่วิธีการใหม่นี้ก็ยังทำให้เกิด กระแสต่อต้านในหลาย ๆ ประเทศ เช่น เนปาล ศรีลังกา รวมทั้งในประเทศไทย ทั้งนี้คงเพราะ เนื้อแท้ของโรมันคาทอลิกมิได้เปลี่ยนแปรไป แต่อย่างใด แม้วิธีการจะเปลี่ยนแปลงไปอย่าง มากก็ตาม นักวิชาการบางท่านให้ความเห็นว่า วิธีการสังวาทะนี้ แม้จะมีรูปแบบของการ เผยแผ่ศาสนาที่นุ่มนวล และเป็นมิตร มากขึ้นก็ตาม แต่อาจสร้างความสับสน ให้กับคนจำนวนมาก และส่งผลกระทบ ย้อนกลับมาสู่ศาสนาของตัวเองในทางลบ อย่างมากอีกด้วย เพราะศาสนิกของแต่ละ ศาสนาก็จะหันมาใช้วิธีการเดียวกันนี้ แต่ ขาดความจริงใจต่อกัน ในตอนบ่ายวันนั้น กลุ่มซานตาจิดิโอ ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาผู้แทนของศาสนา ต่าง ๆ ทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ แยก ตามศาสนา ซึ่งผู้จัดได้เปิดโอกาสให้ประชาชน ทั่วไปเข้าฟังการสัมมนาด้วยตามความสนใจ ของตน สำหรับกลุ่มสัมมนาผู้แทนของพุทธ ศาสนาซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุจากทิเบต ศรีลังกา กัมพูชา ญี่ปุ่น และไทยนั้น อาตมา ได้รับเลือกให้เป็นประธานในที่ประชุมแห่งนั้น คงเพราะว่าอาตมาสามารถพูดภาษาอังกฤษ ได้ดีกว่าทุกคน อาตมาเริ่มการสัมมนาด้วยการเล่า ๖๖ กัลยาณมิตร ประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนา การที่ได้ไป ศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดนั้นทำให้ อาตมาเข้าใจทัศนะของชาวตะวันตกที่มีต่อ พุทธศาสนา ช่วยให้สามารถอธิบายให้ชาว ตะวันตกทราบว่า พุทธศาสนามีจุดใหญ่ใจ ความอย่างไร และยกประเด็นที่สำคัญ ๆ ขึ้นมา เปรียบเทียบกับคริสต์ศาสนา หลังจากนั้น ก็ให้พระภิกษุรูปอื่น ๆ ผลัดเวียนกันขึ้นพูด ทีละรูป ท่านวชิรญาณได้พูดสนับสนุน ประเด็นต่าง ๆ ที่อาตมาหยิบยกขึ้นมา โดย เฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับความสมดุลในเรื่อง ศรัทธาและปัญญาในพระพุทธศาสนา การ ปฏิบัติธรรมนั้นก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อการปลด การละจากความทุกข์ ไม่ยึดติดในรูปแบบ อย่างใดอย่างหนึ่ง พุทธศาสนาเป็นศาสนา ที่บริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และเปิด โอกาสให้ทุกคนมีความคิดอิสระที่จะปฏิบัติตัว ตามที่ตนพอใจ เช่น การที่ชาวพุทธจะมาวัด หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับตนเองจะตัดสินใจ อาตมาพูดสรุปเรื่องราวลงที่การทำ สมาธิว่า การทำสมาธินั้นมีผลของการ ปฏิบัติที่ทำให้ชนทุกชาติทุกภาษาเข้าใจ ตัวเอง เข้าใจเพื่อนร่วมศาสนา เข้าใจ เพื่อนร่วมโลกได้เป็นอย่างดี และไม่จำเป็น ต้องมีความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งก็สามารถ สร้างความสุขภายในให้เกิดขึ้นได้ด้วย การทำสมาธิ ปรากฏว่าผู้เข้าฟังต่างสนใจกัน มาก ในขณะที่กำลังจะจบท้ายด้วยการทำ สมาธิก็มีคณะกรรมการของกลุ่มซานตาจิดิโอ เข้ามาบอกว่าหมดเวลาแล้ว แล้วรีบยกไม โครโฟนที่อาตมากำลังจะพูดนั้นออกไปทันที สร้างความงุนงงให้กับคณะของเรายิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่มีผู้สนใจอยู่มาก และทุกคนก็อยากจะ นั่งสมาธิ เขาอาจจะเกรงว่าการสอนสมาธิ ในครั้งนี้จะไปสร้างศรัทธาแก่ผู้ชม เพราะ จุดประสงค์ของผู้จัดก็เพียงเพื่อนิมนต์พระมา อธิบายเท่านั้น เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่า ที่เขาบอกว่า หมดเวลาแล้วนั้น อันที่จริงแม้คณะผู้อภิปราย ชาวพุทธและอาตมาจะออกมาแล้วยังต้องคอย คณะอื่นที่ยังไม่เสร็จเป็นเวลากว่า ๒ ชั่วโมง ทีเดียว เป็นอนุสติให้กับชาวพุทธเราว่า วิธีการ สังวาทะของเขานั้นมีความจริงใจเพียงใดกับ ศาสนาอื่น ถ้าจะมองให้ลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่า ถ้าจะมีศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เข้าไปเผยแผ่อย่างประสบความสำเร็จ ในประเทศอิตาลี ก็คงจะหนีไม่พ้นพุทธ ศาสนา และรูปแบบที่จะใช้เผยแผ่อย่าง ได้ผลก็คือการทำสมาธิ ชาวอิตาเลียนเอง ก็ดูจะสนใจการฝึกสมาธิอย่างกลาง ๆ ของพุทธอยู่ไม่น้อย เมื่อเสร็จพิธีในวันนั้นก็เป็นการอำลา เลี้ยงส่งคณะผู้มารายการนี้ทั้งหมดที่คฤหาสถ์ เรือนรับรองแห่งหนึ่งที่อยู่บนเนินเขาชานกรุงโรม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีเป็น เจ้าภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ประเทศนั้นให้เกียรติออกมายืนต้อนรับอาคัน ตุกะแต่ละคนด้วยตนเอง เป็นการแสดงถึงความ ร่วมมืออันดีงามระหว่างฝ่ายศาสนจักรและ อาณาจักรของอิตาลี หลายคนอาจมองไปใน รูปของอิทธิพลของโรมันคาทอลิก แต่อาตมา เห็นว่าเป็นความเฉลียวฉลาดของรัฐบาลอิตาลี ในการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้าง ความมั่นคงของชาติ และสร้างชื่อเสียงอันดีงาม ของรัฐบาลต่อสายตาของชาวโลก เรือนรับรองซึ่งใหญ่โตโอ่อ่า คะเน อายุดูภายนอกอาจเก่าแก่ถึงพันปี แต่ ภายในนั้นจัดตกแต่งอย่างสวยงามน่า รื่นรมย์ มีห้องโถงซึ่งจัดเตรียมอาหารตั้ง โต๊ะแบบค็อกเทลเลานจ์ไว้ อาคารทั้งหมด ล้อมรอบไปด้วยสวนซึ่งตกแต่งแบบโรมัน โบราณ มองออกไปไกล ๆ เห็นแสงไฟ ระยิบระยับของกรุงโรมอยู่เบื้องล่าง นับ เป็นสถานที่รับรองซึ่งสมเกียรติกับทุกคน ที่มาร่วมพิธี เป็นการสร้างความประทับใจ อย่างมากให้กับทุก ๆ คนที่มาร่วมประชุม ในอิตาลีในครั้งนี้ อ่านต่อฉบับหน้า มีนาคม ๒๕๓๒ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More